ข่าว

ไขปริศนา!ขับรถตกตึกอุทาหรณ์ผู้ขับขี่

ไขปริศนา!ขับรถตกตึกอุทาหรณ์ผู้ขับขี่

07 ธ.ค. 2557

ไขปริศนา!ขับรถตกตึกอุทาหรณ์ผู้ขับขี่ : คลี่ปมปริศนา csi-thailand โดยทีมข่าวอาชญากรรม

                เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดเหตุสะเทือนขวัญผู้ใช้รถใช้ถนนเมื่อเกิดเหตุการณ์รถฮอนด้า สตรีม สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ศง 5323 กรุงเทพมหานคร ตกจากลานจอดรถชั้น 7 ของอาคารจอดรถห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ เป็นเหตุให้ น.ส.สุภาภรณ์ เวียงนาค อายุ 35 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดบริษัท หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด และตัวแทนประกันชีวิต บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด ผู้ขับขี่เสียชีวิต จนถึงขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากสาเหตุใดแน่ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า อาจเป็นเพราะความบกพร่องของรถยนต์ ความประมาทของผู้ขับขี่ หรือเป็นเพราะระบบความปลอดภัยบนตัวอาคาร ซึ่งคงต้องรอการตรวจพิสูจน์อีกระยะ

                ทั้งนี้ อุบัติเหตุการขับรถตกอาคารสูงไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้เมื่อปลายปี 2555 เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งในครั้งนั้นผลการพิสูจน์ของตำรวจพิสูจน์หลักฐานสรุปผลการตรวจสอบชัดเป็นเพราะความประมาทของผู้ขับขี่ คลี่ปมปริศนา csi-thailand ตอนนี้ขอนำรายละเอียดการตรวจพิสูจน์คดีนี้มานำเสนออีกครั้งเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ขับขี่รถพึงระวัง
 
                ย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อค่ำวันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 ผู้คนที่สัญจรผ่านอาคารรสา อาคารพาณิชย์ชื่อดัง ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับสวนจตุจักร กรุงเทพมหานคร ต้องพากันอกสั่นขวัญแขวน เมื่อจู่ๆ มีรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต รุ่นครูซ สีขาว ทะเบียนป้ายแดง พุ่งตีลังกาตกลงมาจากตึกกระแทกพื้นอย่างแรงจนยับไปทั้งคัน โชคยังดีอยู่บ้างที่รถยนต์คันนี้ตกลงมาไม่ทับร่างผู้ที่สัญจรผ่านบริเวณนั้นแม้แต่รายเดียว แต่ความโชคดีนั้นมีไม่มากพอที่จะทำให้ น.ส.กอบกาญจน์ วิชรัตน์ อายุ 43 ปี ผู้จัดการฝ่ายอะไหล่ บริษัท เชฟโรเลต (ประเทศไทย) คนขับรถคันดังกล่าวรอดชีวิตได้
 
                หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ หาพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อปิดคดีที่เกิดขึ้นให้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

                ฆาตกรรมอำพราง?...ฆ่าตัวตาย?...ความบกพร่องของรถยนต์?...ความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร?...หรือเป็นเพียงอุบัติเหตุ?...ปมใดกันแน่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้รถยนต์คันนี้ตกลงมาจากตึกสูง เป็นโจทย์ข้อใหญ่ที่ตำรวจชุดนี้ต้องตีให้แตก!

                เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นภัยสาธารณะ ที่อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ไขคดี จึงเข้าอำนวยการการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อคลี่คลายคดีนี้ด้วยตัวเอง โดยหวังจะตอบโจทย์ถึงสาเหตุที่ทำให้รถยนต์ตกตึกสูง เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไป
 
                ข้อสงสัยในประเด็น "ฆาตกรรมอำพราง" และ "การฆ่าตัวตาย" เป็นประเด็นแรกๆ ที่ตำรวจคำนึงถึง แต่ค่อยๆ หมดน้ำหนักลง หลังจากพยานหลักฐานต่างๆ ได้ถูกนำมาประมวล
 
                ข้อมูลที่ได้จากพยาน ทราบว่า ผู้ตายเป็นพนักงานของบริษัท เชฟโรเลต (ประเทศไทย) จำกัด ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายอะไหล่ ซึ่งมีที่ทำการอยู่ในตึกรสา ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดทุกซอกทุกมุมถูกนำมาตรวจสอบ พบที่บริเวณหน้าลิฟต์ชั้น 20 สามารถบันทึกภาพขณะผู้ตายเดินเข้าไปในลิฟต์ตามลำพังไม่มีผู้ใดติดตาม เช่นเดียวกับภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดภายในลิฟต์ตัวนั้นที่ไม่ปรากฏภาพของผู้ใด นอกเหนือจากผู้ตาย
 
                ผู้ตายเดินออกจากลิฟต์ที่ชั้น 7 แล้วเดินลงไปที่อาคารจอดรถชั้น 6 โดยไม่มีบุคคลอื่นติดตาม เมื่อเดินไปถึงรถยนต์แล้วผู้ตายได้เปิดรถเข้าไปนั่งในรถยนต์เปิดไฟหน้ารถและสตาร์ทเครื่องนานประมาณ 1 นาที ก่อนจะเคลื่อนรถออกจากที่จอด อากัปกิริยาเป็นปกติไม่มีอาการเครียดอย่างที่คนคิดสั้นทั่วไปต้องแสดงออก ขณะที่อาการเซไปเซมา ลักษณะคล้ายคนเมา หรือบุคคลที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ก็ไม่ปรากฏให้เห็น สอดคล้องกับผลการชันสูตรศพผู้ตายที่ไม่พบแอลกอฮอล์ สารเสพติด สารพิษ หรือสารอื่นใดที่จะลดทอนสมรรถภาพของร่างกายผู้ตายแต่อย่างใด
 
                หลักฐานที่ปรากฏในที่เกิดเหตุ ผนวกกับการสอบปากคำพยานทั้งที่เป็นบุคคลใกล้ชิด และพยานที่อยู่ในละแวกที่เกิดเหตุไม่มีประเด็นใดที่จะมีน้ำหนักทำให้เชื่อได้ว่าผู้ตายจะถูกฆาตกรรมอำพราง เช่นเดียวกับประเด็นการฆ่าตัวตาย ตำรวจจึงหันไปให้น้ำหนักกับปมอื่นๆ                   

                ความบกพร่องของกลไกรถยนต์ และความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร เป็นประเด็นที่ต้องหาความกระจ่างเช่นกัน พล.ต.ท.จรัมพร จึงเชิญฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งพนักงานสอบสวน ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน วิศวกรเครื่องกล กรมการขนส่งทางบก ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ (เชฟโรเลต) และวิศวกรโยธา จากสำนักงานโยธา กทม. ร่วมกันคลี่คลายข้อสงสัย

                ในส่วนของ "กลไกรถยนต์" จากการตรวจสอบอย่างละเอียดไม่พบว่ามีข้อบกพร่องแต่อย่างใด ตั้งแต่ระบบเบรกใช้งานได้ดี ไม่มีสิ่งแปลกปลอม เช่น กระป๋อง รองเท้า หรือสิ่งอื่นใดขัดขวาง คันเร่งไม่ค้างใช้งานได้ตามปกติ เช่นเดียวกับพวงมาลัยที่ไม่ได้ล็อก ขณะระบบเกียร์เป็นเกียร์อัตโนมัติ ก็พบว่าเป็นปกติ แม้ขณะตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุจะพบว่า เกียร์จะบอกตำแหน่ง P เบรกมือดึงขึ้น และกุญแจไม่ได้เสียบคารถ แต่ก็มีพยานยืนยันว่า เกียร์ที่เลื่อนไปอยู่ตำแหน่ง P และเบรกมือที่ดึงขึ้น เป็นเพราะผู้เข้าช่วยเหลือผู้ตายเป็นผู้ทำเพื่อป้องกันรถไหล ขณะที่กุญแจก็มีการนำมามอบให้แก่พนักงานสอบสวนหลังเกิดเหตุ
 
                ประเด็นดังกล่าวยังมีภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพได้ขณะรถยนต์คันนี้ตกลงมากระแทกพื้น โดยภาพที่ปรากฏรถยนต์คันนี้ได้พุ่งตกลงมาจากตัวอาคารแล้วตีลังกาบริเวณหลังคากระแทกพื้นก่อนจะกระเด้งกลับล้อตั้งพื้นแล้วมีการเคลื่อนที่ไม่ได้หยุดนิ่ง ยืนยันได้ว่าขณะนั้นรถไม่ได้เบรก
 
                ส่วนประเด็น "ความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร" พบว่า บริเวณที่รถยนต์คันนี้พุ่งชน เป็นแผ่นซีเมนต์สำเร็จกั้นเป็นผนังสูงจากพื้นประมาณ 1 เมตรเศษ ซึ่งถูกชนจนเสียหายตกลงมายังพื้นล่าง ขนาดเกือบเท่ากับด้านหน้าของรถ วิศวกรจากสำนักโยธาของ กทม. ยืนยันว่า แผ่นซีเมนต์ผนังอาคารไม่ได้ออกแบบให้สามารถต้านทานแรงชนได้อย่างเช่นแผ่นซีเมนต์ที่ติดตั้งไว้ตามข้างถนน เมื่อถูกรถพุ่งชนก็ย่อมจะแตกเสียหายและตกลงไปยังพื้นล่าง
 
                ท้ายสุดชนวนเหตุทั้งหมดจึงมาขมวดที่ "อุบัติเหตุ" จากภาพถ่ายวงจรปิดเห็นได้ว่า ผู้ตายขับรถออกจากที่จอดแล้วเลี้ยวขวาเพื่อเข้าสู่ทางลงจากลานจอดรถชั้น 6 ไปยังชั้น 5 ซึ่งมีความลาดเอียงทำมุม 30 องศา ในลักษณะย้อนศรและกระชั้น ทั้งที่ผู้บริหารอาคารได้กำหนดระบบการจัดการจราจรภายในลานจอดไว้แล้ว คือรถทุกคันที่จอดบริเวณนั้นเมื่อนำรถออกจากที่จอดจะต้องเลี้ยวซ้ายก่อนแล้วจึงวนกลับลงไปยังทางลงเพื่อความปลอดภัย
 
                ชุดคลี่คลายคดียังได้ตรวจสอบภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด ซึ่งบันทึกภาพขณะรถคันนี้ออกจากจุดจอดแล้วพุ่งชนผนังกำแพงมาคำนวณความเร็วของรถชนิดเฟรมต่อเฟรม พบว่า ขณะเกิดเหตุรถคันนี้วิ่งด้วยความเร็วสม่ำเสมอที่ 27.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ได้เร่งความเร็วเพิ่มขึ้นหรือชะลอความเร็วลงแต่อย่างใด ลักษณะการพุ่งชนเป็นการชนด้านหน้า ไม่ได้ถอยหลังชน
 
                ในที่ประชุมของชุดคลี่คลายคดี ซึ่งมี พล.ต.ท.จรัมพร เป็นประธานในที่ประชุม มีความเห็นตรงกันว่า จากพยานหลักฐานทั้งหมดสามารถสรุปสาเหตุแห่งคดีได้ว่าเป็น "อุบัติเหตุ" สันนิษฐานได้ว่า ขณะเกิดเหตุผู้ตายอาจใช้ความเคยชินในการขับรถ ซึ่งตามปกติหากผู้ตายขับรถวนซ้ายออกไปเพื่อเข้าสู่เส้นทางจราจรที่ทางอาคารกำหนดไว้ก็จะไม่เกิดเหตุร้ายขึ้น แต่ในวันเกิดเหตุผู้ตายขับรถย้อนศรทำให้เส้นทางเปลี่ยน ประกอบกับสภาพในลานจอดรถอาจหลอกตา ผู้ตายใช้ความเคยชินในการขับจึงขับรถมุ่งหน้าไปทิศทางของกำแพงแล้วพุ่งชน ซึ่งระยะเวลาในการเกิดเหตุเพียงแค่ 1.25 วินาที เท่านั้น ผู้ตายจึงไม่สามารถทำอะไรได้ทัน
 
                การเสียชีวิตของผู้ขับขี่ในกรณีนี้ ตำรวจชุดคลี่คลายคดีเชื่อว่า เป็นเพราะอุบัติเหตุ ซึ่งเกิดจากการขับรถย้อนศร กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนใจผู้ขับขี่ต้องพึงระวัง ต้องเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพราะเพียงชั่วเวลาสั้นๆ แค่เสี้ยววินาทีเดียว อาจคร่าชีวิตทั้งผู้ขับขี่ เพื่อนร่วมทาง และบุคคลอื่นๆ ที่สัญจรผ่านละแวกนั้นด้วย

                ตั้งสติก่อนสตาร์ท...อุบัติเหตุป้องกันได้หากไม่ประมาท!