
กก.สมานฉันท์พิมพ์ผลสรุป2พันเล่มจ่ายทั่วประเทศ
กก.สมานฉันท์ จัดพิมพ์ผลสรุป 2,000 เล่มแจกจ่ายไปทั่วประเทศ ดิเรก ย้ำ สมานฉันท์ต้องคืนความเป็นธรรมอย่าใช้ 2 มาตรฐาน หนุนนายกฯลงพื้นที่ ดูแลทุกข์สุขประชาชน วอนเสื้อเหลือง-แดง เรียกร้องตามกรอบกม. อย่าใช้วิธีการรุนแรงต่อต้าน
นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการฯได้ทำงานสรุปเสร็จสิ้นแล้ว โดยอยู่ในระหว่างการจัดพิมพ์รูปเล่ม โดยจะจัดพิมพ์จำนวน 2,000 เล่ม และในวันที่ 16 ก.ค.นี้รายงานฉบับสมบูรณ์ก็จะส่งถึงมือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ส่วนที่เหลือก็จะมีการแจกจ่ายให้กับส.ว.และส.ว. รวมทั้งในต่างจังหวัดด้วย
ทั้งนี้ในรายงานฉบับนี้ก็จะจัดทำผลสรุปของคณะอนุกรรมการ 3 ชุด คือ คณะอนุกรรมการสร้างความสมานฉันท์ทางการเมืองของสังคมไทย คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางปฏิรูปการเมือง คณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่น
โดยเนื้อหาในภาพรวมก็มีตั้งแต่ปัญหาของความขัดแย้ง แนวทางการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหาทางการเมือง เช่น มาตรา 237 มาตรา 190 การเสนอตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 3 หรือ ส.ส.ร. 3
นายดิเรก กล่าวว่า ขณะนี้คน 2 กลุ่มในบ้านเมืองก็ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับกลุ่มของตนเอง แต่ขอให้การเรียกร้องนั้นอยู่ภายใต้กฎหมาย และระบอบประชาธิปไตย การแสดงออกของแต่ละกลุ่มก็ถือเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่อย่าให้กระทบสิทธิเสรีภาพของคนอื่น ซึ่งตนอยากขอร้องว่า ขอให้ทุกฝ่าย”หยุด”เพื่อรอดูผลสรุปของคณะกรรมการการฯก่อน ซึ่งตนเชื่อว่า ผลสรุปนี้จะสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย หากนายกฯรับข้อเสนอแล้วไม่ปฏิบัติตามสังคมก็จะเป็นผู้ตัดสินเอง ตนเชื่อว่า เมื่อถึงเวลานั้นอะไรก็จะดีขึ้น ขอให้ทุกคนอดใจรอสักนิดหนึ่ง
“ ถือเป็นประวัติศาสตร์ เพราะไม่เคยมีการตั้งกก.สมานฉันท์เพื่อแก้วิกฤตความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งการทำงานของผมยึดหลักปรัชญา ถ้าความเป็นธรรมไม่มี ความสามัคคีในชาติไม่เกิดขึ้น ถ้ารัฐบาลคืนความเป็นธรรม 2 มาตรฐานก็ไม่เกิด บ้านเมืองก็สงบ “ นายดิเรก กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง ยังไม่หยุดที่จะออกมาแสดงออกในรูปแบบต่างๆ นายดิเรก กล่าวว่า ตนในฐานประธานกก.สมานฉันท์ อยากให้ทั้ง 2 กลุ่ม จะแสดงออกหรือเรียกร้องอะไรก็ขอให้อยู่ในวิถีทางประชาธิปไตย อย่าทำอะไรให้บ้านเมืองวุ่นวายหรือก่อให้เกิดความรุนแรง จะใช้วิธีการเดินขบวน ชุมนุม ถือป้าย ก็ทำได้ แต่ขออย่าใช้วิธีที่รุนแรง ไปล้อม ทุบรถ อย่างเช่น กรณีของนายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ที่เดินทางไปจ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งการทำแบบนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งตนเห็นภาพแล้วก็รู้สึกเสียใจ สิ่งนี้ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะจะทำให้บ้านเมืองไม่สงบความขัดแย้งก็จะมีต่อไป
ถามว่า นายกรัฐมนตรีจะเดินทางลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เกรงว่าจะเกิดทำนองเดียวกันกับนายวิทยาหรือไม่ นายดิเรก กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเป็นคนของประเทศ เป็นผู้นำ ต้องดูแลคนทั้งประเทศ ไม่ใช่คนของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ที่นายกฯลงพื้นที่ก็เพื่อไปดูแลประชาชน รับทราบปัญหาของคนในพื้นที่เพื่อนำปัญหามาแก้ไข
ส่วนคนที่ต่อต้านหากจะดำเนินการอะไรก็สามารถใช้การแสดงออกด้วยวิธีการชุมนุม ชูป้ายข้อความต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่อย่าถึงขนาดไปทุบรถ กีดขวางการจราจร ไม่ให้นายกฯทำงานได้ ดังนั้นต้องทำอยู่ในกรอบของกฎหมาย ถ้าทำแบบนี้บ้านเมืองก็เกิดความสมานฉันท์



