
งัดข้อ'การเมือง-นายทุน-ข้าราชการ'ปฏิบัติการทวงผืนป่าเพชบูรณ์
11 ธ.ค. 2557
งัดข้อ 'การเมือง-นายทุน-ข้าราชการ' ปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าเพชรบูรณ์ : โดย...สนม บุญจันทึก
นายทุนจากถิ่นอื่น เข้ามากว้านซื้อป่าจำนวนมาก ส่วนใหญ่ชาวบ้านขายต่อโดยผ่านนายหน้าที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น รวมทั้งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน
ปัญหาการบุกรุกป่า โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน-ภาคเหนือตอนล่าง ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ คสช.ได้ประกาศจะเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะการทวงคืนผืนป่ากลับคืนมาให้จงได้
ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ได้ถูกบุกรุกอย่างหนักหลายอำเภอ แถมบางพื้นที่ถูกขึ้นบัญชีดำเพราะมีการบุกรุกเป็นวงกว้าง รวมทั้งการแก้ไขยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร เพราะมีอุปสรรคนานัปการ ทั้งด้านงบประมาณ และเครื่องมืออุปกรณ์
แต่กระนั้นก็ตาม ชิต อินทรนก ป่าไม้จังหวัดผู้เชี่ยวชาญชำนาญการ ได้เร่งจัดระเบียบทวงคืนฝืนป่าที่มีการบุกรุกแผ้วถางยึดครอง โดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไม่ได้หยุดนิ่ง ทำการปราบปราบจับกุมผู้กระทำความผิดต่อเนื่อง แต่บางครั้งการทำงานต้องหยุดลง เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยราชการบางส่วน โดยอ้างว่าอาจจะกระทบต่อการท่องเที่ยวและการลงทุน บางครั้งจับผู้ต้องหาและของกลางได้ก็มีความจำเป็นต้องคืนและปล่อย เพราะมีผู้ใหญ่ร้องขอ รวมไปถึงบางครั้งมีคนโทรศัพท์มาข่มขู่เจ้าหน้าที่ โดยอ้างตัวว่าเป็นอดีตรัฐมนตรี และนักการเมืองชื่อดัง
ป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์ บอกว่า พื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกอย่างหนัก มี 5 อำเภอ คือ น้ำหนาว เขาค้อ หล่มเก่า หล่มสัก และหนองไผ่ ส่วนที่บุกรุกมากที่สุดคือ อ.น้ำหนาว ตามลงมาด้วย เขาค้อ และหล่มเก่า ส่วนการตรวจสอบและเข้าดำเนินการตามนโยบายของอธิบดีกรมป่าไม้ ให้สกัดกั้นและเข้าตรวจสอบที่ทำกินของประชาชนว่าได้เข้าไปทำกินเมื่อไหร่ ปีพ.ศ.อะไร และหากเข้าทำกินอาศัยก่อนการประกาศป่าสงวนก็จะยินยอมให้เข้าทำกินต่อไปได้ แต่หากเข้ายึดครอบครองหลังจากมีประกาศแล้วก็จำเป็นต้องขอพื้นที่คืนและหากไม่เชื่อฟังก็จะตรวจยึดและจับกุม
"ภาพรวมการรุกป่าจากข้อสรุปของทางจังหวัด พบว่านายทุนจากถิ่นอื่น เข้ามากว้านซื้อป่าเป็นจำนวนมาก แต่ละแปลงเป็น 100 ไร่ถึง 1,000 ไร่ ซึ่งการซื้อขายส่วนใหญ่ชาวบ้านได้ขายต่อให้แก่นายทุน โดยผ่านนายหน้าที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น รวมทั้งกำนันและผู้ใหญ่บ้าน เป็นนายหน้าติดต่อนายทุนนำที่ป่าขายโดยอ้างว่า มีเอกสาร ภบท. 5 หรือใบเสียภาษีที่ดินทำกิน ขณะนี้ก็ยังมีการซื้อขาย ทั้งที่ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ออกประกาศและห้ามการซื้อขายป่าสงวน แต่มีบางกลุ่มนายทุนและนายหน้าไม่ยอมเชื่อฟัง ด้วยเหตุนี้จึงมีคดีเรื่องรุกป่าสงวนและป่าเป็นจำนวนมากในศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ เต็มไปด้วยคดีรุกป่าทำเอาผู้ใหญ่บ้านถูกจับกุมและถูกศาลพิพากษาไปแล้ว เช่น ป่าภูโปด ต.บ้านเนิน ที่นายหน้ากลุ่มนี้นำที่ดินสงเคราะห์มาจัดแบ่งแปลงขายให้แก่นายทุนที่มาจากภาคใต้เพื่อทำสวนยางพารา" นายชิต กล่าว
นายชิต ยังระบุด้วยว่า ปัญหาอีกส่วนที่พบคือ เจ้าหน้าที่กรมที่ดินออกเอกสารทับที่ป่าให้นายทุน ซึ่งการออกโฉนดในแปลงป่า ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้และทหารเข้าตรวจสอบพบว่าในป่าที่เป็นเทือกเขา เช่น ป่า น้ำชุน น้ำก้อ มีพื้นที่ถูกตัดฟันเป็นหมื่นๆ ไร่ จึงได้ทำการตรวจยึด อยู่ในระหว่างการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย หากเกิน 100 ไร่ เป็นอำนาจหน้าที่ของชุดสืบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะต้องเข้าไปดำเนินการ นอกจากนั้นจะอยู่ในความดูแลของ ป.ป.ช.และ ป.ป.ท.ที่ลงมาสอบสวนตามคำร้องขอของกรมป่าไม้ เพราะการรุกป่ามีเนื้อที่จำนวนมากทางหน่วยสอบสวนพิเศษรับคดีไปทำเอง และยังมีหลายคดีที่อยู่ในระหว่างการสอบสวนและดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน
สำหรับป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ จากการสำรวจด้วยระบบดาวเทียมและจีพีเอส ปรากฏว่ายังมีป่าที่เหลือประมาณ 31% และแต่ละพื้นที่ทางกรมป่าไม้ได้ตั้งหน่วยรักษาป่ารวมทั้งหมด 12 หน่วย เพื่อเฝ้าระวังและป้องกัน แต่ปัญหาที่ตามมาคือขาดงบประมาณสนับสนุนและอุปกรณ์ที่จะดำเนินการ
จากการติดตามสอบสวนและผลงานของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ พบว่าการปฏิบัติการทวงคืนฝืนป่า ได้จับกุมตรวจยึดเพื่อเอาป่าคืนมีเปอร์เซ็นต์น้อยใน 17 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง โดย จ.เพชรบูรณ์ มีการบุกรุกยึดครองป่าจากนายทุนสูงมาก ดังนั้นจึงได้หาทางและประชุมหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยมีกำลังที่สนับสนุนคือกำลังของทหารที่จะมาเป็นผู้ช่วยในปฏิบัติการในครั้งนี้
"เบื้องต้นตามที่สำรวจอย่างเป็นทางการ พบว่า ส่วนใหญ่ที่รุกป่าเป็นนายทุนจากต่างถิ่นและได้ทำการขึ้นบัญชีเอาไว้ทั้งหมด และจะเข้าทวงคืนในเบื้องต้นก่อน เพื่อขอคืนป่าจากกลุ่มทุน หากไม่ยอมคืนก็จะใช้กฎหมายเข้าดำเนินการ ส่วนต้นไม้ไม่ว่าต้นยางพาราหรือต้นไม้อื่นๆ ทางกรมป่าไม้ก็จะยึดและจัดให้เป็นสวนยาง โดยยึดเอามาเป็นสวนป่าเพื่อพิจารณาตามความเห็นของรัฐต่อไป และจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไป ซึ่งทางทหารมีกำหนดการและขึ้นบัญชีเอาไว้ทั้งหมดแล้ว" ป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์ ชี้แจง
ด้าน พ.อ.ถนัดพล โกศัยเสวี เสนาธิการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองพลทหารม้าที่ 1 จ.เพชรบูรณ์ ระบุถึงการออกทวงคืนผืนป่าว่า ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา สามารถนำป่ากลับคืนมาได้แล้วประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่หยุดยั้งเอาคืนและฟื้นฟู โดยในไตรมาสแรกราวสิ้นเดือนธันวาคมจะมีการประเมินผล ซึ่งทุกหน่วยงานรับปากว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จหรือเห็นรูปธรรม
"หลายคดีจับกุมกันแล้ว ต้องถามว่าเมื่อไหร่จะเอาจริง อย่างกรณีการบุกรุกป่าโคกตาด ซึ่งศาลสั่งเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังมีข้าราชการปลูกบ้านพักอยู่ หรือบุกรุกภูขี้ไก่รอจนคดีหมดอายุความ จึงค่อยโยนเรื่องให้ ป.ป.ท. โดยผู้ต้องหา 4 คน ตายไป 1 คนเหลือ 3 คน แต่เหลือที่รับราชการอีกแค่คนเดียว ซึ่งทหารไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ไม่มีอำนาจหรือกฎหมายเข้าไปเกี่ยวข้องก็ได้แต่เร่งรัดให้หน่วยงานเหล่านี้ดำเนินการให้ได้" พ.อ.ถนัดพล กล่าว
สำหรับปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าและการเรียกร้องขอที่ดินทำกินที่ฝ่ายทหารเร่งรัดได้แก่ 1.การแก้ไขปัญหากรณีผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ร้องขอที่ทำกินที่ ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ 2.กลุ่มเกษตรกรคนจน ขอที่ทำกิน ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ 3.การบุกรุกป่าห้วยทราย บริเวณเขาย่า อ.เขาค้อ 4.เอกชนบุกรุกสร้างรีสอร์ท ในพื้นที่ป่าห้วยอีม้อ ต.ตาดกลอย ป่าสงวนแห่งชาติ 5.ตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติสองข้างทางสายชัยวิบูลย์ ต.คลองกระจัง อ.ศรีเทพ 6.การบุกรุกพื้นที่ภูขี้ไก่ อ.หล่มสัก-หล่มเก่า 7.ตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์โคกตาด ต.ป่าเลา-ต.นางั่ว อ.เมืองเพชรบูรณ์ 8.ตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่า ต.ซับไม้แดง อ.บึงสามพัน
ดังนั้น ต้องจับตาดูการปฏิบัติทวงคืนผืนป่าในสิ้นปีนี้ว่ากรมป่าไม้และทหารจะจัดการได้แค่ไหน โดยเฉพาะรุกป่าที่เพชรบูรณ์ถือเป็นปัญหาใหญ่ของภาคเหนือตอนล่าง เป็นด่านหินที่วัดฝีมือทีมทำงานว่าจะทำให้นโยบายของคสช.ศักดิ์สิทธิ์ได้จริงหรือไม่ ?
---------------------------
(งัดข้อ 'การเมือง-นายทุน-ข้าราชการ' ปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าเพชรบูรณ์ : โดย...สนม บุญจันทึก)



