
เมื่อไทยไล่ตามเมียนมาร์(อีกแล้ว)!
08 ธ.ค. 2557
บทความพิเศษ : เมื่อไทยไล่ตามเมียนมาร์(อีกแล้ว)! : โดย...น้ำเชี่ยว บูรพา
เห็นโฆษณาบริษัทสื่อสาร เอ็นทีที โดโคโม ของญี่ปุ่น ที่ให้แม่บ้านสาธิตการทอดกุ้ง (เอบิ) ด้วยเทคโนโลยีการทอดแบบใหม่ รวดเร็วปานจรวด ชนิดที่ “ฟิ้ววววว...” เร็วจนตามองไม่ทัน ที่ต้องการจะสื่อให้เห็นถึงความเร็วของเครือข่ายสัญญาณมือถือ 4จี แอลทีอี ของเครือข่ายเอ็นทีที โดโคโม ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมในญี่ปุ่นว่า รวดเร็วประหนึ่งการทอดกุ้งอย่างรวดเร็ว ไม่เหมือนการทอดกุ้งแบบเก่าๆ
เห็นแล้วก็ให้สะท้อนใจเลยไปถึงตลาดมือถือในบ้านเรา ที่วันนี้ แม้รัฐบาล คสช.จะจุดพลุผลักดันให้ประเทศไทยเป็น ดิจิทัล อีโคโนมี หรือเศรษฐกิจบนฐานดิจิทัล จะปรับเปลี่ยนกระทรวงไอซีทีไปเป็น “กระทรวงดิจิทัล” แต่ก็ยังไม่มีใครให้ความกระจ่างได้ว่า รัฐบาลหมายถึงอะไร ? จะให้ทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจสอดแทรกเอาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไป หรือนำเอากิจกรรมทางเศรษฐกิจไปอยู่บนแพลตฟอร์มมือถือ ก็ยังไม่มีความกระจ่าง...
จะเป็น “ดิจิทัล อีโคโนมี” ที่ให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศกันไปได้อย่างไร? แค่มือถือระบบ 3 จีที่เป็นอยู่ หน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลคือ “กสทช.” ยังต้องไล่บี้ตรวจสอบคุณภาพสัญญาณ ขับเคี่ยวบริษัทสื่อสารให้เร่งขยายเครือข่ายให้เป็นไปตามสัญญาการให้ใบอนุญาตกันอยู่เลย
กับระบบ 4จี-แอลทีอี อะไรด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง เอาแค่ว่าจะถามใครในรัฐบาล คสช.ชุดนี้ให้ช่วยให้ความกระจ่างต่อสังคมกันทีว่า เหตุใดถึงเบรกการประมูล 4 จีบนคลื่นความถี่ 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ทั้งที่ทุกฝ่ายต่างรู้อยู่เต็มอกนั่นคือคำตอบสุดท้ายของการพัฒนายกระดับขีดความสามารถของประเทศไปสู่ สังคมดิจิทัล ที่ทุกฝ่ายเพรียกหา ซึ่งล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมายืนยันจะเดินหน้าเปิดประมูลระบบ 4 จีในปีหน้าแน่
แต่ผลประโยชน์ประเทศต้องสูญเสียไปจากการที่เบรกประมูล 4 จีที่ว่านี้ เท่าที่ประเมินเบื้องต้นน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 42,900 ล้านบาท จากเม็ดเงินประมูลขั้นต่ำที่ กสทช. ตั้งไว้ ซึ่งเม็ดเงินจำนวนมหาศาลนี้สามารถจะนำไปลงทุนในกิจการของรัฐพัฒนาประเทศได้อีกไม่รู้เท่าไหร่ จะสนองนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล คืนความสุขให้คนไทยได้อีกไม่รู้เท่าไหร่ โดยที่รัฐไม่ต้องไปรีดภาษีจากนโยบายอื่นๆ
บริษัทที่ประมูลได้ใบอนุญาตไปจะต้องไปสร้างโครงข่ายที่ต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมาก ไม่เพียงก่อให้เกิดการจ้างงาน ยังต้องจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์จากผู้ผลิตในประเทศไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบที่จะทำให้รัฐจัดเก็บภาษีได้อีกไม่รู้เท่าไหร่ โดยมีการประเมินกันไว้ จะทำให้ระบบเศรษฐกิจโตขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 1.38 หรือกว่า 1.5 แสนล้านบาท
พูดถึง 4 จีแล้วทำให้นึกเลยไปถึงเพื่อนบ้าน “เมียนมาร์” เมื่อ 2-3 ปีก่อนนั้นเคยถูกนำไปเปรียบเทียบว่า ระหว่างไทยกับเมียนมาร์ใครจะเป็นประเทศสุดท้าย (ในโลก) ที่จะเปิดให้บริการมือถือระบบ 3 จี ซึ่งก็ปรากฏว่าประเทศไทยเราปาดหน้าเปิดประมูลออกใบอนุญาตมือถือระบบ 3 จีไปได้ก่อน
แต่วันนี้ดูเหมือนประเทศไทยเรากลับจะตามหลังเมียนมาร์และเพื่อนบ้านอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ไปแล้ว เมื่อเพื่อนบ้านอื่นๆ ต่างเปิดให้บริการมือถือ 4 จี อย่างเมียนมาร์เองที่มีผู้ประกอบการ 3 รายให้บริการอยู่นั้น ก็มีข่าวว่า แค่ปีเศษที่เปิดให้บริการมาได้ทำให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมของเมียนมาร์เติบโตพรวดพราดจาก 1.6 ล้านคนในเดือนมีนาคม 2554 เป็น 11.6 ล้านคนในเดือนกันยายนปีนี้ โดยมี เอ็มพีที เป็นเจ้าตลาด ส่วนอีก 2 รายประกอบด้วย ออเรดู และ เทเลนอร์ โดยที่รัฐบาลเมียร์มาร์ยังมีแผนจะให้ใบอนุญาตเพิ่มอีกราย
ฟังแล้วอึ้ง เมียนมาร์เขาไม่ได้ประกาศว่าจะเป็นสังคมดิจิทัล อีโคโนมี อย่างไทยเรา แต่กลับล้ำหน้าเราไปหลายขุมแล้ว
-------------------------
(บทความพิเศษ : เมื่อไทยไล่ตามเมียนมาร์(อีกแล้ว)! : โดย...น้ำเชี่ยว บูรพา
หมายเหตุ : ขอบคุณภาพ : EPA)



