
เงินทองต้องรู้ : ถูกหวยรางวัลที่ 1
12 ธ.ค. 2557
เงินทองต้องรู้ : ถูกหวยรางวัลที่ 1 : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]
ว่ากันว่า การใช้ชีวิตอย่างมีความหวัง จะทำให้เกิดพลังขับเคลื่อนในการดำเนินชีวิต หลายคนจึงตั้งความหวังจะมีบ้าน มีรถ มีโอกาสท่องเที่ยวในต่างประเทศ เพื่อให้ชีวิตมีเป้าหมาย และทำให้เรามีแรงผลักดันไปสู่เป้าหมาย ในขณะที่อีกหลายคนมีความหวังสูงสุดในชีวิต นั่นคือ การถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 สักครั้งในชีวิต เพราะเชื่อว่า เงินรางวัลที่ได้รับ จะสามารถตอบสนองทุกความหวังของตัวเองได้
ที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เพราะผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา มีผู้ถูกรางวัลสูงถึง 52 ล้านบาท หลังรับเงินรางวัล นักข่าวตามไปสัมภาษณ์ผู้โชคดีรายนี้ ซึ่งทำธุรกิจคาร์แคร์อยู่ที่ จ.อุดรธานี ก็พบว่า เขายังคงทำธุรกิจและใช้ชีวิตตามปกติ แม้ว่าฐานะทางการเงินจะขยับขึ้นมาติดอันดับ “เศรษฐี” หรือ “มิลเลียนแนร์” ตามนิยามของฝรั่ง ที่ใช้จำนวนเงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือในราว 33 ล้านบาท (เทียบกับอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันที่ 33 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ) เป็นเส้นมาตรฐานบ่งบอกฐานะ
เพราะความอยากรู้ว่า คนที่ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ได้สัมผัสเงินล้านแบบโชคช่วยจริงๆ นั้น เขาใช้ชีวิตกันแบบไหน ก็เลยลองค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต พบว่ามีอะไรน่าสนใจมากมายไม่น้อย โดยเฉพาะในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา มีผู้มาโพสต์ข้อความตั้งเป็นกระทู้ไว้ในทำนองที่ว่า เจ้าของเรื่องมีคนรู้จักมักคุ้นที่ถูกรางวัลที่ 1 และรางวัลที่ 1 แจ็กพอต ถึง 3 คน และทั้ง 3 คนใช้ชีวิตแบบไหนหลังจากถูกหวย
เจ้าของกระทู้บอกว่า คนรู้จักคนที่ 1 เป็นแม่ค้าขายอาหารตามสั่ง อายุ 50 กว่าๆ เป็นคุณแม่ของเพื่อน ถูกรางวัลที่ 1 เมื่อหลายปีมาแล้ว ได้รับเงินรางวัล 6 ล้านบาท เขานำเงินที่ได้จากการถูกรางวัลไปซื้อตึกแถว 1 ห้องติดถนนใหญ่ แล้วปล่อยให้คนเช่า ส่วนตัวเองปลูกบ้านไม้หลังเล็กอยู่ในที่ดินที่เช่าคนอื่นอีกที และขายอาหารตามสั่งเหมือนเดิม เงินที่เหลือก็ฝากธนาคาร และค่อยๆ ทยอยเอาออกมาใช้จ่าย ได้สามีใหม่ขับแท็กซี่ขับบ้างไม่ขับบ้าง และลูกชายเรียนไม่จบ มีอาชีพขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
สุดท้ายเงินทองร่อยหรอลงเรื่อยๆ เพราะว่าไม่ได้ทำอะไรให้งอกเงยขึ้นมา เนื่องจากไม่มีความรู้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่เพราะมีโรคประจำตัว ทำให้ต้องนำเงินมารักษาตัว ล่าสุดก็รู้แค่ว่า เงินจากการถูกรางวัลแทบไม่มีเหลือแล้ว แต่ยังดีที่มีตึกแถวให้เช่า ทำให้มีรายได้อยู่บ้าง
คนที่ 2 เป็นคุณตาวัยกว่า 70 ปี ซึ่งเป็นนักเล่นหวยมืออาชีพ คุณตาถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 รับเงินรางวัล 6 ล้านบาท เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว คุณตานำเงินมาซื้อบ้านเดี่ยวราคาประมาณ 1.6 ล้าน ส่วนเงินที่เหลือส่วนหนึ่งนำไปฝากธนาคารบ้าง สลากออมสินบ้าง และคุณตาก็ยังคงเล่นหวยทุกงวดค่ะ
ส่วนคนที่ 3 เป็นคู่สามีภรรยา วัยเกือบ 30 ทำงานโรงงานทั้งคู่ พักอาศัยอยู่ห้องแถวใกล้โรงงาน คู่นี้ดวงดีมาก เพราะถูกรางวัลรวมเป็นเงินกว่า 52 ล้านบาท เจ้าของกระทู้ในพันทิปเล่าว่า หลังจากถูกรางวัลแล้ว ทั้งคู่เอาเงินไปซื้อแอร์มาติดห้องเช่า และทำงานโรงงานต่อไป ซื้อรถกระบะมา 1 คัน ติดเครื่องเสียงไป 3 แสนบาท แต่ไม่มีที่จอดรถเนื่องจากอยู่ห้องแถว ก็เลยต้องไปเช่าที่จอดรถร้านค้าด้านหน้าจอด และยืนยันว่าจะทำงานโรงงานต่อไป เพราะไม่อยากถูกหาว่าเป็นวัวลืมตีน
แต่ทำงานได้อีกไม่นาน ก็เริ่มนำเงินไปซื้อที่ดินในต่างจังหวัดแถบภาคเหนือ จำนวนหลายไร่ และก็ซื้อมอเตอร์ไซค์วิบากไว้ขับที่นั่น เงินบางส่วนแจกญาติพี่น้อง และที่เหลือหารสอง ฝากคนละบัญชีค่ะ ปัจจุบันทั้งสองเลิกทำงานโรงงานและกลับไปทำไร่ในต่างจังหวัด ซึ่งเจ้าของกระทู้ก็ปิดท้ายว่า ไม่ทราบแล้วว่าหลังจากนั้น ชีวิตของทั้งคู่เป็นอย่างไร
มีข้อสังเกตประการสำคัญเกี่ยวกับคนถูกหวย ซึ่งเป็นข้อสังเกตที่สอดคล้องกับความเห็นของ “อิทธิพล ประสงค์ทรัพย์” ที่ปรึกษาด้านการลงทุนของกรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งเป็นบริการที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุนส่วนบุคคลของธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวไว้ก็คือ คนที่ถูกลอตเตอรี่หรือ “หวย” ส่วนใหญ่มักจะไม่มีความรู้เรื่องการจัดการการเงินหรือการลงทุน
อาจจะเหมือนกับคำกล่าวกระทบกระเทียบที่ติดปากผู้คนว่า “คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น” เพราะคนมีฐานะดีกว่า มีความรู้เรื่องการลงทุน การออม การบริหารเงินก็มักจะไม่เกี่ยวข้องหรือหวังพึ่งพาความร่ำรวยจากลอตเตอรี่เท่ากับคนที่มีฐานะด้อยกว่า ใครอยากรู้ว่า จริงหรือไม่จริง ก็ลองค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตว่า “ถูกหวยรางวัลที่ 1” จะพบว่า ผู้โชคดีส่วนใหญ่ เป็นสาวโรงงานบ้าง เป็นแม่ค้าขายผักบ้าง เป็นหนุ่มร้านปะยางบ้าง เป็นสาวเสิร์ฟ หรือแม้แต่เป็นคนเก็บขยะ
ยิ่งย้อนกลับไปดูก็จะยิ่งพบว่า มีคนถูกหวยรางวัลที่ 1 จำนวนไม่น้อยที่กลับไปมีชีวิตลำบากลำบนเหมือนเดิม โดยไม่สามารถรักษาความเป็น “มิลเลียนแนร์” ไว้ได้ ซึ่งเรื่องนี้ที่ปรึกษาด้านการลงทุนของกรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ อย่าง “อิทธิพล” บอกว่า เพราะคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจทางด้านการบริหารจัดการเงิน บางคนใช้เงินหมดอย่างรวดเร็ว ในขณะที่บางคนไม่ทำอะไรให้เงินรางวัลงอกเงยสร้างผลตอบแทน และยอมใช้ชีวิตลำบากเหมือนเดิม เพราะกลัวเงินหมด ซึ่งเท่ากับว่า เงินรางวัลจำนวนมหาศาลไม่ได้สร้างประโยชน์หรือเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้นเลย
“ผมว่าคนกลุ่มนี้นี่แหละที่ต้องการที่ปรึกษาการเงินและการลงทุนแบบมืออาชีพ ซึ่งทุกแบงก์ต่างก็พยายามสร้างบริการนี้ และธนาคารกรุงศรีฯ ก็เป็นหนึ่งในนั้น บริการกรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ จะช่วยดูแลลูกค้าที่มีเงินออม เงินฝาก เงินลงทุนกับแบงก์ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป เราจะคอยดูแลจัดสรรสินทรัพย์ต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ให้แก่ลูกค้าที่มีความต้องการเฉพาะเจาะจงมากขึ้น”
“อิทธิพล” ฝากถึงบรรดาผู้โชคดีถูกหวยรางวัลที่ 1 ด้วยว่า สำหรับคนที่ไม่มีความรู้ทางการเงินเลย เป็นกลุ่มที่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกคือ ชำระหนี้สินให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นอาจจะเริ่มต้นที่การฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์แบบพิเศษที่ให้ผลตอบแทนสูง หรืออาจจะเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ แต่สำคัญที่สุด คือ หลังจากนั้น ต้องเริ่มเรียนรู้เรื่องการลงทุนบ้าง เพื่อให้เงินงอกเงยและสร้างผลตอบแทนบ้าง โดยใช้บริการของธนาคารนี่แหละ เพราะอย่างน้อย นั่นก็จะช่วยให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงสมฐานะ “มิลเลียนแนร์” ที่ไม่ใช่เป็นแค่ “สามล้อถูกหวย”
-----------------------
(เงินทองต้องรู้ : ถูกหวยรางวัลที่ 1 : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])



