
แมวหลงบนทางด่วน!
แมวหลงบนทางด่วน! : บทความพิเศษ โดยแกร่ง หินเพลิง
นับวันถนนทุกสายก็ยิ่งเพรียกหาทิศทางการปฏิรูปประเทศ ปฏิรูประบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง หลังผ่านช่วง “ฮันนีมูน” 6 เดือนกันไปแล้ว นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เข้ายึดอำนาจการปกครองประเทศ
แต่ยิ่งเห็นเส้นทางปฏิรูปการเมือง ปฏิรูประบบเลือกตั้งและโดยเฉพาะเส้นทางการสังคายนาระบบเลือกตั้งที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ออกมาแล้วก็ยิ่ง “ว้าเหว่” ไม่รู้จะนำพาประเทศไทยกันออกน้ำออกทะเลไปที่ไหน?
หากจะให้นิยามบ้านเมืองเราเวลานี้ก็คงต้องบอกว่า มันมีสภาพไม่ต่างไปจาก “หมาหลงบนทางด่วน” นั่นแหละ! คือไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้จะเดินไปทางไหน? ได้แต่ยืนเก้ๆ กังๆ เหลียวซ้ายแลขวา หันหน้าหันหลังกันอยู่นั่น
ป่าวประกาศจะให้ของขวัญปีใหม่แก่ประชาชนคนไทยด้วยการประเคนปรับลดราคาน้ำมัน ลดการบิดเบือนกลไกตลาดก็กลับสอดแทรกปรับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจี เอ็นจีวีทั้งที่สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เคยเป็นต้นตอทำให้เกิดการบิดเบือนกลไกราคาน้ำมันก็เป็นบวกไม่รู้กี่พันล้านเข้าไปแล้ว
หนักข้อเข้ายังไปปัดฝุ่นเอาทั้งภาษีที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ภาษีมรดก ภาษีการให้และภาษีอะไรต่อมิอะไรที่ซุ่มจะประดังออกมาให้ประชาชนคนไทยได้ช็อกตาตั้ง ชนิดสำลักความสุขกันให้ตายไปข้างเพราะไม่แน่ใจตกลงรัฐบาล คสช.จะให้ของขวัญหรือเขย่าขวัญกันแน่
ป่าวประกาศจะไขลาน- ล้างท่อลงทุนเบิกจ่ายงบประมาณรัฐ ที่นัยว่าไปติดขัดอุดตันอยู่ตามส่วนงานราชการและรัฐวิสาหกิจ รัฐก็ดอดไปตั้งกำแพง คตร.ตรวจสอบการใช้จ่ายเอาไว้ บรรดางบค้างท่อ ก็เลยกลายเป็นงบค้างเติ่ง
บทจะโชว์กึ๋นรื้อแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านของรัฐบาลชุดก่อน ที่ว่ากันว่ามีรายการหมกเม็ด เพราะมีกระดาษชี้แจงอยู่ไม่กี่แผ่นแถมตัวรับเหมาไม่กี่เจ้า แต่พอตกมาอยู่ในเงื้อมมือของรัฐบาลชุดนี้ ดูเหมือนจะไหลลื่นไปแทบทุกโครงการ
ที่ว่าจะพลิกโฉมหน้าประเทศไทยไปสู่ “ดิจิทัลอีโคโนมี” สังคมบนเศรษฐกิจดิจิทัล ให้ทุกภาคส่วนได้เข้าถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารโทรคมนาคม สามารถนำประโยชน์จากเทคโนโลยีมาใช้ในทุกอณูของระบบเศรษฐกิจ แต่ก็กลับไม่มีรายละเอียดว่ามันคืออะไร พอผู้คนถามถึงระบบ 4 จี ที่ทั่วโลกล่วงหน้าไปแล้วแม้แต่เพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้ กลับยังไม่เห็นความคืบหน้า
จะพลิกโฉมหน้าประเทศไทยสู่ “ดิจิทัล อีโคโนมี” ที่จะให้ประชาชนและธุรกิจทุกภาคส่วนได้เข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ และบริการอินเทอร์เน็ต สามารถนำประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในทุกอณูของระบบเศรษฐกิจ แต่เมื่อประชาชนเริ่มหันไปนิยมการใช้บริการ “แท็กซี่แอพพลิเคชั่น” บนมือถือทั้ง “อูเบอร์ แท็กซี่” และ “แกล็ป” เป็นทางเลือกใหม่ ก็ดูเหมือนหน่วยงานรัฐจะรีบออกมาประกาศใช้กฎหมายจัดการ "ทางเลือก" เหล่านั้น อ้างว่าไม่ได้รับการอนุญาตจากขนส่งทางบก ระวังจะหลอกลวงหรือเอารัดเอาเปรียบประชาชน แต่แท็กซี่ที่วิ่งอยู่ทั่วไป บางคันแทบจะเป็นเศษเหล็กไปแล้วก็ยังเห็นวิ่งรับส่งกันอยู่
โดนปฏิเสธที่จะใช้ "มิเตอร์" เอาเสียดื้อๆ ก็มีออกบ่อย นี่ถ้าไม่ใช่รัฐบาลทหาร ก็คงไปลากคอเอามาดำเนินคดีไม่ได้แน่ๆ
จึงไม่แปลกที่ผลสำรวจความเห็นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลในเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจถึงมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง นั่นเป็นเพราะหลายส่วนยังมีความคลุมเครืออยู่ ยังไม่รู้ว่ารัฐบาลจะไปในทิศทางใด ไม่เหมือนกับความเชื่อมั่นด้านความมั่นคง ที่รัฐบาลชัดเจนหนักแน่นมาตลอดว่า ยังคงกฎอัยการศึก เพื่อให้ความมั่นคงไม่เป็นภัยคุกคามการบริหารประเทศของรัฐบาล
เรื่องเศรษฐกิจก็น่าจะเป็นเรื่องที่หนักแน่นชัดเจนเช่นกัน



