ข่าว

'นายกฯ'เชิญเกาหลีลงทุนไทยมากขึ้น

'นายกฯ'เชิญเกาหลีลงทุนไทยมากขึ้น

13 ธ.ค. 2557

'นายกฯ' เชิญเกาหลีลงทุนกับไทยมากขึ้น ขอเชื่อมั่นการดูแล ชี้ทุกโครงการต้องไม่มีทุจริต ขอทบทวนแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อความโปร่งใส ยันไม่เกี่ยวCIAทรมานผู้ก่อการร้าย

 
                  13 ธ.ค.57 เมื่อเวลา 08.00 น. สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.) ช่อง11 นำเทปการสัมภาษณ์พิเศษ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลีสมัยพิเศษ (ASEAN-Republic of Korea Commemorative Summit 2014) เพื่อฉลองครบรอบ 25 ปีของความสัมพันธ์อาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคมที่ผ่านมา มาออกอากาศ โดยมีความยาวในการสัมภาษณ์ 30 นาที
 
                  พลเอกประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งถึงการโอกาสพบปะภาคธุรกิจของเกาหลี ซึ่งเป็นสมาคมการค้าเกาหลีที่เป็นบริษัทใหญ่ 10 กว่าบริษัท ทั้งบริษัทรถยนต์ ไอที และบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเขามีความยินดีที่ได้พบกับรัฐบาล โดยมีการพูดคุยและได้เชิญชวนให้เขาไปลงทุนในไทยให้มากขึ้น และยังได้มีการทบทวนพันธสัญญาต่าง ๆ ที่เคยทำไว้ โดยตนระบุว่าในส่วนของการบริหารจัดการน้ำจะกลับไปทบทวนอีกครั้งเพราะรัฐบาลและคสช.ได้จัดทำแผนบริหารจัดการน้ำใหม่ที่มีการขยายขอบเขตในการบริหารจัดการน้ำมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งคิดว่าต้องมีการคุยกันใหม่ทั้งหมด โดยตนย้ำเรื่องของความจำเป็นของไทยคือเรื่องของงบประมาณที่ยังมีปัญหา หากจะดำเนินการระยะยาวในครั้งเดียวคงทำได้ลำบาก จึงเสนอว่าเราคงต้องไปพูดคุยกันต่อเพื่อดูว่าจะทำทั้ง 3 อย่างได้หรือไม่ คือลงทุนร่วม จ้างเขาดำเนินการ และแบ่งปันผลประโยชน์ ซึ่งเขาก็รับปากที่จะไปดู
 
                  “แต่ผมดูแล้วเขาพยายามจะพูดถึงเรื่องเดิม แต่ผมบอกว่าเราขอกลับไปทบทวนก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาของประเทศเรา ทั้งนี้ขอให้อย่ากังวลเราจะทำเรื่องนี้ให้โปร่งใสที่สุด”พลเอกประยุทธ์ กล่าวและว่าตนได้เชิญไปร่วมลงทุน เชิญชวนและบอกไปว่าตอนนี้ประเทศเรามีความสงบเรียบร้อยมีเสถียรภาพ และไม่ต้องห่วงว่าเราจะไม่ดูแลผลประโยชน์ของเขาในประเทศไทย แต่ถ้านับจริงๆตนถือว่าเกาหลียังลงทุนในไทยน้อยถ้าเทียบกับประเทศอื่น แต่ก็ไม่เป็นไรต้องมาคิดกันว่าวันข้างหน้าจะทำอย่างไร
 
                  พลเอกประยุทธ์ กล่าวอีกว่าจากนั้นได้แสดงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลไทยในการพบกับภาคธุรกิจทั้งหมดของเกาหลี ตนได้พูดถึงว่าวันนี้รัฐบาลได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง โดยเฉพาะในเรื่องของการสนับสนุนการลงทุนในทุกมิติรวมถึงการปรับเปลี่ยนมาตรการบางอย่างที่ไม่ใช่ว่าทำให้การประกอบการช้าหรือดำเนินการไม่ได้ แต่ต้องการอำนวยให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ไม่มีการทุจริต ซึ่งสิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคือเรื่องเทคโนโลยี พลังงานทดแทน พลังงานทางเลือก การลงทุนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและการบริหารจัดการน้ำ โดยตนได้ย้ำว่าทุกโครงการที่จะไปทำกับไทยต้องไม่มีการทุจริต และขอให้เขาเชื่อมั่นในการดูแลเขาในไทย
 
 
นายกฯ ยันไทยไม่เกี่ยว CIA ทรมานผู้ก่อการร้าย แจงเป็นเรื่องภายในสหรัฐฯ
 
 
                  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงรายงานเรื่องที่คณะกรรมมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐได้เผยแพร่การทำงานของ CIA ที่มีการระบุว่าทรมานผู้ต้องหาก่อการร้าย ทำให้สหรัฐแจ้งเตือนพลเมืองที่อยู่ในประเทศไทย ว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวจากฝ่ายความมั่นคงแล้ว และจะให้กระทรวงต่างประเทศชี้แจงว่าไม่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย ทั้งนี้ขอให้เป็นเรื่องภายในของสหรัฐอเมริกา
 
                  อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่า ขอให้อย่าดึงประเทศไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว เพราะสถานการณ์ในประเทศไทยขณะนี้มีความเรียบร้อยดีอยู่แล้ว
 
 
นายกฯ เผย ‘เต็งเส่ง’ ขอบคุณไทยหนุนให้เกิดปชต.ในพม่า
 
 
                  เมื่อเวลา 08.00 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวตอนหนึ่งในการให้สัมภาษณ์พิเศษถึงผลการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลีสมัยพิเศษ ที่นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคมที่ผ่านมาซึ่งช่อง11นำมาออกอากาศ ว่าในการเดินทางไปประชุมได้ประโยชน์มากได้แสดงความคิดเห็น ทำความรู้จักกัน ผู้นำแต่ละประเทศมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่งตนได้พบกับพลเอกเต็งเส่ง ประธานาธิบดีของสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า ซึ่งพลเอกเต็งเส่งได้กล่าวขอบคุณไทยที่ได้สนับสนุนเขาในเรื่องของการสนับสนุนประชาธิปไตย เรื่องการสร้างสันติภาพและเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกัน นอกจากนั้นได้คุยกันเรื่องของความเชื่อมโยงในส่วนของเส้นทางรถไฟต่าง ๆ ที่ตนคิดว่าต้องคุยด้วยกันไม่เช่นนั้นต่างคนต่างคิดต่างวางแผน ไม่เช่นนั้นก็ต่อกันไม่ได้
 
 
นายกฯเผย ‘พระชาธิบดีบรูไน’ ทรงถามถึงสุขภาพในหลวง-พระราชินี
 
 
                  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวตอนหนึ่งในการให้สัมภาษณ์พิเศษถึงผลการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลีสมัยพิเศษ ที่นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคมที่ผ่านมาซึ่งช่อง11นำมาออกอากาศว่า ตนมีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ พระราชาธิบดีแห่งบรูไนและทรงเป็นนายกรัฐมนตรีของบรูไน ท่านดีกับประเทศไทย ท่านรักประเทศไทย ท่านเคารพรักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเจ้าพระบรมราชินีนาถ ซึ่งท่านสุลต่านฯถามทุกครั้งถึงว่าทรงแข็งแรงหรือยัง ตนก็เล่าถวายฯไปว่าทรงแข็งแรงขึ้น
 
                  พลเอกประยุทธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ก็ได้หารือเรื่องความร่วมมือระหว่างไทยกับบรูไนว่าสิ่งที่เราจะร่วมมือกันได้คือเรื่องการเกษตร การประมง การท่องเที่ยวและวัฒนธรรม นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องของการบริหารธุรกิจน้ำมันที่บรูไนมีแผนที่จะเดินหน้าประเทศนอกจากการทำธุรกิจน้ำมันก็มีเรื่องของพลังงานทดแทนและอาหาร ซึ่งตนคิดว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่ดี ดังนั้นเราก็ต้องเตรียมการให้พร้อม
 
 
นายกฯ ย้ำไทยต้องหาพลังงานทดแทนแทนแก๊ส-น้ำมัน
 
 
                  เมื่อเวลา 08.00น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวตอนหนึ่งในการให้สัมภาษณ์พิเศษถึงผลการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลีสมัยพิเศษ ที่นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคมที่ผ่านมาซึ่งช่อง11นำมาออกอากาศว่า ในที่ประชุมหารือกันเรื่องพลังงานทดแทน โดยหลายประเทศมีแนวคิดเรื่องลดสถานการณ์ภาวะเรือนกระจกอย่างไร การใช้รถยนต์ที่ไม่สร้างคาร์บอนมอนอ็อกไซน์ ตนก็ชี้แจงว่าประเทศไทยทำอยู่แล้ว โดยเราต้องปรับสัดส่วนพลังงานที่ใช้แก๊สและน้ำมัน เพราะเราใช้สูงมากในการผลิตไฟฟ้าและพลังงานอื่นๆ ที่เราต้องนำแก๊สหรือน้ำมันมาเผาเพื่อให้เกิดพลังงานไฟฟ้า 70% ตนจึงต้องการให้ลดลงมาเหลือ 30% ซึ่งต้องใช้พลังงานทดแทน พลังงานทางเลือกทั้งพลังงานลม แสงแดด พืชพลังงานหรือขยะมาทดแทน แต่เป็นเรื่องยากเพราะต้องใช้เวลาหลายปี เราอาจจะยังช้าไปหน่อยกับเรื่องเหล่านี้แต่รัฐบาลได้ยกเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติทั้งเรื่องขยะและเรื่องของการสร้างพลังงานใหม่ ซึ่งกติกาสากลระบุว่าต้องลดภาวะเรือนกระจกให้ได้ 30% ดังนั้นไทยต้องระมัดระวังเรื่องนี้
 
 
นายกฯ แนะเกษตรกรใช้หลักพอเพียง
 
 
                  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวตอนหนึ่งถึงการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรในการให้สัมภาษณ์พิเศษถึงผลการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลีสมัยพิเศษ ที่นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคมที่ผ่านมาซึ่งช่อง11นำมาออกอากาศว่า มีบางประเทศมาพูดกับตนว่าเคยมีการเรียกร้องให้รัฐบาลซื้อข้าวราคาเดียวกับไทย เขาก็บอกว่าเขาทำไม่ได้เพราะสภาเขาไม่ยอม ก็ยังเป็นห่วงว่าของเราทำไปได้ยังไง แต่ก็โอเคเป็นเรื่องที่ทำมาแล้วก็ทำมาแล้ว ตนก็ไม่อยากจะไปทำให้เสียชื่อเสียงประเทศว่ากันไปก็แล้วกัน ก็ไปแก้กันด้วยกระบวนการอื่นๆไป
 
                  นายกฯ กล่าวอีกว่า ทำยังไงราคาผลิตผลทางการเกษตรจะสูงขึ้น ก็ต้องทำให้โลกมีความต้องการมากขึ้น ตัดพ่อค้าคนกลางได้ สร้างความเข้มแข็ง ลดต้นทุนการผลิต สมมติกรณีของยางพาราที่ตนดูแลตัวเลขการผลิตแล้วพบว่าต้นทุนต่อกิโลกรัม 60 กว่าบาท ซึ่งถือว่าแพง ต่างประเทศเขา 25 บาท 35 บาท 40 บาท แล้วแบบนั้นของเราจะไปขายใครให้ได้กำไร จะต้องดูว่าจะลดต้นทุนได้อย่างไร ทั้งปุ๋ย วิธีการกรีดยาง น้ำยาง ยางแต่ละประเภท ทำไมถึงราคาแพงนัก และของเราก็มีทั้งเจ้าของและผู้รับจ้างกรีดอีกนั่นแหละคือปัญหาของเรา เพราะฉะนั้นระดับล่างต้องช่วยกัน ทั้งนายกสมาคมยาง และประชาชนต้องฟังกันบ้างว่าเราจะเงินที่ไหนมาซับซีไดซ์(การอุดหนุน) เยอะๆ รวมทั้งข้าวด้วย แต่ทั้งนี้ต้องใช้เวลา และทำยังไงถึงจะอยู่ได้
 
                  “ก็คงต้องใช้ความพอเพียง วันนี้ทุกคนบอกว่ามีหนี้มีสินกันเยอะแยะเพราะตอนนั้นราคามันดี แต่ต้องถามว่าราคาดีมันใช่ของจริงหรือไม่มันเบี่ยงเบนกันมาหรือเปล่านั่นแหละมันคือปัญหา วันนี้ถ้าให้มันดีแน่นอนแต่วันหน้าก็จะเป็นอีก เป็นอนาคตที่จะกลับมาสู่เดิมคือตกหลุมเดิมคือการอุดหนุนมันเป็นปัญหา รอบบ้านเขาเลิกหมดแล้วหลายปี บางประเทศเลิกใหญ่โตเลย ผลิตน้ำมันเองเขาก็ไม่ซับซีไดซ์ ดังนั้นไทยต้องเขาใจสถานการณ์โลกและรู้จักฟังเหตุฟังผลแล้วก็คิดกันแล้วกันว่าจะให้ประเทศเดินหน้าไปทางไหน ถ้าจะตามหลังเขาเป็นประเทศด้อยพัฒนาก็เอา” พลเอกประยุทธ์ กล่าว
 
 
นายกฯเชิญหลายประเทศลงทุนในไทยดันจีดีพี-จ้างงานเพิ่ม
 
 
                  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวตอนหนึ่งในการให้สัมภาษณ์พิเศษถึงผลการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลีสมัยพิเศษ ที่นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคมที่ผ่านมาซึ่งช่อง11นำมาออกอากาศว่า ตนขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยให้การเดินทางมาประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและช่วยกันทำงานเต็มที่ ทั้งทีมไทยแลนด์ ทูตพาณิชย์ บีโอไอ แต่ทั้งนี้แต่ละประเทศไม่เหมือนกัน การพูดคุยความยากง่ายในการเจรจาไม่เหมือนกัน จึงได้ฝากให้เอกอัครราชทูตไทยที่เกาหลีช่วยสานต่อเพราะท่านเข้าใจในนโยบายของรัฐบาล คิดว่าจะสานต่อได้ดี อย่างไรก็ตามตนได้ชวนให้นักลงทุนของเกาหลีไปไทยให้มากขึ้น วันนี้ก็อยากจะเชิญบริษัทใหญ่ ๆ เช่น ซัมซุง แดวู ไปตั้งโรงงานหรือโรงงานชิ้นส่วนในไทย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสิทธิประโยชน์ที่จะให้เขาและปริมาณลูกค้า
 
                  “ผมคิดว่าเราต้องเชิญหลาย ๆ ประเทศมาลงทุนในประเทศเราจะทำให้จีดีพีสูงขึ้น คนของเราจะได้มีงานทำและเราก็จะได้เรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีให้มากขึ้น วันหน้าคนไทยจะได้เป็นเจ้าของกิจการ รถยนต์ของไทย หรืออะไรก็ได้ที่เป็นแบรนด์ไทย” พลเอกประยุทธ์ กล่าว
 
                  นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ประเทศเราต้องมีการส่งเสริมนวัตกรรมอิโนเวชั่นใหม่ที่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ เพราะที่ผ่านมามีแต่นวัตกรรมเล็ก ๆ จำนวนมากแต่มูลค่าของผลิตภัณฑ์ยังน้อย ถ้าเราทำกิจการใหญ่ได้และเป็นของคนไทยและมีคนนิยมคิดว่าเราไปได้ไกลแน่นอน
 
 
 
 
 
----------------------------------------------
 
 
(ภาพ : EPA)