
'สุวพันธุ์'ยันไม่มีคุกลับในไทย
11 ธ.ค. 2557
'สุวพันธุ์' ยันไม่มีคุกลับของ CIA ในไทย โยน 'กต.' พิจารณาทำหนังสือชี้แจงหรือไม่ ด้าน 'รองโฆษกรบ.' เผย 'นายกฯ' สั่ง 'ก.พลังงาน' ชี้แจงเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน
11 ธ.ค.57 เมื่อเวลา 10.30 น. ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และอดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ กล่าวถึงกระแสข่าวที่มีการเปิดเผยรายงานของคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาระบุว่าสำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐอเมริกา (ซีไอเอ) ที่มีการอ้างอิงถึงว่าประเทศไทยถูกใช้เป็นคุกลับในการสืบสวนทรมานนักโทษกลุ่มอัลกออิดะห์ โดยยืนยันว่า ไม่มีคุกลับดังกล่าว และไม่มีรายงานเรื่องการทรมานในประเทศไทยแต่อย่างใด และหน่วยงานในไทยก็ไม่เคยมีการปฏิบัติการในเรื่องดังกล่าว
เมื่อถามว่า แปลว่ารายงานของซีไอเอที่ออกมาเป็นเท็จหรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นบทไหนในรายงานที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของสหรัฐอเมริกา เป็นเรื่องของกรรมาธิการข่าวกรองละความมั่นคงของสหรัฐและวุฒิสภา และซีไอเอ ในเรื่องการตรวจสอบการปฏิบัติงานของเขา ประเทศไทยไม่ได้เป็นคู่กรณีกับใครทั้งสิ้น เรื่องมันเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว อยากเรียนว่าความร่วมมือของรัฐบาลในปัจจุบันอยู่บนพื้นฐานอำนาจอธิปไตยและไม่มีนโยบายในการปฏิบัติงานใด ๆ ที่จะขัดกับหลักกฎหมาย ทั้งนี้ตนยืนยันว่าไม่มีคุกลับไม่มีการทรมานเกิดขึ้นในประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเทศไทยจะเกิดผลกระทบอะไรหรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า หากไปอ่านข่าวดังกล่าวโดยละเอียด จะพบว่าทางการสหรัฐมีการแจ้งเตือนพลเมืองสหรัฐ และผลประโยชน์ต่าง ๆ ในต่างประเทศที่อาจได้รับผลกระทบจากรายงานฉบับนี้ซึ่งเป็นข้อโต้แย้งใหญ่ในสังคมสหรัฐฯในวันนี้ ในเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ขณะที่ผลกระทบที่จะเกิดในไทยคือผลประโยชน์ของสหรัฐฯในประเทศไทย ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐฯก็ดูในเรื่องนี้อยู่แล้ว
ส่วนจะต้องมีการเพิ่มมาตรการทางการข่าวให้กับทางสหรัฐหรือไม่ นายสุวพันธ์กล่าวว่า ขณะนี้งานทางการข่าว ได้ดูในทุกมิติทั้งเรื่องผลกระทบด้านความมั่นคงที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็ได้มีการดูแลอยู่แล้ว ดูในทุกมิติและทำอย่างเต็มกำลังความสามารถ
เมื่อถามถึง ความร่วมมือของซีไอเอและรัฐบาลไทย เช่น การขอมาตั้งฐานปฏิบัติการในไทย นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ไม่มีเรื่องดังกล่าว ส่วนจะดำเนินการอย่างไรหลังจากมีการแจ้งเตือนประชาชนชาวสหรัฐฯในไทย นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า เราต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และเพิ่มมาตรการต่าง ๆ ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ได้ตระหนักในเรื่องนี้อยู่แล้ว ส่วนการข่าวในประเทศไทยนั้นก็ไม่มีรายงานเรื่องภัยคุกคามแต่เราก็ไม่ประมาท ทำเต็มที่หมด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวเช่นนี้เกิดขึ้นแต่ครั้งนี้ทำเป็นรายงานหมายความว่าอย่างไร นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นว่าอยู่หน้าไหนที่พาดพิงถึงประเทศไทย ข่าวที่ดูมาก็ไม่ได้บอกว่าอยู่ในหน้าไหน ย่อหน้าที่เท่าไหร่ คิดว่าเป็นการตีความกันเท่านั้นเอง ยืนยันได้เท่าที่ตนทราบคือ ไม่มีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น
เมื่อถามว่า ต้องมีการทำหนังสือชี้แจงให้ทางสหรัฐฯ หรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า คงต้องถามทางกระทรวงการต่างประเทศต่อไป
‘รองโฆษกรบ.’ เผย ‘นายกฯ’ สั่ง ก.พลังงานชี้แจงเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ปรารภเรื่องการทำความเข้าใจของกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่มีต่อภาคส่วนต่าง ๆ โดยต้องการให้ ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ด้วยการใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และเท่าทันต่อเหตุการณ์ เช่นปัจจุบันราคาน้ำมันโลกตกลง แต่ยังเกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดราคาน้ำในในประเทศ ไม่ลดลงตามหรือลดลงเพียงเล็กน้อย ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจโดยเฉพาะประเด็น ที่ต้องนำเงินไปอุดหนุนกองทุนน้ำมัน ซึ่งได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปัญหากรณีหากน้ำมันราคาสูง กองทุกดังกล่าวจะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนได้ โดยที่ประชาชนไม่ต้องจ่ายค่าน้ำมัน เท่ากับราคาในตลาดโลก
‘รองโฆษกรบ.’ เชื่อชาวสวนยางเข้าใจข้อเท็จจริงสถานการณ์มากขึ้น
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมสรุปสถานการณ์ ประจำวัน(มอร์นิ่งบรีฟ)บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ถึงปัญหาข้อเรียกร้องแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ของเกษตรกร ชาวสวนยางพาราว่า ต้องชื่นชมการทำหน้าที่ของ นายอำนวย ปะติเส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่พยายามใช้ทุกช่องทางในการชี้แจงทำความเข้าใจให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไป ทำให้เข้าใจในแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาล ทั้งนี้มองว่าส่วนหนึ่งของความเข้าใจมาจาก ร่าง พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย ฉบับที่ พ.ศ......... ที่ทำให้เกิดความชัดเจนว่าจะมีการทำความเข้าใจกันอย่างไรและใครเป็นผู้เกี่ยวข้องบ้าง
“ทั้งในส่วนของรัฐบาล เกษตรกร รวมทั้งผู้ประกอบการ ซึ่งขณะนี้ถือว่าทิศทางการพูดคุยดีขึ้น โดยกลุ่มเกษตรกรที่จะมาชุมนุม หรือเรียกร้องต่าง ๆเริ่มมีความเข้าใจถึงภาวการณ์และข้อเท็จจริง โดยเฉพาะราคายางของตลาดโลก เพราะข้อเรียกร้อง ให้ได้ราคายางกิโลกรัมละ 80 บาท นั้นในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยากเพราะราคาในตลาดโลกเป็นเช่นนี้ แต่รัฐบาลกำลังพยายามโดยขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการที่จะทำให้ราคายางไปถึงกิโลกรัมละ 60 บาทได้ แต่การผลักดันราคายางไปถึง 60 บาทต่อกิโลกรัม อาจทำได้ล่าช้ากว่าที่กำหนด เนื่องจากภาวะราคาน้ำมันในตลาดโลกต่ำลง ส่งผลกระทบทำให้ราคายางเทียมถูกลง และฉุดให้ ราคายางในตลาดโลกต่ำลงไปด้วย”พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า อยากให้ เกษตรกร นำข้อเท็จจริง เกี่ยวกับราคายาง ที่เป็นมาตรฐาน และชนิดเดียวกัน มาพูดคุยซึ่งก็จะได้ข้อยุติ ทั้งนี้ การดำเนินการให้ความช่วยเหลือและดูแลปัจจุบันค่อนข้างจะรวดเร็วขึ้นเนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการขึ้นทะเบียนและให้ความช่วยเหลือไปแล้วเกือบ 8 แสนราย ยังคงเหลืออัก 6 หมื่นกว่ารายเท่านั้นที่ยังไม่ได้มาลงทะเบียน ซึ่งการดำเนินการต่างๆก็จะง่ายและรวดเร็วขึ้น อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการเมืองทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ในพื้นที่ภาคใต้ มีส่วนสำคัญ ในการสร้างความเข้าใจ ซึ่งรัฐบาลยินดีหากทุกฝ่ายช่วยกัน เพราะท้ายที่สุดแล้วผลประโยชน์ก็จะตกแก่เกษตรกร และประเทศ



