ข่าว

‘นายกฯ’ชวนคนไทยใส่เสื้อเหลืองตลอดเดือนธันวาคม

‘นายกฯ’ชวนคนไทยใส่เสื้อเหลืองตลอดเดือนธันวาคม

06 ธ.ค. 2557

"นายกฯ" ชวนคนไทยใส่เสื้อเหลืองตลอดเดือนธันวาคม เผย ICTจัดทำแอปพลิเคชัน "สุขพอที่พ่อสอน"

 
 
          วันที่ 6 ธ.ค.57 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ โดยระบุว่าเนื่องในวันที่ 5 ธันวาคม 2557 นี้  นับเป็นมหามงคลสมัยพิเศษยิ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 87 พรรษา รัฐบาลขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่าพร้อมใจกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและร่วมถวายพระพรชัยมงคล ซึ่งนับแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติมาตราบจนบัดนี้ ได้ทรงดำรงอยู่ในทศพิธราชธรรม ทรงอุทิศพระองค์บำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ยังความร่มเย็นเป็นสุขแก่พสกนิกร ทรงเป็นมิ่งขวัญและศูนย์รวมแห่งความสามัคคีของพสกนิกรปวงชนชาวไทยทุกคน
 
          สำหรับในปีนี้นั้น รัฐบาลได้จัดให้มีกิจกรรมที่สำคัญในงานมีทั้งหมด 9 กิจกรรม ประกอบด้วยกิจกรรมการถวายพระพร ณ สวนแห่งความจงรักภักดีกลางสนามหลวง กิจกรรมนิทรรศการมัลติมีเดีย หัวข้อ "อเนกประการงานของพ่อ" พระราชกรณียกิจหลักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 4 ด้าน คือ ความมั่นคง คุณภาพชีวิต คุณภาพสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมนิทรรศการมีชีวิตจากหน่วยงานและกระทรวงต่างๆ รวมทั้งหมด 25 หน่วยงาน "ปณิธานสืบสานต่ออนันต์ค่า" กิจกรรมการแสดงแสง เสียง และสื่อผสม "เทิดราชันเกริกฟ้าก้องสกล" กิจกรรมการแสดงและพิธีการต่างๆ บนเวทีเฉลิมพระเกียรติ  กิจกรรมเส้นทางเสน่ห์วัฒนธรรม และอาหารอร่อย กรุงเทพมหานคร มีการแสดงพื้นบ้าน การสืบสานงานของพ่อทางด้านวัฒนธรรม และจำหน่ายอาหารของดีจาก 76 จังหวัดทั่วประเทศและจาก 50 เขตของกรุงเทพมหานครกิจกรรมการมีส่วนร่วมเส้นทางตามรอยรักพ่อ โดยผู้เข้าร่วมงานจะได้รับหนังสือเดินทางเพื่อไปเยี่ยมชมจุดต่างๆ เมื่อประทับตราครบ จะได้รับเสื้อรักพ่อเป็นที่ระลึก กิจกรรมการแสดงผลสำเร็จจากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ และกิจกรรมบนเวทีย่อยต่างๆ ทั่วประเทศ
 
          "ในกาลนี้ ผมขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลืองตลอดเดือนธันวาคมเพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว 
 
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นแล้วกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT)และสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (EGA)ร่วมกับสำนักราชเลขาธิการ ได้จัดทำแอปพลิเคชัน “สุขพอที่พ่อสอน” โดยอันเชิญพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทคัดตัดตอนออกเป็น 9 หมวดหมู่ คือ การศึกษา, ความยุติธรรม, รู้รักสามัคคี, ความรับผิดชอบต่อหน้าที่, ประโยชน์ส่วนรวม, การพัฒนา, ความพอเพียง, คุณธรรมจริยธรรม, ความสุขและความปรารถนาดี มาพัฒนาในรูปแบบดิจิตอล เพื่อรองรับอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม นี้ ด้วยนะครับ ก็ขอให้ทุกคนช่วยกันเผยแพร่ ใช้บริการเพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้น้อมนำคำสอนไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต เพื่อให้เกิดประโยชน์ และเกิดความสุขที่แท้จริงอย่างยั่งยืน ก็ขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนชาวไทย ร่วมทำความดีเพื่อพ่อหลวงของเรานะครับ ทุกคนทำได้ง่ายๆ ทุกคนตั้งใจทำ ให้สำเร็จ อย่างน้อยก็แก้ไขที่ตัวเองก่อนด้วยนะครับ แล้วสังคมก็จะดีตามไปด้วย





"นายกฯ"แจงให้ "มาเลเซีย" เป็นผู้อำนวยความสะดวกการเจรจาสันติสุข
 
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการเยือนประเทศมาเลเซียช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ได้มีโอกาสหารือทวิภาคีเต็มคณะ กับนายกรัฐมนตรีกับ ของมาเลเซียเพื่อย้ำความสำคัญและกระชับความสัมพันธ์กับมาเลเซียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น  โดยในด้านความมั่นคง ตนได้แสดงเจตนารมณ์ ยืนยันที่จะเดินหน้าสานต่อกระบวนการ “พูดคุยเพื่อสันติสุข” จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้มาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก เป็นกลาง และรับประสานกับกลุ่มเห็นต่างให้เข้ามาสู่กระบวนการทางนายกรัฐมนตรีมาเลเซียก็ให้เกียรติฝ่ายไทยในการตกลงใจในประเด็นปัญหาต่างๆ โดยจะได้มีการหารือในรายละเอียดกันต่อไป เบื้องต้นได้จัดตั้งคณะทำงานออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับนโยบาย - ระดับขับเคลื่อน - ระดับปฏิบัติการ เพื่อให้กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขมีความคืบหน้าอย่างแท้จริง

          นายกฯ กล่าวถึงโครงการ Rubber City ระหว่าง จ. สงขลา กับรัฐเกดะห์ ซึ่งทั้งไทยและมาเลเซียได้ร่วมกันผลักดัน ไทยได้ศึกษาการจัดตั้ง Rubber City บริเวณนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้  ที่บ้านฉลุง อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูป เพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ยางและส่งเสริมการจ้างงาน นอกจากนี้ เราก็จะมาดูว่าจะควบคุมราคายางได้อย่างไร คือจะเพิ่มราคาให้สูงขึ้นนั่นเอง เป็นห่วงพี่น้องที่ประกอบการเกี่ยวกับเรื่องยาง  ถ้าราคายังตกต่ำอยู่ก็ต้องหาทางเพราะทุกประเทศก็เหมือนกันในขณะนี้



 

"นายกฯ"ระบุเตรียมตั้ง "ศูนย์รับคำขออนุญาต" แก้ปัญหาเงิน "เงินใต้โต๊ะ"
 
          พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวถึงเรื่องการกำหนดมาตรการอำนวยความสะดวกในการให้บริการภาครัฐ และลดการทุจริต โดยที่ผ่านมาเมื่อเอกชนที่ต้องการขอใบอนุญาตจากรัฐ ต้องเจอกับขั้นตอนมากมายและความล่าช้า ต้องเจอกับกระบวนการเอกสารที่จุกจิก เพื่อการพิจารณาให้ถี่ถ้วน แม้ไม่ได้ก่อให้เกิดผลเสียได้ แต่ต้องเร็ว เพราะทำให้สิทธิของทุกคนที่มาติดต่อราชการ หรือลงทุนค้าขายแล้วก็ทำให้ข้าราชการบางส่วนนั้นทุจริตฉกฉวยประโยชน์จากจุดต่างๆ เหล่านี้ เรียกค่าตอบแทนบ้าง อะไรบ้าง เราต้องอำนวยความสะดวกให้รวดเร็วขึ้น ขณะเดียวกันต้องมีการตรวจสอบความโปร่งใส ไม่อยากให้มีการจ่าย “เงินใต้โต๊ะ” เราต้องให้ความสะดวกสบายให้มากขึ้น ปิดช่องทางฉ้อฉลต่างๆ ให้ได้ วันนี้รัฐบาลได้ริเริ่ม และร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ ได้กําหนดให้คณะรัฐมนตรีสามารถออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อจัดตั้ง “ศูนย์รับคําขออนุญาต” ซึ่งเป็นหน่วยงานใหม่ ในการเป็นตัวกลางระหว่างประชาชน ผู้ขออนุญาต กับหน่วยงานรัฐ เป็นผู้พิจารณาอนุญาตในเรื่องต่างๆ จะออกแบบให้เป็นหน่วยที่อํานวยความสะดวกให้เร็วยิ่งขึ้น ให้เกิดประโยชน์กับทุกส่วนนะครับ
 
          พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ในการขออนุญาตนั้น เราจะมีหน้าที่ในการรับคําขออนุญาตและค่าธรรมเนียม ให้ข้อมูล และแนะนําเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาต โดยประชาชนสามารถยื่นคําขอ ส่งเอกสารหลักฐาน หรือค่าธรรมเนียม ณ ศูนย์รับคําขออนุญาต แทนหน่วยงานผู้อนุญาตได้ ศูนย์รับคำขออนุญาตนี้ใช้รับเรื่องแทนหน่วยงานรัฐได้ทุกประเภท ในลักษณะ One Stop Service ยกเว้นรัฐสภา คณะรัฐมนตรี การพิจารณาคดีของศาล การดำเนินคดีทางอาญา และการขออนุญาตตามกฎหมายทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งต้องยื่นเรื่องกับหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนั้นๆ โดยตรงอันนี้เป็นของเดิม แต่ต้องเร็วขึ้น ของใหม่นี่ต้องดำเนินการให้ได้
 
         "ที่สำคัญ เราจะกำหนดให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอที่จะต้องเป็นคนที่มีประสิทธิภาพนะครับ แล้วจะต้องตรวจสอบความถูกต้องได้รวดเร็ว คำขอความครบถ้วนที่ต้องยื่นพร้อมกับคำขอ หากคำขอไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ดังกล่าว ต้องให้คำแนะนำให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไข ไม่ใช่ดึงเวลาไว้นานเกินไป ก็ต้องชี้แจงให้เขาทราบทันทีภายในไม่เกิน 7 วัน พร้อมทั้งบันทึกการแจ้งดังกล่าวไว้ด้วยทั้งนี้ก็เพื่อแก้ปัญหากระบวนการพิจารณาออกคำสั่งของเจ้าหน้าที่ที่ล่าช้าโดยอ้างเหตุว่าเอกสารไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ซึ่งอาจสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้มาใช้บริการ ซึ่งร่างแก้ไขนี้ยังกำหนดด้วยว่า หากเจ้าหน้าที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำขอเพราะอ้างเรื่องเอกสารไม่ถูกต้องอยู่ ก็อาจถูกดำเนินการทางวินัยต่อไปได้ ก็ต้องระมัดระวัง ขอให้มีหัวใจในการบริการ" พล.อ.ประยทธ์กล่าว
 
 
 
 
แก้ระเบียบให้ออกใบอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานในสำนักงานภูมิภาคเพิ่มจาก 5 เป็น 10 คน
 
          พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวถึงมาตรการอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนชาวต่างชาติ ว่าได้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2552 สำหรับการออกใบอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานในสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค (Regional Operating Headquarter : ROH) เดิมได้กำหนดจำนวนการออกใบอนุญาตทำงานไว้ไม่เกิน 5 คน ซึ่งจะได้แก้ไขโดยเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 10 คน และสามารถขอเพิ่มจำนวนได้ตามความเหมาะสมกับธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ หากสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคชำระภาษีเงินได้ให้แก่รัฐในรอบปีที่ผ่านมาตามเกณฑ์ที่กำหนด เราก็จะพิจารณาดูแลเป็นพิเศษ  นอกจากนั้น ยังได้เร่งรัดการออกใบอนุญาตทำงานให้แล้วเสร็จ ภายใน 1 วันทำการ รวมทั้งยังเพิ่มช่องทางการแจ้งเข้ามาทำงานอันจำเป็นเร่งด่วนระยะเวลาไม่เกิน 5 วัน จากทางโทรสาร เป็นการแจ้งผ่านด่านตรวจคนหางานสุวรรณภูมิ ด่านตรวจคนหางานดอนเมือง และทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ 





รัฐบาลเดินหน้าอำนวยความสะดวกประชาชน
 
          นายกฯ  กล่าวถึงการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนจากที่รัฐบาลได้เร่งให้ดำเนินการในเชิงรุกและบูรณาการหน่วยงานของรัฐ เพื่อการให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยจะขยายขอบเขตการให้บริการ ทั้งพัฒนารูปแบบให้ดีขึ้นยิ่งๆ ขึ้นไป ดังนี้(1) ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด/อำเภอ ณ ศาลากลางจังหวัดและที่ว่าการอำเภอ ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือ Call Center 1567 สำหรับการรับเรื่องร้องทุกข์ความเดือดร้อน, ร้องเรียนหน่วยงานรัฐ / เอกชน / เจ้าหน้าที่, ขอความช่วยเหลือ, ขอความเป็นธรรม, ปัญหาหนี้สินนอกระบบ, การแจ้งเบาะแสการกระทำผิด รวมทั้ง การเสนอความเห็นการปฏิรูป
 
          (2) ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ณ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจัดให้มีเจ้าหน้าที่ทุกกระทรวงมารับคำร้องและให้คำปรึกษา หรือติดต่อที่ Call Center 1111   (2) The complaints receiving center at Government House is staffed by officials from all ministries who can receive the complaints as well as provide advice.  The center may also be reached by dialing 1111.
 
          (3) การอำนวยความสะดวกให้ประชาชนด้านการทะเบียน ถ้าหน่วยงานนั้นมีระบบที่เชื่อมโยงกับระบบทะเบียนของกรมการปกครองแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐคัดสำเนารายการทะเบียนบ้านหรือบัตรประจำตัวประชาชนจากฐานข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่ต้องลงชื่อรับรองเอกสารก็ได้  หรือหากหน่วยงานนั้นยังไม่มีระบบเชื่อมโยง ก็ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในการถ่ายเอกสารสำเนาทะเบียนบ้านหรือถ่ายเอกสารสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มาติดต่อราชการ จึงขอให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งรับไปปฏิบัติให้เกิดผลด้วย
 
          (4) คลินิกกฎหมายสัญชาติ เพื่อขับเคลื่อนและช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ด้านการกำหนดสิทธิและสถานะตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งปัจจุบันยังมีคนไทยที่ด้อยโอกาส ไม่สามารถแสดงหลักฐานเพื่อพิสูจน์ยืนยันตัวตน ทำให้เป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนอยู่เป็นจำนวนมาก โดยให้เป็นจุดรับคำร้อง ให้คำปรึกษา และดำเนินการแก้ไขให้แก่ประชาชน รวมถึงการเป็นพี่เลี้ยงให้กับสำนักทะเบียนทั่วประเทศ  อีกทั้งยังจะเป็นการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายสัญชาติให้แก่ประชาชนทั่วไป ในเขตกรุงเทพฯ สามารถติดต่อได้ที่กรมการปกครอง วังไชยา ถ.นครสวรรค์ ต่างจังหวัด ณ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง หรือ Call Center 1548
 
          (5) ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service)ปัจจุบันกำลังขยายการจดทะเบียนสัญชาติเวียดนามเดิมมี 3 ประเทศ คือ ลาว, พม่า, กัมพูชา
 
การดำเนินการทั้งหลายเหล่านี้ จะทำให้มีฐานข้อมูลที่ทุกกระทรวงจะสามารถเข้าถึง และนำไปบริหารงาน จัดสรรรูปแบบการให้บริการอย่างเหมาะสมในอนาคต ทั้งนี้จำเป็นต้องอาศัยความประสานสอดคล้องในการทำงานของหน่วยงานของรัฐ โดยอยู่บนพื้นฐานข้อมูลชุดเดียวกัน
 



เร่งลดความเหลื่อมล้ำช่วยเหลือแรงงาน
 
          นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการลดความเหลื่อมล้ำของสังคมและการสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการของรัฐ โดย1. การเปิดโอกาสให้ (1) กลุ่มแรงงานนอกระบบ (2) ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และ (3) กลุ่มแรงงานซึ่งยังมิได้มีหลักประกันสังคมใดๆ สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 โดยรัฐบาลช่วยส่งเงินสมทบร่วมกับผู้ประกันตนด้วยส่วนหนึ่ง ซึ่งมีชุดสิทธิประโยชน์ทางเลือกต่างๆ ให้กับผู้ประกันตนประกอบด้วยสิทธิประโยชน์กรณี (1) เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย 200 บาท/วัน (2) ทุพพลภาพ 500 - 1,000 บาท/เดือน แล้วแต่กรณี (3) กรณีเสียชีวิต 20,000 บาท/ราย และ (4) เงินออมสำหรับกรณีชราภาพ
 
          สำหรับการตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขการคุ้มครองต่างๆ สามารถติดต่อสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา หรือหน่วยบริการเคลื่อนที่ของสำนักงานประกันสังคม รวมทั้งสายด่วน SSC 1506 (Social Security Office)
 
          2. การเปิด “ศูนย์ฟื้นสมรรถภาพคนงานประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”ณ จังหวัดขอนแก่น  เพื่อให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพแก่ลูกจ้าง ผู้ประกันตนที่สูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานและทุพพลภาพ ครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด โดยให้การฟื้นฟูฯ ที่เหมาะสมครบทุกด้าน อาทิ ด้านการแพทย์ ด้านอาชีพ จิตใจและสังคม ได้แก่ (1) กิจกรรมส่งเสริมการเล่นกีฬาเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพ จนกระทั่งจบการฟื้นฟูสามารถกลับไปดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างอิสระ ประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น   (2) การให้บริการฟื้นฟูด้านอาชีพในหลักสูตรเตรียมเข้าทำงาน จำนวน 5 สาขา ได้แก่ สาขางานสำนักงาน  งานสิ่งประดิษฐ์ งานตัดเย็บเสื้อผ้าเบื้องต้น งานไฟฟ้าเบื้องต้น ช่างพื้นฐานอุตสาหกรรม และหลักสูตรฝึกอาชีพ จำนวน 6 สาขา ได้แก่ สาขางา อิเล็กทรอนิกส์ งานตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี งานซ่อมและประกอบคอมพิวเตอร์ งานคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ซ่อมจักรยานยนต์ ช่างเชื่อมอุตสาหกรรม
 
          3. การสร้าง “ชุมชนต้นแบบอารยสถาปัตย์” (Universal Design Community Model) โดยการยกระดับ “เกาะเกร็ด”(หรือ “เกาะเจดีย์เอียง”) ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งจังหวัดนนทบุรี มีเป้าหมาย คือ การส่งเสริม และสนับสนุนให้ผู้พิการ หรือผู้ที่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือในการดำเนินชีวิตและการเดินทางหมายรวมถึงผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักฟื้น ตำรวจ-ทหารผ่านศึก เด็กเล็ก และสตรีมีครรภ์ แม้กระทั่งผู้หญิงใส่รองเท้าส้นสูงและกระโปรงสั้น สามารถเดินทางออกจากบ้านไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้โดยสะดวก ปลอดภัย มั่นใจ สามารถมีชีวิตอิสระ ไปไหนมาไหนได้ด้วยตนเองเต็มตามศักยภาพ โดยที่ไม่ต้องตกเป็นภาระของคนรอบข้าง หรือเป็นภาระของสังคมอีกต่อไป
 
          "ทั้งนี้ ผมได้สั่งการในที่ประชุม ครม. ไปแล้ว ว่าทุกโครงการของรัฐ จะต้องคำนึงถึง  “การเข้าถึงบริการของรัฐ” อันเป็นสิทธิพื้นฐานและเครื่องหมายแสดงความเท่าเทียมทางสังคม  ได้แก่ ใช้บริการระบบขนส่งมวลชน สิ่งปลูกสร้างต่างๆ ห้องน้ำสาธารณะซึ่งจะจัดให้มี“ทางลาด” (Rape) ต้องไม่ลาดชันเกินไป ที่กลุ่มเป้าหมายสามารถเข็นรถเข็น (Wheelchair ) ขึ้นลงเองได้ และไม่อันตรายน่าหวาดเสียวที่สำคัญคือ ทางลาดควรต้องทำให้เชื่อมโยงไปได้ทั่วทุกจุดของสถานที่  หากสถานที่ใดมีบันได ก็ต้องมีทางลาดควบคู่กันไป นอกจากนี้ ทางลาดจะต้องมีขอบกันตก หรือราวจับ ซึ่งจำเป็นมากสำหรับผู้สูงอายุ คนท้อง หรือผู้มีสุขภาพไม่แข็งแรง  อีกทั้ง พื้นผิวทางลาดต้องไม่ลื่นและไม่แคบ"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว 
 
          พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่าโครงการชุมชนต้นแบบเกาะเกร็ดนี้เป็นกำลังจะเกิดขึ้น ด้วยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา,กระทรวงคมนาคม,จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, องค์กรคนพิการ และเทศบาลนครปากเกร็ด ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการลงพื้นที่สำรวจชุมชน เพื่อเตรียมความพร้อมปรับแบบแปลนโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมและทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ณ เกาะเกร็ด นนทบุรี
 
 
 
รัฐบาลวาง 3 แนวทางแก้ปัญหาค้ามนุษย์
 
          นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ว่า  รัฐบาลได้กำหนดแนวทางขับเคลื่อนหลัก 3 ประการสำคัญ คือ 1. จัดประชุม “คณะกรรมการระดับชาติ” เพื่อแสดงความมุ่งมั่น จริงจัง ในการป้องกันและปราบปราม ปัญหาการค้ามนุษย์  2. การจัดตั้ง“ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์แห่งชาติ” โดยขับเคลื่อนศูนย์แบบ WarRoom มี รัฐมนตรีว่าการฯ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ มีผู้แทนจากส่วนราชการประกอบกำลังร่วมในลักษณะ “ฝ่ายเลขานุการร่วม” เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างรวดเร็ว รอบด้าน เกิดเอกภาพในทางปฏิบัติ และมีพลัง    3. การกำหนดมาตรการเร่งรัด เพื่อแก้ไขจุดอ่อนอันสำคัญ 3 ประเด็น คือ  (1) การปรับปรุงแก้ไขกระบวนการยุติธรรมให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว การดำเนินมาตรการทางกฎหมายต้องขยายผลให้สามารถนำตัวผู้กระทำผิดรายใหญ่มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม (2) ดำเนินมาตรการจัดระเบียบเรือประมงและแรงงานประมง ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาการค้ามนุษย์โดยประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในการตรวจสอบ จัดระเบียบแรงงาน จดทะเบียนเรือและบุคคลบนเรือและ (3) ดำเนินมาตรการเกี่ยวกับการควบคุม และคัดแยกผู้หลบหนีเข้าเมืองอย่างรอบคอบ ก็ต้องหาพื้นที่ควบคุมในระหว่างการดำเนินคดี ให้มีมาตรฐาน ไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วต้องเตรียมความพร้อมไม่ให้เกิดปัญหาหรือส่งผลกระทบต่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558
 
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ในเรื่องของการแก้ไขกฎหมาย เพื่อขจัดปัญหาใช้ แรงงานเด็กและการค้ามนุษย์ เราต้องอุดช่องว่างเหล่านี้ทางกฎหมาย ที่ผ่านมา ครม.คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการกฎกระทรวงจำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ 1. ร่างกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานเกษตรกรรม มีสาระสำคัญ คือ (1) กำหนดให้นายจ้างจ้างลูกจ้างเข้าทำงานในงานเกษตรกรรม ต้องมีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป   (2) นายจ้างต้องจัดเวลาพักให้ลูกจ้างอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังจากทำงานมาแล้วไม่เกิน 4 ชั่วโมง อันนี้ลูกจ้างก็ต้องทราบนะครับ นายจ้างก็ต้องปฏิบัติ (3) ห้ามเรียกหลักประกันการทำงานจากลูกจ้างเด็ก (4) ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานอันตราย เช่นงานใช้เลื่อยไฟฟ้า งานปั๊มโลหะ เป็นต้น  (5) นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีสวัสดิการได้แก่ น้ำดื่ม ที่พักอาศัย ที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ เป็นต้น
 
          2.ร่างกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล มีสาระสำคัญ คือ  (1) บังคับใช้กับเรือประมงทะเลที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป รวมทั้งเรือประมงทะเลที่อยู่นอกราชอาณาจักร ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป   (2) กำหนดอายุขั้นต่ำที่นายจ้างจะจ้างทำงานประมงทะเลได้ต้องไม่ต่ำกว่า 18 ปี  (3) กรณีลูกจ้างตกค้างต่างประเทศเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้างให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นต้น ก็จะดูแลทั้งนายจ้างลูกจ้างให้เกิดความเป็นธรรม
 
 
 
 
 
ชี้ สาม บทเรียนประเทศในอาเซียน ต้องเดินหน้าปฏิรูป
 
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการเดินหน้าประเทศไทย ในส่วนของการปฏิรูป ที่ผ่านมานั้น ประเทศหนึ่งในอาเซียน ผมไม่กล่าวนามเคยยิ่งใหญ่ มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วนะครับ  วันนี้ก็ต้องประสบภาวะเสื่อมถอยในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากการดำเนินนโยบายของรัฐที่ผิดผลาด 3 ประการนำไปสู่ภาวะล้มเหลว(Failed State) ประการแรก“ขาดธรรมาภิบาล” เล่นพรรคเล่นพวก ขาดสมรรถนะในการบริหารประเทศ สนใจเฉพาะนโยบายที่สร้างคะแนนนิยม ไม่เอาจริงเอาจังกับการวางรากฐากอนาคต ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเสื่อมถอย เศรษฐกิจหดตัว คนตกงาน เงินเฟ้อ การกู้ยืมเงินไปทำโครงการสำคัญไม่สามารถทำได้ ไม่สร้างรายได้ให้ประชาชน เป็นต้น
 
          ประการที่สอง“ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน” ในทุกระดับ ไม่เว้นแม้แต่ในกระบวนการยุติธรรม ทำให้กลายเป็นประเทศที่ไม่ได้รับความน่าเชื่อถือจากนักธุรกิจ นักลงทุน จากทั้งภายในประเทศและนานาชาติ
 
          ประการที่สาม“การปฏิรูปประเทศ” ที่ขาดความความจริงใจ จริงจัง ทำให้ประเทศติดกับดักถาวร สถานการณ์ทุกมิติไม่ได้รับการแก้ไข พัฒนา ทุกอย่างเหมือนเดิม หรือกลับเลวร้ายกว่าเดิม ทำให้ประเทศล้มเหลว วันนี้ก็ต้องมาแก้ไขกันอีก
 
          "สำหรับประเทศไทย ผมคิดว่าเรายังไม่ถึงขั้นนั้น เราก็ต้องรีบดำเนินการหยุดให้ได้ บางอย่างคล้ายคลึง บางอย่างไม่ร้ายแรงเท่า แต่เรื่องที่เป็นปัญหาคือเรื่องทุจริตผิดกฎหมาย ถ้าเราปล่อยปละละเลยกันต่อไป ไม่วางแผน ไม่วางยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน ไม่มีอนาคต ประชาชนยังไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตยทีสมบูรณ์ เราก็จะเป็นแบบประเทศเหล่านั้น ไม่ได้รับความเชื่อถือ วันนี้ถ้าเราไม่ทำให้ทุกอย่างมั่นคงแข็งแรงจะเกิด “สูญญากาศแห่งอำนาจ” ใหม่ในการบริหารประเทศ เพราะฉนั้นจะไม่มีหัวหน้ารัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองสำหรับปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นภัย 2 ด้านวันนี้เรา คสช. รัฐบาลก็มาดูแล หลังจากมาควบคุมแล้วเราก็ดูแลแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้เกิดเสถียรภาพ และเตรียมความพร้อมในการที่จะทะยานออกไปในอนาคต วันนี้ก็เหมือนเสือ เสือกำลังย่อตัวอยู่ พร้อมที่จะทะยานออกต่อไป ในโอกาสอนาคต เพราะอย่างนั้นทุกคนต้องคิดเหมือนกันว่าทำอย่าไร เราจะก้าวไปสู่อนาคตได้ ทำอย่างไรจะมีความพร้อม ได้ ทำอย่างไรจะไม่ผิดพลาดอีก นี่คือการปฏิรูป" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว 
 
          พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า บทเรียนข้อแรก นั้นทำอย่างไรการปฏิรูป  เพราะงั้นต้องระวังการบริหารจัดการให้มีความรอบคอบ มีธรรมาภิบาล การวางแผนต้องยึดหลักวางรากฐานอนาคต เยาวชนของเรา คนของเราในอนาคตนะครับ อย่าไปทำอะไรฉาบฉวย คำนึงถึงความยั่งยืน ลดความขัดแย้ง อย่าเอาประเทศไปเสี่ยงภัย ไปต่อสู้กัน ไม่สร้างภาระให้ประเทศโดยไม่จำเป็น การพัฒนาต้องยึดแนวทางเศรษฐกิจแบบพอเพียง ปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็คือ “ความพอประมาณ” ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น,  “ความมีเหตุผล” คือ การตกลงใจใดๆ ต้องพิจารณาทุกเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในภายนอกนะครับต้องคำนึงถึงผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน  และ “มีภูมิคุ้มกัน” คือ การเตรียมพร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ โดยต้องมีการคาดการณ์อนาคต ประเมินความเสี่ยงไว้ด้วยอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ต้องมี “ความรู้” และมี “คุณธรรม” ด้วย ในการที่จะเดินหน้าต่อไป
 
          พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่าบทเรียนข้อที่สอง ต้องแก้ปัญหาคอร์รัปชันโดยยึดหลัก 3 ประการ คือ การพัฒนาอย่างมีวินัย การต่อต้านคอร์รัปชันอย่าสมยอมกัน การยึดหลักคุณธรรมต้องทำให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน อย่างเท่าเทียม ไม่เล่นพรรคเล่นพวก และเอาจริงเอาจัง ตนก็พยายามเต็มที่แต่ ก็ยังมีข่าวเสมอ เพราะฉะนั้น ถ้าตรวจสอบพบก็ต้องลงโทษทันทีก็ขอข้อมูลด้วย เราจะต้องทำให้เห็นผลในการนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ  ตนตีเส้นว่าตั้งแต่ 22 ที่เราเข้ามาจะต้องกระทำผิดอีกไม่ได้ ถ้าทำผิดก็ต้องมาเข้าสู่ขบวนการ เราคงใช้ศาลประชาชนไม่ได้ ก็คงเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เพราะงั้นถ้าเราดำเนินการกับตัวการใหญ่ๆ นี่ จะทำให้เป็นเยี่ยงอย่าง ไม่เกิดการเอาเยี่ยงเอาอย่างต่อไป ให้เกิดความเกรงกลัว จะได้มีจิตสำนึก และมีความละอายในการกระทำความผิดนั้น 
 
          "สังคมก็ต้องปฏิเสธคนเหล่านี้ บางคนก็โกงแล้วโกงอีกอยู่นั้นแหละ ก็สู้ตามกฎหมาย แล้วก็บางทีก็ชนะนะ เพราะกฎหมายไม่ใช่ คือเขาเปิดโอกาสให้ต่อสู้กันด้วยหลักนิติธรรมนะ ทุกคนก็หาหลักฐานมาสู้กัน บางทีก็ชนะ ชนะไปก็ทำใหม่อีก อย่างนี้ไม่ได้นะ สังคมก็ต้องปฏิเสธคนเหล่านี้นะ"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว 
 
          พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่าบทเรียนที่สามที่ เราจะปฏิรูปสำคัญที่สุด คือ 5 สาย หรือ 5 ฝ่าย ที่เราทำไว้แล้วปัจจุบัน ครม., คสช., สปช., สนช. และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ นี่ตนให้แนวทางไปบ้างแล้ว ขอให้ทั้ง 5 ส่วนนี่ บูรณาการกันให้ดีอย่าสร้างปัญหาใหม่ แล้วทำอะไรออกมาก็ตาม ร่างอะไรออกมาก็ตาม ต้องได้รับการยอมรับ  แต่จะทำให้ยอมรับทั้งหมดคงไม่ได้ แต่จะหาทางลงเอยกันตรงไหน พออกพอใจกันทุกฝ่าย ถ้าทุกฝ่ายต้องการของตัวเองทั้งหมด เป็นไปไม่ได้ ขอให้คำนึงถึงว่าประเทศชาติจะไปทางไหนในอนาคตนะ เดี๋ยวพอเราเลือกตั้ง จะเลือกตั้งกันยังไง ขบวนการเลือกตั้งจะเป็นแบบไหน ใครจะเข้ามา ใครจะเป็นรัฐบาล ใครจะเป็นนายกกระบวนการบริหารราชการแผ่นดิน การถ่วงดุลอำนาจ 3 อำนาจ ภายใต้พระมหากษัตริย์ อำนาจของพระมหากษัตริย์ ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญของเราอยู่แล้วในระบอบนี้ เพราะงั้นทั้งหมดนี่ต้องมาว่ากันทั้งหมด แล้วก็ในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน เหล่านี้ต้องมีการตรวจสอบถ่วงดุล 
 
          พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่าที่สำคัญที่สุดคือการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน แล้วก็ในส่วนที่ ต้องมองประชาชนเป็นศูนย์กลาง การบริหาราชการแผ่นดิน ต้องมองประชาชนเป็นศูนย์กลางว่า ทำอย่างไร ประชาชนจะได้ผลประโยชน์มากที่สุด เป็นที่เพียงพอ ข้าราชการ ผู้บริหารก็ต้องซื่อสัตย์สุจริตโปร่งใส นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว อันนี้เป็นปัจจัยสำคัญนะ พูดง่ายๆ ก็คือ มีคุณธรรม จริยธรรม มีธรรมาภิบาล เท่านั้นแหละนะ เพราะฉะนั้น ถ้าเรามองประชาชนเป็นที่ตั้ง มันก็สำเร็จหมด
 
          พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปัจจัยเสริมอีก 2 ประการสู่ความสำเร็จในการปฏิรูปประเทศครั้งนี้ คือ (1) การก้าวข้ามความขัดแย้ง โดยแสวงหาจุดร่วมและการปรองดอง ปรองดองก็คือปรองดองนะ วันนี้อยากให้ทุกที่ ทุกหน่วยงาน ทุกพื้นที่ หากิจกรรมมีความปรองดอง เล่นกีฬาด้วยกัน ฟังเพลง อะไรทำนองนี้นะ นี่คือปรองดองนะ ถ้าทุกคนทุกฝ่ายอยากจะปรองดอง ไม่ว่าจะฝ่ายการเมือง ข้าราชการ ประชาชน พ่อค้า ถ้าปรองดองกันไป พูดคุย ไม่เคยคุยกัน เคยทะเลาะกัน เคยเห็นต่างกันก็คุยกันก็แค่นั้นปรองดอง ง่ายๆ ใจ ต้องเริ่มที่ใจก่อน ใครมาบังคับท่านก็ไม่ได้ ท่านต้องปรองดอง ถ้าใจท่านไม่ปรองดอง แล้วใครบังคับ ก็ไม่ปรองดอง นี่คือสิ่งที่ต้