
หลายเรื่อง จริยธรรม
11 ธ.ค. 2557
หลายเรื่อง จริยธรรม : จอกอ Chairman NPCT facebook/twitter\chakkrish
เมื่อวันจันทร์ (8 ธันวาคม 2557) สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติได้มีประกาศฉบับหนึ่ง ขอความร่วมมืองดแจกของรางวัลมีมูลค่า อันเป็นผลต่อเนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้จัดงานที่เรียกว่า Thank Press หรืองานเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชน โดยการจัดให้มีการจับสลาก หรือแจกของรางวัลมีมูลค่า ซึ่งขัดต่อหลักจริยธรรมวิชาชีพ
ปฏิกิริยาหลังจากที่ประกาศฉบับนี้เผยแพร่ออกไป มีทั้งสนับสนุนและประชดประเทียด ในทำนองว่า เป็นเพียงประกาศที่อาจไม่มีผลทางปฏิบัติหรือไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร
นั่นไม่สำคัญเท่า การยืนยันหลักการทำงานตามวิชาชีพ เพื่อสร้างความศรัทธาเชื่อถือในสื่อทั้งระบบ แม้ว่าจะต้องใช้เวลานานสักเท่าใด
สื่อมวลชนในกลุ่มข่าว ไม่ได้มีมาตรฐานทางจริยธรรมสูงส่งกว่าคนอาชีพอื่น หรือแม้แต่สาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น นักโฆษณาและประชาสัมพันธ์ แต่ประเด็นที่ผมเห็นว่าเป็นปรากฏการณ์ร่วม โดยเฉพาะในทั้งสามสาขานี้ คือ หลักการที่พวกเรามี ก็คือหลักที่แสดงแต่เพียงคุณค่าของการทำงาน เช่น หลักจรรยาบรรณวิชาชีพโฆษณาของสมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย เช่น การสร้างสรรค์งานโฆษณา ควรกระทำด้วยการตระหนักถึงการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และอยู่ภายใต้หลักของการแข่งขันที่ยุติธรรม ที่ยอมรับโดยทั่วไปในวงการธุรกิจ
หรือหลักจริยธรรมการประชาสัมพันธ์ ที่บอกว่า ต้องเสียสละ อดทน เพื่อรักษามาตรฐานและพัฒนาการแห่งวิชาชีพอย่างสมศักดิ์ศรี ต้องซื่อสัตย์ จริงใจ ยึดมั่นในอุดมการณ์แห่งวิชาชีพตน ไม่ต่างไปจากข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ในหลักการพื้นฐานที่ว่า ต้องยึดถือข้อเท็จจริง ความถูกต้อง แม่นยำและครบถ้วน ต้องนำเสนอข่าวเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนหรือหมู่คณะ ต้องแสดงความพยายามในการให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
แต่การสอนให้นักศึกษาด้านนิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ เข้าใจและตระหนักรู้ถึงความสำคัญของจริยธรรมสื่อมวลชน หรือสอนให้คนทำงานสื่อต่างยุคสมัยเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าจะปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องตามหลักจริยธรรมนั้น ไม่ง่ายนัก นอกจากการอธิบายแนวทางปฏิบัติประกอบกับกรณีศึกษา เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน ซึ่งจากการประเมินการสอนในฐานะครูจำเป็นของผมช่วงระยะเวลาราว 10 กว่าปีที่ผ่านมา ผมเชื่อว่า นักศึกษาหรือนักข่าวรุ่นหลัง พอจะมองเห็นภาพและความสำคัญของจริยธรรมกับวิชาชีพสื่อมวลชนพอสมควร เมื่อใช้วิธีการถ่ายทอดเช่นนั้น
ยกตัวอย่างในบางเรื่อง เช่น วิธีการหาข่าว นักข่าวควรต้องคำนึงถึงวิธีการได้มาซึ่งข้อมูล ข่าวสาร การบุกรุกเข้าไปในบ้านของแหล่งข่าว การดักฟังหรือแอบบันทึกเสียงการติดต่อ สนทนาของผู้อื่น การสะกดรอยติดตาม และแอบถ่ายด้วยอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีสูง การลอบถ่ายเอกสารข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล
รวมทั้งการไม่แสดงตัวว่าเป็นนักข่าวขณะปฏิบัติหน้าที่หรือไม่บอกคู่สนทนาว่าจะนำไปเป็นข่าว เช่น กรณีการพูดคุยระหว่างนักข่าวคนหนึ่ง กับนักข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาล แล้วไปเสนอเป็นข่าวเผยแพร่ต่อสาธารณะ จนต้องมีการปฏิเสธกันในเวลาต่อมา
หรือในเรื่องอคติส่วนตัวของนักข่าว ที่นำไปปะปนกับการทำหน้าที่สื่อมวลชน ผมพูดเสมอว่า นักข่าวก็คือปุถุชนคนหนึ่ง ย่อมมีความรัก โลภ เกลียดชัง มีทัศนคติทางการเมืองเหมือนกับคนอื่นๆ แต่ในการไปทำหน้าที่บนพื้นที่สาธารณะ จะต้องตระหนักถึงหน้าที่อันมีผลประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ
นักเล่าข่าวหลายคนมีส่วนยั่วยุ และถ่ายทอดวาทกรรมที่สร้างความเกลียดชังให้แก่สังคมก่อนหน้าจะมีการยึดอำนาจ เพราะถ้อยคำเหล่านั้นสอดคล้องกับอารมณ์ ความรู้สึกของเขา
นอกจากนักข่าวบางคนที่แสวงหาผลประโยชน์จากอาชีพนักข่าวแล้ว ยังมีอีกบางคนที่สำคัญผิดในบทบาทจนลืมไปว่า นักข่าวก็คือ คนทำอาชีพอาชีพหนึ่ง ซึ่งไม่ได้แตกต่างหรือมีความสำคัญกว่าคนอื่นเลย
---------------------------
(หลายเรื่อง จริยธรรม : จอกอ Chairman NPCT facebook/twitter\chakkrish)



