
โพลล์เผยผลสำรวจการทำงานรบ.ครบ3เดือน
07 ธ.ค. 2557
กรุงเทพโพลล์เผยผลสำรวจรัฐบาลทำงานครบรอบ 3 เดือน ชี้ปชช.พอใจด้านความมั่นคงมากที่สุด หวังเศรษฐกิจดีขึ้นเป็นของขวัญปีใหม่
7 ธ.ค.57 กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ประเมินผลงาน 3 เดือน รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,158 คน จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ พบว่า
ประชาชนให้คะแนนความพึงพอใจในการบริหารงานของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เฉลี่ย 6.52 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ซึ่งลดลงจากการทำงานครบ 3 เดือน คสช. 0.38 คะแนน โดยได้คะแนนมากที่สุดในด้านความมั่นคงของประเทศ 7.30 คะแนน และได้คะแนนน้อยที่สุดในด้านเศรษฐกิจ 5.89 คะแนน
สำหรับความพึงพอใจในการปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาได้เฉลี่ย 7.43 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ซึ่งลดลง 0.33 คะแนน จากการทำงานครบ 3 เดือน ในช่วงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)บริหารประเทศ โดยด้านที่ได้คะแนนมากที่สุดคือ ความเด็ดขาดกล้าตัดสินใจ 8.04 คะแนน และด้านที่ได้คะแนนน้อยที่สุดคือ ความสามารถสร้างสรรค์ผลงานหรือโครงการใหม่ๆ 6.41 คะแนน
เมื่อให้เปรียบเทียบผลงานในช่วง 3 เดือน ที่ผ่านมา กับความคาดหวังเมื่อทราบว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ประชาชนร้อยละ 53.8 ระบุว่าผลงานดีกว่าที่คาดหวังไว้ รองลงมาร้อยละ 25.1 ระบุว่า ผลงานพอๆ กับที่คาดหวังไว้ และมีเพียงร้อยละ 7.5 เท่านั้น ที่ระบุว่าผลงานแย่กว่าที่คาดหวังไว้ ที่เหลือร้อยละ 13.6 ระบุว่ายังไม่ได้คาดหวังไว้
สำหรับคำถามที่ว่า “หากวันนี้ ท่านมีสิทธิออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี ท่านจะออกเสียงสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่” พบว่า ประชาชน ร้อยละ 75.0 จะออกเสียงสนับสนุน ซึ่งลดลงร้อยละ 5.5 เมื่อเปรียบเทียบกับการสำรวจในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ร้อยละ 12.6 จะไม่ออกเสียงสนับสนุน ที่เหลือร้อยละ 12.4 งดออกเสียง
ส่วนสิ่งที่อยากได้จากรัฐบาลเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ปีนี้ อันดับ1 คือ ช่วยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น จะได้สร้างงาน สร้างรายได้ (ร้อยละ 20.5) อันดับ 2 คือ ช่วยทำให้ผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าว ยางพารา มีราคาสูงขึ้น (ร้อยละ 18.9) อันดับ 3 คือ ช่วยทำให้ราคาสินค้าต่างๆ และค่าครองชีพถูกลง (ร้อยละ 16.0)
มาสเตอร์โพลล์เผยผลสำรวจแกนนำชุมชนกว่า 88 % ยังหนุนคสช.
มาสเตอร์โพลล์ (Master Poll) ชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน เสนอผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่องสำรวจความคิดเห็นของแกนนำชุมชนต่อผลงานของรัฐบาลและ คสช. ส่วนงานราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ส่วนการทำงานด้านการเมือง อันดับหนึ่งปราบคอรัปชั่น อันดับสองการส่งเสริมความรักสามัคคี
รศ.ดร.เชษฐ รัชดาพรรณาธิกุล ประธานชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน (Thai Researchers in Community Happiness Association, TRICHA) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจมาสเตอร์โพลล์ (Master Poll) เรื่อง สำรวจความคิดเห็นของแกนนำชุมชนต่อผลงานของรัฐบาลและ คสช. กรณีศึกษาตัวอย่างแกนนำชุมชน จำนวนทั้งสิ้น 624 ชุมชน ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน - 6 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมา พบว่าแกนนำชุมชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.2 ยังคงสนับสนุนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในขณะที่ร้อยละ 10.4 ระบุไม่แน่ใจ/ขออยู่ตรงกลาง ในขณะที่ร้อยละ 1.4 ระบุไม่สนับสนุน
สำหรับคะแนนความพึงพอใจโดยเฉลี่ยของแกนนำชุมชนต่อผลการดำเนินงานของรัฐบาลและ คสช. จากการสำรวจครั้งล่าสุดนี้ เมื่อพิจารณาในด้านต่างๆ พบประเด็นสำคัญที่น่าพิจารณา ดังต่อไปนี้
คะแนนความพึงพอใจต่อผลงานด้านการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนของประชาชน เมื่อคะแนนเต็ม 10 พบว่า ลำดับที่ 1 ได้แก่ การเพิ่มเงินเบี้ยเลี้ยงสำหรับผู้พิการจาก 600 บาทเป็น 800 บาท ได้ 8.52 คะแนน มาตรการลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในช่วงเทศกาลปีใหม่ ได้ 8.16 คะแนน ความพยายามในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวนา ได้ 8.08 คะแนน การดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมในการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ได้ 7.95 คะแนน และความพยายามในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวสวนยาง ได้ 7.91 คะแนน ตามลำดับ
คะแนนความพึงพอใจต่อผลงานด้านการเมือง พบว่า การปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น ได้ 8.23 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน การส่งเสริมความรักความสามัคคีของคนในชาติ ได้ 8.10 คะแนน การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ได้ 8.00 คะแนน การตรวจสอบความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ และ การจัดการกับปัญหาแทรกซ้อนที่มีผู้พยายามก่อความวุ่นวาย และสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ได้ 7.99 คะแนน เท่ากัน นอกจากนี้คะแนนความ พึงพอใจของแกนนำชุมชนต่อผลงานด้านการเมือง เป็นดังนี้ การยอมรับฟังความคิดเห็นต่อการปฏิรูปประเทศของทุกกลุ่มทุกฝ่าย (7.94 คะแนน) การส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับต่างประเทศ (7.94 คะแนน) ผลงานในการเดินทางไปประชุมร่วมกับต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีและคณะ (7.92 คะแนน) การกำกับดูแลความโปร่งใสของกิจการด้านพลังงาน (7.89 คะแนน) และ ความคืบหน้าในการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน (7.77 คะแนน)
คะแนนความพึงพอใจต่อผลงานด้านเศรษฐกิจ พบว่า การส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยว ได้ 7.96 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน การสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้ 7.91 คะแนน การส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตผลทางการเกษตรของประเทศไทย ได้ 7.86 คะแนน การส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ให้เติบโตมากขึ้น ได้ 7.82 คะแนน การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการคมนาคมและการสื่อสาร ได้ 7.80 คะแนน นอกจากนี้ การแก้ไขกฎหมายเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุน การส่งเสริมการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ การส่งเสริมการค้าในระดับท้องถิ่น “ตลาดชุมชน” ได้ 7.77 คะแนนเท่ากัน ในขณะที่ การจัดโซนนิ่งพื้นที่ทำการเกษตรให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและความต้องการของตลาด ได้ 7.69 คะแนน
คะแนนความพึงพอใจต่อผลงานด้านสังคม พบว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติด ได้ 8.18 คะแนน การปราบปรามจับกุมอาวุธสงคราม ได้ 8.14 คะแนน การจัดระเบียบสังคม ได้ 8.10 คะแนน การแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ ได้ 8.05 คะแนน การส่งเสริมค่านิยมความเป็นไทย 12 ประการ ได้ 7.97 คะแนน ตามลำดับ
นอกจากนี้ การแก้ไขกฎหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ได้ 7.91 คะแนน การจัดตั้งกองทุนยุติธรรม เพื่อคนมีรายได้น้อยที่มีปัญหาทางด้านกฎหมาย ได้ 7.79 คะแนน การเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและปัญหาน้ำท่วมในปี พ.ศ.2558 ได้ 7.73 คะแนน การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ได้ 7.72 คะแนน ความสำเร็จในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคเอดส์ ได้ 7.71 คะแนน ในขณะที่ การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้ ได้ 7.67 คะแนน
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาคะแนนความพึงพอใจเฉลี่ยของแกนนำชุมชนต่อผลการดำเนินงานของรัฐบาลและ คสช. โดยภาพรวมเปรียบเทียบจากการสำรวจตั้งแต่ช่วงเดือน กรกฎาคมที่ผ่านมา พบว่า แกนนำชุมชนยังคงมีความพึงพอใจในระดับ “มาก” โดยได้คะแนนเฉลี่ยมากกว่า 8 คะแนนขึ้นไป ทั้งนี้ในการสำรวจครั้งล่าสุดนี้พบว่าได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 8.53 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน



