
'วุฒิสาร'ชี้เลือก'นายกฯ-ครม.'โดยตรงยังไม่สรุป
10 ธ.ค. 2557
'วุฒิสาร' ชี้เลือก 'นายกฯ-ครม.' โดยตรง ยังไม่สรุป มอง 'นิรโทษ-ประชามติ' ยังอีกไกล ยันกระบวนการรับฟังความเห็นปชช.ไม่ใช่พิธีกรรม
10 ธ.ค.57 นายวุฒิสาร ตันไชย โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อเสนอเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีโดยตรง ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง ว่า ความเห็นดังกล่าวยังไม่เป็นที่ยุติ การยกร่างรัฐธรรมนูญยังต้องรับฟังความคิดเห็นจากอีกหลายภาคส่วน เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาเป็นหลักการสำหรับการทำงาน จากนั้น กมธ.ยกร่างฯทั้ง 36 คน จะมาหารือร่วมกัน เพื่อให้หลักการที่ได้มาตกผลึก และจะเริ่มต้นยกร่างรัฐธรรมนูญรายมาตรา เดือน ม.ค. 2558 ซึ่งจะเป็นรูปเป็นร่างภายใน 3 เดือน ซึ่งในระหว่างนี้ ความคิดเห็นทุกอย่างไม่ว่าจะมาจาก พรรคการเมือง ประชาชน ก็สามารถนำมาใช้ในการยกร่างรัฐธรรมนูญได้
ส่วนข้อท้วงติงจากพรรคการเมืองต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มองว่าสุดโต่งเกินไปนั้น ถือเป็นเรื่องดีที่ทุกฝ่ายร่วมแสดงความคิดเห็น แต่เราก็จะมุ่งทำงานให้ดีที่สุดและอธิบายต่อสังคมให้ได้ และขอยืนยันว่า การทำรัฐธรรมนูญไม่มีการตั้งธงไว้ล่วงหน้า และสามารถรับฟังความคิดเห็นของประชาชนได้ทุกเมื่อ รวมทั้งข้อเสนอของพรรคการเมืองต่างๆก็จะนำมาพิจารณาร่วมกัน โดยวันที่ 12 ธ.ค. ก็จะรับฟังความคิดเห็นจากพรรคเพื่อไทย โดยมีนายโภคิน พลกุล จะเดินทางเข้ามาแสดงความคิดเห็นในนามส่วนตัว ส่วนการนิรโทษกรรมและการทำประชามตินั้นยังไม่มีการพูดถึง เพราะยังเป็นเรื่องอีกไกล
‘วุฒิสาร’ ยันกระบวนการรับฟังความเห็นปชช.ไม่ใช่พิธีกรรม เชื่อหากปชช.มีส่วนร่วม รธน.ถูกฉีกยาก
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญและสถาบันพระปกเกล้า ร่วมจัดงานเสวนา เรื่อง "การอบรมเสริมทักษะผู้สร้างความปรองดองในกระบวนการประชาเสวนาหาทางออก เพื่อกาปฎิรูประเทศไทย" โดยมี นายวุฒิสาร ตันไชย โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนู กล่าวเปิดงานตอนหนึ่ง ว่า หัวใจสำคัญสำหรับการยกร่างฯ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 - 17 ธ.ค. ที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯจะต้องไปรับฟังความเห็นจากที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งจะมีคณะกรรมาธิการปฏิรูปทั้ง 18 คณะ คอยให้ความเห็นที่ต้องการปฏิรูปประเทศ จากนั้นคณะกรรมาธิการยกร่างฯก็จะมาคุยกันว่า สาระสำคัญในรัฐธรรมนูญความจะมีอะไรบ้าง แล้วจึงเขียนโครงร่างของรัฐธรรมนูญเบื้องต้น ให้แล้วเสร็จ ในวันที่ 17 เม.ย.58 ก่อนส่งให้ สปช. สนช. และครม. พิจารณาทบทวนให้ความเห็นต่อไป จากนั้นกรรมาธิการยกร่างฯก็มีเวลาอีก 30 วัน สำหรับการปรับแก้
นายวุฒิสาร กล่าวว่า ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ก็จะรับฟังความเห็นจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้ง 10 จุด ทั่วประเทศ ซึ่งจะมีความสำคัญทั้งสาระและกระบวนการ เพื่อนำมาประกอบการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยหัวใจสำคัญจะอยู่ที่กระบวนการ ซึ่งเราต้องดูว่า เมื่อทำเสร็จแล้วประชาชนเชื่อถือยอมรับได้หรือไม่ ข้อมูลที่ได้จากการรับฟังจะต้องมีความน่าเชื่อถือ ทำให้ประชาชนรู้สึกว่า ประชาชนเป็นเจ้าของสาระที่เสนอ เป็นเจ้าของอำนาจ ก็จะเกิดกระบวนการติดตามตรวจสอบเอง ดังนั้น ทั้ง 10 เวที ต้องมีกระบวนการที่มีมาตราฐานเดียวกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความเป็นกลางของข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญ กระบวนการดังกล่าวนี้จะเป็นไปตามที่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ย้ำมาตลอดว่า กระบวนการรับฟังความเห็นจากประชาชนนั้น ไม่ใช่พิธีกรรมอย่างแน่นอน
นายวุฒิสาร กล่าวอีกว่า ส่วนการปฏิรูปนั้น ก็ไม่ได้หมายความเพียงแค่รัฐธรรมนูญอย่างเดียว เพราะไม่สามารถบัญญัติให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนได้ การปฏิรูปประเทศจึงเป็นหน้าที่ของสปช.ด้วย เนื้อหาที่ได้จากการรับฟังความเห็น บางส่วนอาจสามารถบรรจุไว้ในรัฐธณรมนูญได้ แต่บางส่วนต้องส่งให้ สปช. ที่เหลือเวลาทำหน้าที่อีก 1 ปี ร่วมดำเนินการ ทุกคนต้องช่วยเข็นเรือแห่งโอกาสลงสู่มหาสมุทรที่กว้างใหญ่ เพื่อทำให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีทุกคนเป็นเจ้าของ ไม่ใช่เฉพาะแค่ สมาชิก สปช. 250 คน และ คณะกรรมาธิการยกร่างฯ 36 คน ทั้งนี้ยังต้องร่วมกันทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มั่นคงถาวร ฉีกได้ยาก อีกด้วย



