ข่าว

ออกหมายจับซ้ำ!เครือข่ายพงศ์พัฒน์ม.112

ออกหมายจับซ้ำ!เครือข่ายพงศ์พัฒน์ม.112

12 ธ.ค. 2557

ตำรวจออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหาแก๊งอุ้มรีดหมิ่นเบื้องสูงอีก เผยอ้างตัวเป็นบุคคลสำคัญขอเวลาเรียนกับทางนิด้า ด้านพนักงานสอบสวนลุยสอบหาผู้ร่วบขบวนการ 'สุดาทิพย์'

                ความคืบหน้าในการดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องกับเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (อดีตผบช.ก.) โดยก่อนหน้านี้ตำรวจได้จับกุมนางสุดาทิพย์ ม่วงนวล (นามสกุลเดิมอัครพงศ์ปรีชา) ภรรยาของ พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล ในความผิดแอบอ้างเบื้องสูงในการประมูลผักสดผักต้มและน้ำพริกในครัวข้าราชบริพารในวังศุโขทัย และวังอัมพร โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้แทนกองกิจการในพระองค์ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.สมชาย เอื้อทยา พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สน.สามเสน และจากการขยายผลของตำรวจพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องอีก 7 คน อย่างไรก็ตามล่าสุดพนักงานสอบสวนยังพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาในดคีอุ้มรีดทรัพย์ คือ นายชากานต์ ภาคภูมิ และ นายณัฐพล สุวะดี (นามสกุลเดิมอัครพงศ์ปรีชา) ได้กระทำผิดเพิ่มเติมอีกหนึ่งคดีโดยแอบอ้างอ้างเบื้องสูงกับทางสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (นิด้า)


แฉ2เครือข่ายอุ้มรีดอ้างเบื้องสูงอีก
    
                เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม อาจารย์สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (นิด้า) ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ว่า นายชากานต์ ผู้ต้องหาในคดีอุ้มรีด พื้นที่ สน.วัดพระยาไกร และ สน.พระโขนงได้ลงเรียนหนังสือที่นิด้าแล้วเวลาเรียนไม่ครบ แต่ปรากฏว่า นายณัฐพล ซึ่งมียศเป็นพันตรีในขณะนั้นได้ทำหนังสือไปถึงมหาวิทยาลัย พร้อมแอบอ้างเบื้องสูงรับรอบนายชากานต์ว่า สาเหตุที่ขาดเรียนเนื่องจากติดภารกิจในการดูแลบุคคลสำคัญ โดยในท้ายหนังสือนายณัฐพลได้แอบอ้างเบื้องสูง
    
                เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อเวลา 16.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. กล่าวว่า ศาลทหารกรุงเทพได้อนุมัติหมายจับเลขที่ 2552/2557 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2557 ในข้อหาแอบอ้างสถาบัน มาตรา 112 กับนายชากานต์ และนายณัฐพลแล้ว  


ตร.ออกหมายจับเพิ่มถึงเรือนจำ
    
                พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ ผกก.สน.ลาดพร้าว เปิดเผยว่า หลังจากที่สถาบันนิด้าส่งตัวแทนฝ่ายกฎหมายไปแจ้งความดำเนินคดีที่มีการแอบอ้างเบื้องสูงโดยนายชากานต์ได้ขาดเรียนเกินกว่าที่กำหนดไว้ โดยได้เรียนทุกวันอาทิตย์ เป็นเวลา 6 ชั่วโมง ซึ่งนายชากานต์ได้ขาดเรียนไป 3 ครั้ง ลาป่วย 1 ครั้ง ทำให้ชั่วโมงเรียนไม่เพียงพอ หมดสิทธิ์สอบ แต่นายชากานต์ทำหนังสือลากิจ 3 ฉบับ ซึ่งตามข้อกำหนดสามารถขาดได้แค่ 1ครั้งเท่านั้น ซึ่งมีผลต่อการจบการศึกษา ในวันที่ 12 ธันวาคม โดยตำรวจนำหมายจับศาลทหารกรุงเทพอนุมัติหมายจับเลขที่ 2552/2557 ในข้อหาแอบอ้างสถาบัน มาตรา 112 ไปแจ้งกับนายชากานต์ และนายณัฐพล ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
    
                "ในข้อหานี้ได้แยกสำนวนคดีซึ่งเป็นต่างกรรมต่างวาระเพิ่มเติมให้ผู้ต้องหารับทราบ ซึ่งจากการแจ้งข้อหาดังกล่าว นายชากานต์รับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้ออกหนังสือดังกล่าวจริง ซึ่งกระทำเองทั้งหมด ส่วนนายณัฐพลยังคงให้การปฏิเสธ อ้างว่าเป็นผู้ลงชื่อเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานและจะทำการสอบสวนอีกครั้ง อย่างไรก็ตามสำนวนคดีมาตรา 112 นี้จะแยกกับสำนวนที่นายชากานต์และนายณัฐพลเคยถูกแจ้งข้อหาหมิ่นสถาบันก่อนหน้านี้" พ.ต.อ.วิทวัฒน์ กล่าว


ตร.สั่งสอบใครเกี่ยวพัน "สุดาทิพย์"
    
                ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องกับนางสุดาทิพย์ ม่วงนวล ผู้ต้องหาแอบอ้างเบื้องสูง และเครือข่ายนั้น วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานในคดีนี้ โดยมอบหมายให้เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน โดยมี ผบก.น.1 รอง ผบก.น.1 รอง ผบก.น.5 ผกก.สน.สามเสน พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.สามเสน และร้อยเวร สน.สามเสน ร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยคดีดังกล่าวเบื้องต้นต้องคุยกับพนักงานสอบสวนว่า  ผู้แทนกองกิจการในพระองค์แจ้งความให้การว่าอย่างไร โดยต้องไปตรวจสอบว่า เมื่อปี 2545 การทำธุรกิจของนางสุดาทิพย์ในวังเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่มีข้อกำหนดว่า เกินวงเงินเท่าไหร่ต้องประมูล นอกจากนี้ยังต้องตามไปสอบสวนเรื่องข้อกฎหมายว่า หากธุรกิจของนางสุดาทิพย์ไม่ได้ประมูลแล้วสามารถเข้ามาทำได้อย่างไร ใครเป็นผู้อนุญาต


ลั่นใครเกี่ยวโยงเจอจับเพิ่ม
    
                พล.ต.ต.ภัคพงศ์ กล่าวต่อไปว่า ผบช.น.กำชับว่าหากการสอบสวนมีใครเกี่ยวข้องต้องออกหมายจับเพิ่ม ส่วนธุรกิจของนางสุดาทิพย์ที่มีหุ้นส่วนชื่อ น.ส.ปาลิตา หลักเฉลิมพร ร่วมธุรกิจด้วย ในนามคณะบุคคลน้ำทิพย์ อยู่ที่ 2/3 หมู่ 9 ถนนทวีวัฒนา แขวงและเขตทวีวัฒนา กทม. ได้ประมูลขายน้ำพริกประเภทต่างๆ มีรายได้ประมาณ 6-7 แสนบาทต่อเดือน และแอบอ้างเบื้องสูงได้ประมูลเครื่องเสวย ในนามคณะบุคคลปณสุ ขายผักสด และผักต้ม ส่งที่วังอัมพร และวังศุโขทัย มีรายได้ประมาณ 3-4 แสนบาทต่อเดือนก็ต้องตรวจสอบในสำนวนการสอบสวนว่ามีความผิดด้วยหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ผู้ที่มาแจ้งความร้องทุกข์เอาผิดกับนางสุดาทิพย์ เพียงคนเดียว อย่างไรก็ตามต้องไปตรวจสอบว่าใบรับรองของบริษัทใครเป็นผู้ลงนามเจ้าของ หาก น.ส.ปาลิตา เป็นผู้ถือหุ้นเพียงอย่างเดียวก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่หากเป็นกรรมการผู้อนุญาตลงนาม มีการประชุมและรับรู้เรื่องราวในบริษัท ก็จะมีความผิดด้วย
    
                "ส่วนกิจการจัดตั้งในนามบริษัท ศิรินทิพย์ 2007 (อัครพงศ์ปรีชา) เลขที่ 999 สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารคอนคอร์สเอฟชั้น 4 ถนนบางนา-ตราด ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี สมุทรปราการ เปิดร้านคาเฟ่ เดอ สุวรรณภูมิ โดยมีนางสุดาทิพย์ และผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายณรงค์ สุวะดี นางปนิดา สุวะดี นางวันทนีย์ สุวะดี นายอภิรุจ สุวะดี พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล และน.ส.ขวัญตา เกิดอำแพง มีรายได้ 2-3 ล้านบาทต่อเดือน และสวนผึ้งรีสอร์ท จ.ราชบุรี มีรายได้ 1-2 ล้านบาทต่อเดือนนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ผู้ที่มีรายชื่อปรากฏถือหุ้นร่วมด้วยนั้นมีความผิดด้วยหรือไม่