ข่าว

'ประยุทธ์'ชี้อาเซียน-เกาหลียกระดับร่วมมือ

'ประยุทธ์'ชี้อาเซียน-เกาหลียกระดับร่วมมือ

12 ธ.ค. 2557

'ประยุทธ์'ชี้อาเซียน-เกาหลียกระดับร่วมมือ ป้องกันปัญหาความมั่นคงรูปแบบใหม่ เสนอความร่วมมือไทยกับเกาหลี3ลักษณะ

              12ธ.ค.2557 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลีสมัยพิเศษ ช่วงที่ 2 ในหัวข้อ “Discussion on Non-Traditional Security Issues” โดยเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลีเกี่ยวกับความร่วมมือด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ เน้นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการภัยพิบัตินายกรัฐมนตรี กล่าวถ้อยแถลงว่า อาเซียนและเกาหลีใต้ควรยกระดับความร่วมมือด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะการป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงรูปแบบใหม่ซึ่งเป็นผลพวงจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี และการขยายตัวของความเชื่อมโยงในภูมิภาค เช่น อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ การค้ายาเสพติด รวมถึง โรคติดต่อรัายแรงและโรคอุบัติใหม่ เช่น อีโบลา ในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรีได้แสดงความขอบคุณทุกประเทศที่ส่งผู้แทนเขัาร่วมการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนบวกสาม เรื่องการเตรียมความพร้อมและแกัไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ โดยหวังว่าการประชุมดังกล่าวจะนําไปสู่การขยายความร่วมมือในระดับภูมิภาคที่เข้มแข็ง เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทุกคน

              นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำถึงการเผชิญกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติว่า มีทั้งที่เป็นธรรมชาติและไม่เป็นธรรมชาติของภูมิภาคเอเชีย อาทิ วาตภัย อุทกภัย หมอกควัน หรือการรั่วไหลของน้ำมันในทะเล ซึ่งนับวันยิ่งทวีความรุนแรงและความถี่ ส่งผลเสียต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การที่เกาหลีมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรูปในการรับมือกับปัญหาเหล่านี้ โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำ การจัดการภัยพิบัติ พลังงานสะอาด และการเติบโตสีเขียว จึงหวังว่า เกาหลีจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับอาเซียนผ่านการถ่ายทอดแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ การฝึกอบรมบุคลากร และความช่วยเหลือรูปแบบต่าง ๆ

              “ในอีกไม่กี่วันขัางหน้า จะครบ 10 ปีการเกิดเหตุการณ์คลื่นสึนามิพัดถล่มภาคใตัของไทยและอีกหลายประเทศในแถบทะเลอันดามันและมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งครั้งนั้น มีผู้เสียชีวิต สูญหาย และบาดเจ็บเป็นจํานวนมาก ทรัพย์สินเสียหายมูลค่ามหาศาล จึงเป็นอุทธาหรณ์ย้ำเตือนว่า เราไม่สามารถนิ่งนอนใจอยู่ได้ เพราะหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นแลัว จะไม่สามารถเรียกคืนสิ่งใดกลับมาได้ จึงต้องเตรียมความพร้อมที่มีประสิทธิภาพ ผ่านความร่วมมือต่าง ๆ ไทยจึงร่วมกับสหประชาชาติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Asian Ministerial Conference on Disaster Risk Reduction ครั้งที่ 6 ที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และสนับสนุนญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม UN World Conference on Disaster Risk Reduction ครั้งที่ 3 ที่เมืองเซ็นได ในปี 2015 รวมทั้งบสนุนเกาหลีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมน้ำโลก ครั้งที่ 7 ในปีหนัาเช่นกัน ซึ่งเป็นข้อริเริ่มที่ดีและทันตัอเหตุการณ์ ไทยพร้อมสนับสนุนการระดมสมองเพื่อให้การประชุมมีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม” นายกรัฐมนตรี กล่าว

              นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยให้ความสําคัญต่อการรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งการพัฒนาและการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกของภาคส่วนต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการผลักดันใหัมีกฎหมายรองรับ ไทยและอาเซียนตัองการร่วมมืออย่างใกลัชิดกับเกาหลีเรื่องการลดก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาคเอกชนอาเซียน-เกาหลีใต้สามารถเป็นผู้นําร่องเพื่อผลักดันไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง

              “อาเซียนมีพื้นที่ป่าเขตร้อนร้อยละ 15 ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของพันธุ์พืชและสัตว์ป่ารัอยละ 20 ของโลก เป็นปอดของภูมิภาค ทําใหัเกิดฝนและเป็นแหล่งน้ำ ความร่วมมือด้านป่าไม้ระหว่างอาเซียนกับเกาหลีใตั ในการจัดการและอนุรักษ์ป่าไมัที่ยั่งยืน และการจัดตั้งองค์การความร่วมมือป่าไม้แห่งเอเชีย เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันแกัไขปัญหาภาวะโลกรัอนและภัยแล้ง สร้างความเขัมแข็งในการปฏิบัติตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไทยขอสนับสนุนเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมไฟป่าโลก ครั้งที่ 6 ในปี 2558 โดยหวังว่าจะมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และองค์ความรู้ด้านนการจัดการภัยพิบัติจากไฟป่า เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวในอาเซียนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป”นายกรัฐมนตรี กล่าว

              นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากอาเซียนและเกาหลีมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะร่วมมือกันแลัว ต้องมีการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมด้วย เพื่อให้ความสัมพันธ์และความร่วมมืออาเซียน-เกาหลีใต้ประสบแต่ความเจริญรุ่งเรืองและยั่งยืน เพื่อความผาสุกและผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองฝ่าย และของภูมิภาคโดยรวม

 

เสนอความร่วมมือกับเกาหลี3ลักษณะ


                ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจที่สาธารณรัฐเกาหลี พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมความสำเร็จในการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน - เกาหลี สมัยพิเศษ ที่นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ระหว่างวันที่ 10 - 12 ธันวาคม ว่า การประชุมสุดยอดภาคธุรกิจอาเซียน-เกาหลี วานนี้(11 ธ.) ASEAN - ROK CEO Summit ที่ได้พบกับนักธุกิจชั้นนำของเกาหลีทั้งด้านยานยนต์ ไอที รัฐวิสาหกิจและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ โดยเชิญชวนให้มาลงทุนในไทยมากขึ้น เรื่องบริหารจัดการน้ำ ไทยกำลังอยู่ระหว่างจัดทำแผนใหม่ที่มีการขยายขอบเขตให้ครอบคลุม ซึ่งต้องพูดคุยกันใหม่ ขณะที่ไทยมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ จึงเสนอความร่วมมือกับเกาหลี 3 ลักษณะคือ การลงทุนร่วม การว่าจ้างดำเนินการ และการแบ่งปันผลประโยชน์ ซึ่งท่าทีต้องการร่วมมือในรูปแบบเดิมที่เคยทำได้ ซึ่งต้องพิจารณาอีกครั้ง พร้อมให้ความมั่นใจว่า การดำเนินการของรัฐบาลจะโปร่งใส
    
                นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเชื่อมโยงความร่วมมือการลงทุนเอสเอ็มอีของเกาหลีกับไทยที่มีลัษณะคล้ายคลึงกัน โดยนักลงทุนเกาหลีมีความยินดีต่อคำเชิญให้ร่วมลงทุนของไทย ซึ่งได้ยืนยันถึงสถานการณ์ในประเทศที่มีความเรียบร้อย มีเสถียรภาพ นักลงทุนไม่ต้องกังวลเรื่องนี้
    
                นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการได้พบกับนักธุรกิจในเวทีการประชุมสุดยอดภาคธุรกิจอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งเน้นย้ำเเชื้อเชิญนักลงทุนมาลงทุนในไทยและอาเซียน โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี พลังงานทางเลือก พลังงานทดแทน สาธารณูปโภคพื้นฐานและการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งไทยจะอำนวยความสะดวกเพื่อลดขั้นการลงทุนให้มีความรวดเร็วโปร่งใส ไม่ทุจริตทุกโครงการ ซึ่งที่ประชุมให้การตอบรับด้วยดีที่เป็นเรื่องของความร่วมมือระหว่างกัน อย่างไรก็ตามการสร้างความเชื่อมโยงจะต้องอาศัยความร่วมมือของทุกประเทศ เพราะไม่มีประเทศใดที่จะดำเนินการได้เพียงฝ่ายเดียว
    
                "สำหรับวันนี้เป็นการประชุมหลักระดับผู้นำ 10 ประเทศอาเซียนและประธานาธิบดีเกาหลีในเวทีการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลีสมัยพิเศษ ซึ่งผู้นำแต่ละประเทศแสดงวิสัยทัศน์ในการดำเนินยุทธศาสตร์ ความร่วมมือเพื่อความสุขของประชาชนครอบคลุมทั้งเรื่องการค้า การท่องเที่ยว เทคโนโลยี สนับสนุนทุนการศึกษาจากเกาหลี แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม รวมทั้งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แสวงหาแนวทางเพื่อรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่นอาชญากรรมข้ามชาติ ภัยพิบัติ ปัญหาไฟป่า ซึ่งไทยสนับสนุนให้เกาหลีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมป้องกันไฟป่าในปี 2558
    
                นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้เสนอต่อที่ประชุมเรื่องการแก้ปัญหาโลกร้อน ปัญหาขยะที่ไทยถือเป็นวาระแห่งชาติ รวมถึงการดูแลป่าที่ดำเนินโครงการป่าเออีซีตามแนวชายแดนไปแล้ว และขอให้ร่วมกันผลักดันต่อไป
    
                นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้เน้นย้ำกับหน่วยงานของไทยด้วยว่าต่อไปการจัดทำแผนใด ๆ จะต้องมีรายละเอียดการดำเนิการอย่างชัดเจน เพื่อให้ไทยมีบทนำในการนำเสนอแนวทางปฏิบัติตามแผนความร่วมมือในเวทีต่าง ๆ ต่อไป ส่วนปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ทุกประเทศเห็นพ้องที่จะแสวงหาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและนำข้อขัดแย้งมาร่วมกันพิจารณาเพื่อให้เกิดสันติสุขในภูมิภาค
    
                นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำเร็จการหารือระดับทวิภาคีกับผู้นำประเทศที่เข้าร่วมประชุม โดยหารือกับ ประธานาธิบดีเกาหลี ไทยขอให้เลิกการห้ามนำเข้าไก่สดแช่แข็งและเพิ่มการนำเข้าผลไม้จากไทยมากขึ้นจากเดิมมีเพียง 7 ชนิดโดยไทยต้องปรับกฎระเบียบให้ทันสมัยเป็นสากล เพื่อไม่ให้ติดขัดในการสร้างความร่วมมือ ทั้งนี้ ได้ฝากให้คนไทยนำแนวทางของชาวเกาหลีเรื่องการเคารพกฎหมาย ความมีระเบียบวินัย และคำนึงผลประโยชน์ของประเทศชาติก่อน ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว
    
                นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับการเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม ทรงแสดงออกซึ่งความเคารพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมพูดคุยถึงความร่วมมือด้านการเกษตร ประมง และการท่องเที่ยว เพราะบรูไนแม้จะมีธุรกิจน้ำมันแต่ต้องวางยุทธศาสตร์สำหรับประเทศในอนาคตด้านอาหารและพลังงานทดแทน