ข่าว

'กังไสจีน'จับมือเมืองลำปางพัฒนาเซรามิกสู่ตลาดโลก

'กังไสจีน'จับมือเมืองลำปางพัฒนาเซรามิกสู่ตลาดโลก

05 ธ.ค. 2557

เมืองลายคราม "กังไสจีน" จับมือเมืองลำปาง พัฒนาเซรามิกสู่ตลาดโลก

 
 
          เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น เมืองลายครามโลก “กังไสจีน” จับมือผู้ว่าฯ เมืองลำปาง แลกเปลี่ยนฝีมือเซรามิก พัฒนาเซรามิกลำปาง ส่งออกตลาดโลก
 
          นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า ตัวแทนด้านเซรามิกของจีน ระดับเลขาธิการพรรค จากเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น มณฑลเจียงซี หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่าเมืองกังไส เมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องเครื่องปั้นดินเผา ได้ตกลงความร่วมมือกับจังหวัดลำปางและสมาคมเครืองปั้นดินเผาของลำปาง ในการพัฒนาแลกเปลี่ยน “เทคนิค” ฝีมือด้านการผลิตเซรามิกให้พัฒนาสามารถส่งออกสู่ตลาดโลกได้
 
          ในข้อตกลงนี้ มลฑลเจียงซีจะส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการปั้นเข้ามาเปิดหลักสูตรการสอนการผลิตเครื่องปั้นดินเผาของจีน และมหาวิทยาลัยจิ่งเต๋อเจิ้น จะรับนักศึกษาไทยเข้าไปศึกษาในด้านเครื่องปั้นดินเผาของจีนด้วย  
 
          เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น คือ เมืองผลิตเครื่องลายครามต่างๆ ของจีน ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด จนเมืองนี้ได้รับการขนานนามว่า "เมืองแห่งเครื่องลายครามโลก" และกลายเป็นเอกลักษณ์ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนได้เป็นจำนวนมาก ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของลุ่มน้ำแยงซีเกียงตอนล่าง ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน 
 
          ผู้ว่าฯ ลำปาง กล่าวว่า มีวัตถุดิบ ดินขาวที่ดี เหมาะที่จะทำให้สวยงาม ไม่มีใครเหมือน สามารถต่อยอดให้เป็นอาชีพที่ยั่งยืนได้ 
          “ผมต้องการเข้าไปสนับสนุนชาวบ้านที่มีฝีมือด้านเซรามิก อย่างที่เกาะคา ให้มีขีดความสามารถในการผลิตเซรามิกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เป็นการฝึกฝีมือเพิ่มขึ้นจากเซรามิกที่ผลิตทั่วไปในลำปางอยู่แล้ว โดยส่งไปศึกษาต่อด้านเทคนิคจากจีนเพิ่มเติม” 
 
          สัญลักษณ์ของลำปางก็คือ ไก่ขาว ที่มีจริงๆ และยังปรากฏอยู่ ชามเซรามิก ยังเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเรียนรู้และบันทึกประวัติศาสตร์ของแต่ละยุคสมัยให้เรียนรู้ได้ทางด้านวัฒนธรรมอย่างไม่รู้จบ 
    
          ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางและนักธุรกิจเซรามิกจีน ได้เดินทางไปเยี่ยมชมเมืองแห่งลายครามโลกนี้ และยังพบหลักฐานการแลกเปลี่ยนศิลปะเครื่องปั้นดินเผาระหว่างไทย-จีน อายุกว่า 7-800 ปี ที่ขุดพบอยู่ในภาคเหนือของไทยด้วย 
 
          ปัจจุบันในเมืองนี้ยังมี “เตาเผาโบราณ” เคยถูกใช้เป็นสถานที่ทำเครื่องใช้เซรามิกสำหรับจักรพรรดิในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง และยังใช้ในการผลิตเครื่องลายครามได้รวมถึงเป็นแหล่งการเรียนรู้เกี่ยวกับการทำเซรามิก ผู้เดินทางไปเยือนเมืองนี้ยังสามารถชมเครื่องลายครามกันที่ถนนแห่งเครื่องลายคราม (Porcelain Street) ซึ่งในสมัยก่อนถนนสายนี้ถือได้ว่าเป็นถนนที่วุ่นวายและคึกคักมากที่สุดในช่วงปลายราชวงศ์หมิง และยังเป็นสถานที่ที่คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับเครื่องลายครามที่หลากหลายลวดลายและสีสัน ชื่นชมประเพณีและวัฒนธรรมโบราณที่สวยงามที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองที่ผ่านมาในถนนสายนี้ 
 
          ขณะเดียวกัน จ.ลำปาง ก็กำหนดยุทธศาสตร์และกลยุทธ์การพัฒนาจังหวัดให้พัฒนาอุตสาหกรรมเซรามิกอย่างเป็นรูปธรรม กำหนดให้พัฒนาถนนดวงรัตน์ ต.สวนดอก ในเขตอำเภอเมือง ให้เป็น “ถนนเซรามิก” มีการเจรจาการค้าและเชื่อมโยงสินค้าเซรามิกและสินค้าหัตถกรรมกับโครงการครัวไทยสู่ครัวโลกและตลาดต่างประเทศ
 
          ภายใต้ทิศทาง “เซรามิกสู่ครัวโลก” ดำเนินการโครงการจัดตั้งศูนย์แสดงสินค้าและจำหน่ายสินค้าเซรามิกและหัตถกรรมจ.ลำปาง มีศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องเคลือบดินเผาลำปาง เป็นหน่วยดำเนินงานผลักดันการพัฒนาส่งเสริมด้านการผลิต ด้านกฎระเบียบ ข้อมูลการค้าและจัดงานแสดงผลิตภัณฑ์เซรามิกให้ จ.ลำปาง เป็นศูนย์กลางเซรามิกแห่งอาเซียน เพิ่มยอดขายและสร้างมูลค่าเพิ่ม เป็นรายได้หลักของจังหวัดต่อไป