ข่าว

'มท.2'มอบนโยบายต้านทุจริต

'มท.2'มอบนโยบายต้านทุจริต

12 ธ.ค. 2557

'มท.2' มอบนโยบายต้านทุจริต สั่ง 'พ่อเมือง' ต้องเป็นกำลังหลักแก้ปัญหา เล็งประเมินผลงาน 1 ปี เข้มสอบนายอำเภอห้ามวิ่งเต้น-ซื้อตำแหน่ง เหมือนอดีต

 
              12 ธ.ค.57 เมื่อเวลา 09.00 น. นายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมเสวนาการบูรณาการเครือข่ายต่อต้านการทุจริต ประจำปี 2558 รุ่นที่ 1 เพื่อสนับสนุนนโยบายการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ และสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 2 (พ.ศ.2556-2560) พร้อมกล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย ยึดเรื่องการแก้ไขปัญหาทุจริต คอร์รัปชั่นเป็นปํญหาสำคัญที่จะต้องแก้ไขให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยภายในระยะเวลา 1 ปีต่อจากนี้ จะกำหนดมาตรการด้านการป้องกันและปราบปรามทุจริตเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ
 
              "ผมอยากฝากให้ข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทยในฐานะที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลโดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดที่ต้องเป็นหลักชัยในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่ ขณะเดียวกันมีหน้าที่กำกับดูแลท้องถิ่น ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์ ให้ข้าราชการมีการวิเคราะห์ตัวเองว่า ต้องเป็นข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ดี สนองนโยบายของรัฐบาลให้ดีที่สุด เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง และมีหลักธรรมาภิบาล" รมช.มหาดไทย กล่าวและย้ำว่า ในการแก้ไขปัญหาทุจริตต้องเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ทุกหน่วยงานจะต้องปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส และซื่อสัตย์สุจริต ขอให้ข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทยทำงานเพื่อประโยชน์สุขของ ประเทศชาติและประชาชน โดยจะใช้ เรื่องการปราบปรามการทุจริต นำมาประเมินผลการทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย ซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการภายใน 1 ปี แก้ไขปัญหาทุจริตให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
 
              สำหรับการสอบโรงเรียนนายอำเภอ ในวันที่ 17 ม.ค. 58 นั้น ให้ใช้หลักความรู้ความสามารถในการสอบ อย่าวิ่งเต้น ซื้อขายตำแหน่ง ซึ่งตนไม่อยากให้เกิดปัญหาเหมือนอดีต และหวังว่าผู้เข้ารับราชการจะเป็นนายอำเภอที่ดีในอนาคต
 
 
มท.2 กำชับ ปภ.เร่งช่วยผู้ประสบภัยหนาว 4 จว.เหนือ-อีสาน
 
 
              นายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ตั้งแต่เดือนพ.ย. - ปัจจุบัน มีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยหนาว) ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.แม่ฮ่องสอน จ.เลย จ.เชียงใหม่ และจ.เพชรบูรณ์ รวม 15 อำเภอ 68 ตำบล 704 หมู่บ้าน ทั้งนี้จึงได้สั่งการให้ปภ.ประสานจังหวัดให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว กำหนดแนวทางการจัดสรรเครื่องนุ่งห่มกันหนาวอย่างทั่วถึง โดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยเป็นหลัก ให้การดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ รวมถึงกำหนดมาตรการป้องกันภัยในช่วงฤดูหนาวทั้งอัคคีภัย ไฟป่า หมอกควัน โรคภัยไข้เจ็บ อุบัติเหตุทางถนนในช่วงหมอกลงจัด อุบัติภัยจากการท่องเที่ยว
 
              นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีปภ. เปิดเผยว่า จากผลกระทบภัยหนาว ทั้ง 4 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 0.94 ของจำนวนหมู่บ้านทั่วประเทศ โดยจ.แม่ฮ่องสอน มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยหนาว 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน อ.ปางมะผ้า และอ.ปาย จ.เลย มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยหนาว 2 อำเภอ ได้แก่ อ.ภูกระดึง และ อ.ภูเรือ ด้าน จ.เชียงใหม่มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยหนาว 9 อำเภอ ได้แก่ อ.กัลยาณิวัฒนา อ.ฝาง อ.อมก๋อย อ.ไชยปราการ อ.เวียงแหง อ.แม่แจ่ม อ.แม่แตง อ.เชียงดาว และอ.เมืองเชียงใหม่ ขณะที่จ.เพชรบูรณ์มีพื้นที่ได้รับผลกระทบที่อ.น้ำหนาวจากภัยหนาว 1 อำเภอ ได้แก่ อำเภอน้ำหนาว อย่างไรก็ตาม ปภ. ได้ประสานจังหวัดจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยหนาวทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานการช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ เพื่อวางแผนให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมจัดสรรเครื่องนุ่งกันหนาวแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยหนาว รวมถึงกำหนดมาตรการป้องกันภัยในช่วงฤดูหนาวเพื่อให้ประชาชนดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย
 
 
มท.2 สั่ง ปภ.ช่วยประชาชน 4 จว.อีสาน เผชิญแล้งหนัก
 
 
              นายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. 57 - ปัจจุบัน มีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.สกลนคร จ.มหาสารคาม จ.นครราชสีมา และจ.บุรีรัมย์ รวม 15 อำเภอ 105 ตำบล 1,002 หมู่บ้าน ทั้งนี้ จึงได้สั่งการให้ปภ.ประสานจังหวัดปฏิบัติการแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง เน้นวางแผนบริหารจัดการน้ำเป็นระบบเชื่อมโยงในทุกระดับ และแจกจ่ายน้ำทั่วถึงครอบคลุมทุกพื้นที่ เน้นให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้ง
 
              ขณะที่นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) เปิดเผยว่า จากผลกระทบจากภัยแล้ง ทั้ง 4 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 1.34 ของจำนวนหมู่บ้านทั่วประเทศ โดยจ.สกลนคร มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง 4 อำเภอ ได้แก่ อ.พรรณนานิคม อ.อากาศอำนวย อ.วานรนิวาส และอ.สว่างแดนดิน จ.มหาสารคาม ได้รับผลกระทบที่ อ.พยัคฆภูมิพิสัย ด้านจ.นครราชสีมา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง 8 อำเภอ ได้แก่ อ.บ้านเหลี่ยม อ.บัวใหญ่ อ.บัวลาย อ.สูงเนิน อ.โนนแดง อ.ขามสะแกแสง อ.สีดา และอ.ห้วยแถลง ขณะที่จ.บุรีรัมย์ ได้รับผลกระทบใน อ.นาโพธิ์ และอ.บ้านใหม่ไชยพจน์
 
              อย่างไรก็ตาม ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งโดยจัดรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายน้ำบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประสานจังหวัดสำรวจปริมาณน้ำ จัดทำบัญชีแหล่งน้ำในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อสนับสนุนการสูบน้ำดิบเข้าสู่ระบบประปาหมู่บ้านและถังน้ำกลางประจำหมู่บ้านให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้อุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอและบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง