ข่าว

กมธ.การเมืองชงยุบส.ส.บัญชีรายชื่อ

กมธ.การเมืองชงยุบส.ส.บัญชีรายชื่อ

06 ธ.ค. 2557

กมธ.การเมืองชงยุบส.ส.บัญชีรายชื่อ เสนอเลือกตั้งนายกฯ-ครม.โดยตรง ส.ส.เขตไม่เกินเขตละ3คน ลดอิทธิพล-ซื้อเสียง

                เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2557  นายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านการเมือง ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง เปิดเผยว่า กมธ.ปฏิรูปการเมืองฯได้สรุปข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจะส่งไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 9 ธ.ค. ทั้งนี้ในวันที่ 8 ธ.ค.กมธ.ฯจะประชุมเพื่อลงมติรับรองข้อเสนอดังกล่าวอีกครั้ง สำหรับประเด็นสำคัญที่กรรมาธิการฯ เห็นตรงกัน คือ การเลือกนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยตรง ซึ่งจะให้ผู้ที่จะสมัครเป็นรัฐบาลเสนอรายชื่อบุคคลคนที่จะเป็นนายกฯเพื่อให้ประชาชนเลือก โดยการเลือกตั้งจะมีทั้งบัตรเลือกตั้งส.ส. และบัตรเลือกตั้งครม. ส่วนการเลือกส.ส.ให้มีส.ส. 350 คน ที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ไม่มีส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยแบบแบ่งเขตกำหนดให้เลือกตั้งได้ไม่เกินเขตละ 3 คน เพื่อลดอิทธิพลและการซื้อสิทธิขายเสียง ในส่วนของการเลือกส.ว.นั้น ให้มี ส.ว.จำนวน  154 คน โดย 77 คน มาจากการเลือกตั้งและอีก 77 คน มาจากกลุ่มอาชีพ หรือองค์กรที่จัดตั้งตามกฎหมาย อาทิ แพทยสภา หรือสภาทนายความ เป็นต้น
 

"นิพฏฐ์"ค้านเลือกตั้งนายกฯ-ครม.โดยตรง

                นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมืองมีข้อสรุปเสนอให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยตรงจากประชาชน ว่า ในโลกนี้ประเทศที่มีการปกครองระบบรัฐสภา ไม่มีประเทศใดที่นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกโดยตรง หากประเทศไทยจะใช้ระบบนี้ก็เป็นประเทศเดียวในโลก ตนเห็นว่าควรกลับไปใช้ระบบรัฐสภาแบบเดิมจะดีกว่า ขณะนี้หลายคณะกรรมาธิการและหลายอนุกรรมาธิการ ออกมาสรุปข้อเสนอต่างๆว่าจะใช้ระบบนั้นระบบนี้ จึงเป็นความคิดที่ขัดแย้งกันเอง เมื่อเข้าสู่กรรมาธิการฯยกร่าง ก็จะมีความสับสนจนความคิดเห็นไม่ตกผลึก เมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญมาประชาชนก็ไม่ไว้วางใจว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุด ตนกล้าเดิมพันเลยว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่ผ่านการลงประชามติ

                นายนิพิฏฐ์ กล่าวอีกว่า ข้อเสนอที่ไม่ให้มีส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น เป็นความคิดที่ไม่ได้วิเคราะห์ว่า ปัญหาของระบบการเมืองเกิดขึ้นจากอะไร ซึ่งตนเห็นว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปการเมือง การที่พรรคการเมืองต้องมีส.ส.ระบบรายชื่อ เพราะต้องการบุคคลที่หลากหลาย มีความรู้ความสามารถในด้านต่างๆเข้ามาทำงานการเมือง หากยกเลิกก็จะเป็นการปฏิรูปการเมืองที่ถอยหลังไม่ก้าวหน้า ดังนั้นเราควรต้องมีส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เพราะเราเดินมาไกลกว่าที่จะถอยหลังแล้ว ส่วนการเลือกส.ส.แบบแบ่งเขตไม่เกินเขตละ 3 คนนั้น เห็นว่าควรเป็นระบบแบ่งเขตเรียงเบอร์ คือ ประชาชนมีสิทธิเลือกได้ 3 คน ที่มาจากพรรคเดียวกัน หรือเลือก 3 คนแต่มาจากพรรคอื่นก็ได้


กมธ.ยกร่างฯเตรียมประชุม8-12 ธ.ค.นี้

                นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ (สปช.) ในฐานะคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 ธ.ค.นี้  เวลา 10.00 น. คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะประชุมเพื่อพิจารณาข้อเสนอของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 6 ว่าด้วยการพิจารณาศึกษา ภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดี และสถาบันการเมือง หมวด 7 การกระจายอำนาจ และการปกครองท้องถิ่น ที่มีนพ.กระแส ชนะวงศ์ เป็นประธาน ส่วนในวันที่ 9 ธ.ค.จะพิจารณาข้อเสนอของคณะอนุกรรมาธิการ(กมธ.) ขับเคลื่อนเยาวชน เพื่อการปฏิรูปประเทศไทยและจัดทำรัฐธรรมนูญ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าในกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายมีชัย วีระไวทยะ เป็นประธาน และในวันที่ 11 ธ.ค.และวันที่ 12 ธ.ค.จะพิจารณาข้อของอนุ กมธ.พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 8 ว่าด้วยหลักนิติธรรม ศาลและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ที่ตนทำหน้าที่เป็นประธาน

                นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเข้าเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้น แกนนำพรรคจะเข้ามาเป็นการส่วนตัว โดยนายโภคิน พลกุล คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ได้ทำหนังสือถึงกรรมาธิการยกร่างฯว่าสนใจจะเข้าร่วมให้ข้อมูลในสัปดาห์หน้า แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานเพื่อกำหนดวันและเวลาที่ชัดเจน
 

โฆษกกต.เผยคนไทยในต่างแดนอยากปฏิรูปการศึกษาจริงจัง

                นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการเปิดเว็บไซต์เพื่อเป็นช่องทางรวบรวมความคิดเห็นของคนไทยในต่างประเทศว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการจัดทำเว็บไซต์เพื่อรวบรวมความเห็นอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาสถานเอกอัครราชทูตไทย และสถานกงสุลใหญ่ของไทยหลายประเทศ อาทิ สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี สถานกงสุลใหญ่ไทยประจำนครลอสแองเจอลิส นิวยอร์ก ชิคาโก สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงแคนเบอร์รา สถานกงสุลใหญ่ไทยประจำนครซิดนีย์ ได้ทำรายงานสรุปความคิดเห็นกลับมายังกระทรวงการต่างประเทศ หลังจากที่ได้พบปะนักเรียนไทยและชุมชนไทยซึ่งให้ความสนใจต่อการปฏิรูปของไทยเป็นอย่างมาก และมีมุมมองที่กว้างขวางหลากหลาย โดยเฉพาะประเด็นการปฏิรูปการศึกษาที่อยากให้ทำอย่างจริงจัง


ปานเทพระบุกำหนด5ปีนั่งเก้าอี้ ป.ป.ช.น้อยเกิน

                นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีข้อเสนอของคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.)ประสานเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มีพล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช เป็นประธาน ที่พรรคการเมืองเสนอให้มีการลดวาระองค์กรอิสระต่างๆลง โดยให้กรรมการป.ป.ช.มีวาระอยู่ในตำแหน่งจาก 9 ปี เป็น 5 ปี ว่า ในส่วนของ ป.ป.ช.โดยความเห็นส่วนตัวของตนการที่กำหนดให้ ป.ป.ช.มีวาระการทำงาน 9 ปีมาแต่แรกนั้น คงดูในแง่ความต่อเนี่องในการทำงาน ที่แต่ละคดีต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณานานและต้องใช้ความละเอียดรอบคอบในการพิจารณา ความต่อเนื่องในการทำงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ

                นายปานเทพ กล่าวอีกว่า ส่วนการเสนอให้ ป.ป.ช.อยู่ในวาระ 5 ปีนั้น ก็เป็นข้อเสนอแนะของ สปช. ขึ้นอยู่กับ สปช. ที่จะส่งข้อเสนอไปยังคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ และคงมีการพิจารณาความเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ตนคิดว่าหากให้กรรมการป.ป.ช.อยู่ในวาระ 5 ปี เมื่ออยู่ครบเทอมหรือหมดวาระแล้ว ก็ควรให้กลับเข้ามาสมัครรับการสรรหาได้อีกครั้ง เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง