
ขรก.เฮ!ครม.ไฟเขียวขึ้นเงินเดือน
ขรก.เฮ!ครม.ไฟเขียวขึ้นเงินเดือน ปรับค่าครองชีพมีผลย้อนหลัง1ธ.ค.57 เห็นชอบรีดภาษีโรงเรียนกวดวิชาตามที่ปปช.เสนอ
9ธ.ค.2257 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่าที่ประชุมครม. มีมติเห็นชอบ ตามที่คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ สำนักงาน กพ. เสนอ การปรับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว ให้พนักงานราชการที่ได้รับการจ้างวุฒิการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ที่มีค่าตอบแทนไม่ถึง 13,285 บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเดือนละ 2,000 บาท แต่เมื่อรวมกับค่าตอบแทนแล้ว ต้องไม่เกินเดือนละ 13,285 บาท และกรณีที่รวมกันแล้วมีค่าตอบแทนไม่ถึง 10,000 บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากค่าตอบแทนอีกจนถึง เดือนละ 10,000 บาท โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2557
ขณะเดียวกัน ให้พนักงานราชการกลุ่มงานบริการ กลุ่มงานเทคนิคทั่วไป กลุ่มงานบริหารทั่วไป และกลุ่มงานวิชาชีพเฉพาะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มร้อยละ 4 โดยให้มีผลใช้บังคับ 1 ธันวาคม 2557 โดยเทียบเคียงกับข้าราชการประเภทวิชาการระดับตำแหน่งไม่เกินระดับชำนาญการ ประมาณการพนักงานราชการที่จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่ม จำนวน 126,200 คน พร้อมกันนี้ปรับเพดานบัญชีค่าตอบแทนขั้นสูง กลุ่มงานบริการ กลุ่มงานเทคนิคทั่วไป กลุ่มงานบริหารทั่วไป และกลุ่มงานวิชาชีพเฉพาะ ร้อยละ 4 และให้มีผลใช้บังคับวันเดียวกับการปรับเพิ่มเพดานเงินเดือนขั้นสูงของข้าราชการพลเรือนสามัญ
ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบในหลักการของร่างกฎหมายเพื่อปรับเงินเดือนข้าราชการพลเรือนสามัญ ข้าราชการทหาร ทหารกองประจำการ และนักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการรัฐสภาสามัญ และข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2557 และเห็นชอบในหลักการการปรับเงินเดือนข้าราชการ ทั้งนี้เห็นชอบในหลักการการได้รับเงินเดือนกรณีข้าราชการได้รับเงินเดือนถึงขั้นสูงรวมถึงอนุมัติให้ใช้งบประมาณเพื่อการปรับเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
โดยการปรับบัญชีเงินเดือน และการแก้ไขกฎหมาย ขยายเพดานเงินเดือนขั้นสูงของทุกระดับ หรือทุกอันดับ ของข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภทเพิ่มขึ้น 3 ขั้น สำหรับบัญชีเงินเดือนแบบขั้น หรือ ประมาณร้อยละ 10 สำหรับบัญชีเงินเดือนแบบช่วง รวมทั้งปรับปรุงบัญชีเงินเดือนข้าราชการให้สอดคล้องกับการดำรงตำแหน่ง โดยในส่วนของข้าราชการพลเรือนสามัญ ปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับการได้รับเงินเดือนโดยแก้ไขชื่อระดับในบัญชีเงินเดือนเพื่อให้ข้าราชการได้รับเงินเดือนในระดับสูงกว่า หรือต่ำกว่าระดับตำแหน่งที่ดำรงได้ รวมทั้งปรับปรุงบทบัญญัติเพื่อให้ ก.พ. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเยียวยาให้ข้าราชการได้รับเงินเดือนและ หรือเงินประจำตำแหน่งได้ ข้าราชการทหาร ทหารกองประจำการ และนักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม ปรับปรุงจำนวนขั้นเงินเดือนของบางระดับ (ป.3 และ น.1 - น.3) ให้สอดคล้องกับระดับชั้นยศ ข้าราชการตำรวจปรับปรุงจำนวนขั้นเงินเดือนของบางระดับ (ป3. และ ส.1 -ส3) ให้สอดคล้องกับระดับชั้นยศ และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ปรับเงินเดือนขั้นสูงของอันดับครูผู้ช่วยมากกว่าร้อยละ 10 เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุของคุณวุฒิปริญญาเอก ทั้งนี้ โดยการแก้ไขบัญชีเงินเดือนแนบท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการประเภทต่าง ๆ และให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2557
ทั้งนี้การปรับเงินเดือนข้าราชการ ให้ข้าราชการได้รับการปรับเงินเดือนเพิ่ม 1 ขั้น สำหรับระบบเงินเดือนแบบขั้น หรือร้อยละ 4 ของอัตราเงินเดือน สำหรับระบบเงินเดือนแบบช่วง ณ วันที่บัญชีเงินเดือนข้าราชการมีผลใช้บังคับ ในกรณีที่การปรับอัตราเงินเดือนดังกล่าวทำให้อัตราใดมีเศษไม่ถึงสิบบาทให้ปัดเป็นสิบบาท โดยปรับเงินเดือนให้ข้าราชการ ดังนี้ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการซึ่งรับเงินเดือน ระดับปฏิบัติการ และระดับชำนาญการ และผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปซึ่งรับเงินเดือนระดับปฏิบัติงาน และระดับชำนาญงาน ข้าราชการทหาร ทหารกองประจำการ และนักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งรับเงินเดือนตั้งแต่ระดับ น.3 ลงมา ข้าราชการตำรวจ ซึ่งรับเงินเดือนตั้งแต่ระดับ ส.3 ลงมา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งรับเงินเดือนตั้งแต่อันดับ คศ.2 ลงมา ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ผู้ดำรงตำแหน่งวิชาการซึ่งรับเงินเดือนตำแหน่งอาจารย์ และผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ ซึ่งรับเงินเดือนระดับปฏิบัติการ และระดับชำนาญการ ผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปซึ่งรับเงินเดือนระดับปฏิบัติงาน และระดับชำนาญงาน ข้าราชการรัฐสภาสามัญ ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการซึ่งรับเงินเดือน ระดับปฏิบัติการ และระดับชำนาญการ และผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปซึ่งรับเงินเดือนระดับปฏิบัติงาน และระดับชำนาญงาน
ขณะที่การได้รับเงินเดือนกรณีข้าราชการได้รับเงินเดือนถึงขึ้นสูง ให้ข้าราชการผู้ได้รับเงินเดือนถึงขั้นสูง (เงินเดือนตัน) และได้รับค่าตอบแทนพิเศษตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนพิเศษของข้าราชการและลูกจ้างประจำผู้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างถึงขั้นสูงหรือใกล้ถึงขั้นสูงของอันดับหรือตำแหน่ง พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นำค่าตอบแทนพิเศษตามผลการประเมินในรอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2557 ถึง วันที่ 30 กันยายน 2557 มารวมเป็นเงินเดือนตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2557 ในกรณีที่อัตราค่าตอบแทนพิเศษดังกล่าวรวมกับเงินเดือนแล้วมีเศษไม่ถึงสิบบาทให้ปัดเป็นสิบบาท
ทั้งนี้ การปรับเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ จะครอบคลุมข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐประเภทต่าง ๆ รวมประมาณ 1.98 ล้านคน ประกอบด้วย ข้าราชการพลเรือนสามัญ ข้าราชการทหาร ทหารกองประจำการ และนักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ข้าราชการรัฐสภาสามัญ พนักงานราชการ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในองค์กรอิสระและองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานศาลปกครอง และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยสำนักงบประมาณได้จัดเตรียมงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแล้ว
ครม. เห็นชอบรีดภาษีโรงเรียนกวดวิชาตามที่ปปช.เสนอ
พล.ต.สรรเสริญ แถลงผลการประชุมครม.ว่า ที่ประชุมครม.ได้รับทราบและเห็นชอบในหลักการของข้อเสนอแนะของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในข้อเสนอแนะแนวทางการจัดเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชาที่มีลักษณะการประกอบธุรกิจ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการระบบการศึกษาทั้งระบบอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นไปตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 (แก้ไขเพิ่มเติม) ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2554
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โดยมีเนื้อหาในการเสนอแนะว่าเสนอให้มีการจัดเก็บภาษีจากโรงเรียนกวดวิชาที่ประกอบธุรกิจ เพราะป.ป.ช.เห็นว่าโรงเรียนกวดวิชานั้นเป็นโรงเรียนที่ลงทุนไม่มาก แต่มีผลกำไรค่อนข้างสูง ประกอบกับกฎหมายไม่ได้บังคับว่าโรงเรียนกวดวิชาจะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจึงทำให้มีช่องโหว่ของการเก็บภาษี และทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาภาคเอกชนก็ไม่สามารถเข้าไปควบคุมการจัดเก็บภาษีได้ เพราะการจัดเก็บภาษีนั้นเป็นเรื่องของกรมสรรพากร ซึ่งป.ป.ช.เคยเสนอแนะมาแล้วครั้งหนึ่งและครม.เมื่อปี 2554 ก็เคยเห็นชอบไปแล้ว โดยข้อเสนอแนะในครั้งนั้นคือให้กระทรวงการคลังจัดเก็บภาษี และให้กระทรวงศึกษาธิการไปดำเนินการตรวจสอบปรับปรุงเรื่องความปลอดภัยของสถานที่ที่จัดทำเป็นโรงเรียนกวดวิชา แต่ปรากฏว่ากระทรวงศึกษาได้รับไปแก้ไข แต่ในภายหลังป.ป.ช.ตรวจสอบแล้วก็ยังพบว่าการแก้ไขดังกล่าวยังไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ตามที่เสนอแนะไป จึงได้เสนอแนะมาในครั้งนี้
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอแนะในครั้งนี้แบ่งเป็นมาตรการระยะสั้นและระยะยาว คือ ระยะสั้นให้กระทรวงศึกษาไปดำเนินการแก้ไขประกาศของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาภาคเอกชนให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับเรื่องที่จะแก้ไข รวมทั้งจำแนกโรงเรียนกวดวิชาให้ชัดเจนว่าแบบไหนเป็นธุรกิจ หรือไม่ใช่ธุรกิจ เพื่อให้กระทรวงการคลังใช้เป็นข้อมูลในการจัดเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง ส่วนของกระทรวงการคลังต้องไปแก้ไขกฎหมายให้ถูกต้องเพื่อให้สามารถจัดเก็บภาษีได้ตามข้อมูลที่กระทรวงศึกษาจัดแยกประเภทของโรงเรียนกวดวิชา
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า สำหรับมาตรการระยะยาวกำหนดว่ารัฐบาลต้องทำให้นักเรียนทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียมกัน เพื่อลดแรงจูงใจในการกวดวิชา การศึกษาต่อในแต่ละระดับ รวมทั้งการเอ็นทรานซ์ จะต้องสอบในเรื่องที่สอน คือสอนแบบไหนต้องสอบแบบนั้น ไม่ใช่สอนในโรงเรียนแบบหนึ่ง แต่สอบจริงสู้เขาไม่ได้ต้องไปหาโรงเรียนกวดวิชาอย่างนี้ไม่ได้ ต้องพัฒนามาตรฐานของโรงเรียนกวดวิชาให้ดี ทั้งหมดนี้ให้กระทรวงศึกษาธิการรับข้อเสนอดังกล่าวของป.ป.ช.แล้วนำไปประสานกับกระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและพิจารณาจัดทำเป็นรายละเอียดในการปฏิบัติและดำเนินการ จากนั้นเสนอกลับเข้าที่ประชุมครม.อีกครั้งภายใน 30 วัน เพื่อให้มีรายละเอียดการปฏิบัติที่ชัดเจน
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ครม.ยังมีมติรับทราบและเห็นชอบในหลักการของข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช. ในข้อเสนอแนะการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการบริหารจัดการท่าเทียบเรือของการท่าเรือแห่งประเทศไทย โดยยกตัวอย่างกรณีศึกษาของท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเทียบเรือเอโอ ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทแอลซีเอ็มที จำกัด และท่าเทียบเรือบี 1 โดยบริษัทแอลซีอีคอนเทนเนอร์ เทอร์มินอล1 จำกัด ที่ระบุว่ามีพฤติกรรมถ่ายโอนกันได้ จากการบริการของท่าเรือให้กับเรือที่เข้ามารับบริการ เช่น เรือมาเข้าท่าที่ 1 แต่โอนไปเป็นรายได้ท่าเรือที่ 2 ซึ่งได้รับสิทธิยกเว้นภาษีจากบีโอไอ จึงทำให้การเสียภาษีน้อยลง มีการยักย้ายถ่ายเทได้มากขึ้น
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ดังนั้นทางป.ป.ช.จึงเสนอว่า กระทรวงคมนาคมต้องรับเป็นหน่วยงานเจ้าภาพ และตรวจสอบการให้สัมปทานการประกอบกิจการท่าเรือที่อยู่ในกำกับดูแลของการท่าเรือแห่งประเทศไทยทั้งหมด ว่าบริเวณใดมีพฤติกรรมการโอนท่าเรือเพื่อเลี่ยงการเสียภาษีบ้าง หากตรวจพบจะต้องดำเนินคดี เรียกค่าปรับ หากพิจารณาว่าข้อสัญญาไม่ว่ากรณีใดๆก็แล้วแต่ เป็นผลให้รัฐเสียประโยชน์ก็ให้ดำเนินการแก้ไขข้อสัญญาดังกล่าวเสียทันที
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการที่สองที่ป.ป.ช.เสนอ คือ ให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)ยกเลิก เพิกถอน การให้สิทธิประโยชน์กับผู้ประกอบการที่มีบุคลิกหรือพฤติการณ์ที่มีลักษณะเอาเปรียบดังกล่าวและให้ติดตามประเมินผล วิเคราะห์ผลดีผลเสียที่ภาครัฐจะได้รับจากการให้สิทธิประโยชน์โครงการส่งเสริมการลงทุนกับผู้ประกอบการที่มีลักษณะดังกล่าว ส่วนมาตรการที่สาม คือ ให้กรมศุลกากรพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมอัตราเปรียบเทียบปรับหรือเพิ่มโทษปรับให้สูงขึ้นเหมาะสม และเพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริต หรือละเมิดกฎหมายได้ ทั้งนี้ให้กระทรวงคมนาคมรับเป็นเจ้าภาพประสานกับกระทรวงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจัดทำผลการพิจารณาในรายละเอียดมาเสนอครม.อีกครั้งภายใน 30 วัน
“ประยุทธ์”ถามน้ำมันโลกลดแต่ทำไมในประเทศไม่ลด
พล.ต.สรรเสริญ แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ปรารภในที่ประชุมครม.ว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการกับนายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เพราะยังมีข้อสงสัยว่า ระดับราคาน้ำมันโลกลดลง แต่การจำหน่ายน้ำมันในประเทศกลับไม่ลดลงในอัตราสัดส่วนที่ตรงกัน ท่าน รมว.พลังงานก็ชี้แจงว่าจริงๆแล้วราคาพลังงานในประเทศกับราคาของโลกมันล้อกัน คือเป็นสัดส่วนที่เป็นส่วนสัมพันธ์กัน คือพลังงานโลกลดแต่ของเราก็ลด เพียงแต่ว่าก่อนที่คสช.จะเข้ามาพบว่ากองทุนน้ำมันขาดทุน8พันกว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นวันนี้ทุกคนเห็นว่ากองทุนน้ำมันยังมีความจำเป็น เพราะหากวันใดราคาน้ำมันโลกถีบตัวสูงขึ้นทำให้ราคาในประเทศสูงขึ้นด้วยประชาชนจะรับภาราะไม่ไหว เงินจากกองทุนน้ำมันจะเข้าไปช่วยเหลือเพื่อพยุงราคาให้ได้ จึงจำเป็นที่จะต้องเก็บเงินเข้ากองทุน
“ท่านนายกฯก็บอกว่าท่านเข้าใจในตรงนี้แต่อย่างไรก็แล้วแต่ตัวเลขที่สังคมเขาเฝ้าดูอยู่ว่าพลังงานของโลกลดลงขนาดนี้ของเราก็ต้องลดลงในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน จะต่างกันก็เฉพาะตัวเงินที่เก็บเข้าไปในกองทุนน้ำมันเท่านั้น อย่าให้มีตัวอื่นเข้ามา ภาษงภาษีต้องล้อกัน จึงต้องเร่งสร้างความเข้าใจกับสังคมให้ดี เพราะจับจ้องตัวเลขอยู่ แต่มีการเคลียร์กันแล้วว่าทำไมของโลกลดแล้วของเราก็ลด แต่ลดไม่มากเพราะต้องเก็บเข้ากองทุนน้ำมัน”พล.ต.สรรเสริญ กล่าว



