
ปั้นลูกให้ถึงฝันบิหลั่นสะมะแอเบ้าหลอมสู่พ่อดีเด่นปี57
ปั้นลูกให้ถึงฝันบิหลั่นสะมะแอ เบ้าหลอมสู่พ่อดีเด่นปี57 : สัญฐิติ ขอจิตต์เมตต์รายงาน
สภาพบ้านยกพื้น ปลูกสร้างด้วยไม้ผสมปูนหลังเล็กๆ ดูโทรมๆ เลขที่ 107 หมู่ 4 บ้านบละแต ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งอยู่ใกล้มัสยิดฆอยรียะห์ ถือเป็นสถานที่ที่เติมแต้มไปด้วยความรักและอบอุ่นแห่งครอบครัว "เร็งมา"
สะมะแอ วัย 67 ปี บิหลั่นประจำมัสยิดฆอยรียะห์ เป็นเสาหลักที่เข้มแข็ง พร้อม ฮารีมะ วัย 62 ปี ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 ทั้งยาม สุข ทุกข์ ภรรยาก็กลายเป็นคู่คิดที่ไม่ยอมห่างกาย
ทุกวันนี้ตระกูล "เร็งมา" มีทายาทที่สร้างความภาคภูมิใจทั้งสิ้นรวม 4 คน โดยมี "สะมะแอ" คอยเป็นเบ้าหลอมชั้นดีให้แก่ลูกๆ ได้เดินถึงฝั่งฝันกันทุกคน ท่ามกลางความอัตคัดขัดสนเกินคำบรรยาย
สุดท้ายกลายเป็นผู้ได้รับรางวัลพ่อดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2557
"อาเยาะ (พ่อ) เป็นที่หนึ่งในดวงใจของลูกๆ ทุกคน ถึงไม่ได้รับรางวัลครั้งสำคัญนี้ อาเยาะก็อยู่ในหัวใจของลูกๆ ทุกคน เป็นแบบอย่างที่ดี เป็นแรงบันดาลใจขับเคลื่อนให้เรามาถึงวันนี้ได้ พ่อไม่มีทรัพย์สินแต่พยายามดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อส่งลูกให้เรียนสูงๆ ไม่ได้ชี้แนะเรื่องการศึกษาสายสามัญ เพราะพ่อไม่รู้ แต่ใช้หลักศาสนามาขัดเกลา ตอนที่พวกเรายังเด็กๆ พ่อจะสอนกุรอ่านเยาวชนและชาวบ้านประมาณ 50 คนที่บ้านถึง 4 ทุ่มทุกวัน ยกเว้นวันพฤหัสฯ ในขณะที่ลูกๆจะทำการบ้านไปด้วย สิ่งที่เราได้ตรงนั้นคือสมาธิ เมื่อเจอปัญหาที่หนักๆ พ่อบอกเสมอว่าให้อ่านกุรอ่าน ใช้หลักศาสนาที่ถูกต้องเป็นตัวช่วย"
ลุกมาน เร็งมา อายุ 45 ปี เภสัชกรชำนาญการพิเศษ รพ.รือเสาะ จ.นราธิวาส คือ บุตรชายคนโตของบิหลั่นสะมะแอ ซึ่งจบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จ.สงขลา และยังเป็นกรรมการอิสลามประจำมัสยิด อ.รือเสาะ เล่าที่มาที่ไปของอาเยาะด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข
วงสนทนาในวันนั้น บนเสื่อน้ำมันผืนใหญ่กลางบ้าน ซึ่งมีอาเยาะ แมะ (แม่) นั่งฟังอย่างตั้งใจ โดยมีลูกๆ ทั้ง 4 คนล้อมหน้าล้อมหลัง บ่งบอกให้รู้ว่าพื้นฐานของความสำเร็จของครอบครัว "เร็งมา" ก็เพราะ "ความอบอุ่น" เป็นรากฐาน มิใช่เงินทองหรือวัตถุใดๆ ทั้งสิ้น
ฟังเรื่องราวแค่นี้ ก็แทบไม่แปลกใจว่า ไย "บิหลั่นสะมะแอ" จึงถูกคัดเลือกให้เป็น "พ่อตัวอย่างแห่งชาติ ปี 2557" โดยสำนักงาน จ.นราธิวาส เป็นผู้คัดกรอง ซึ่งจะเดินทางไปรับรางวัลที่จัดเป็นที่สุดของชีวิต ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ ณ สวนอัมพร กรุงเทพฯ
นพ.อดุลย์ เร็งมา อายุ 42 ปี ผอ.รพ.ยี่งอเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส น้องชายคนรอง จบการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล และปริญญาโทคณะรัฐศาสตรมหาบัณฑิตการจัดการภาครัฐ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นั่งติดอาเยาะ ดูออกแนวขรึมๆ เล็กๆ ทบทวนความทรงจำตั้งแต่ครั้งยังเยาว์ให้ฟังอีกราย
"เมื่อก่อนบ้านเล็กกว่านี้ ทำจากต้นหมากและไม้ไผ่ นอนรวมกันทั้งหมด อาเยาะมีสวนยางอยู่บ้าง ช่วงที่ลำบากสุดๆ คือปี 2535 ลูกๆ เรียนทุกคน ราคายางตอนนั้น กก.ละแค่ 3.50 บาท ถึงหน้าฝนกรีดยางไม่ได้ ไม่มีเงิน จำได้ว่าอาเยาะเคยทำข้าวผัดเกลือให้กิน บางวันโชคดีมีไข่ให้กินก็กิน ไม่มีก็อด และเพราะอาเยาะอยากให้พวกเราเรียนหนังสือ
ช่วงเปิดเทอมต้องใช้เงินมาก เพราะคนโตเรียนอยู่ปี 4 ผมอยู่ปี 1 น้อง 2 คนเรียนเทคโนโลยีและชั้นประถม อาเยาะกัดฟันขายวัว จำนำสวนยาง แต่เงินก็ยังไม่พอ ต้องไปยืมเถ้าแก่รับซื้อยางซึ่งเป็นคนจีน เขาก็ใจดีให้ยืม เพราะรู้ว่าส่งให้ลูกเรียน ไม่ได้ยืมไปฟุ่มเฟือย ลูกๆทุกคนก็ไม่เคยขอเงิน แต่อาเยาะจะรู้ว่าพวกเราต้องซื้ออะไรบ้าง ไม่เคยขอไปจ่ายฟุ่มเฟือยเพราะสงสารอาเยาะและแมะ"
เมื่อหันหน้าไปดู ทันทีที่การพูดคุยเริ่มต่อยอด สังเกตเห็นสะมะแอนั่งอมยิ้ม และพยักหน้าอยู่ตลอดเวลา บ่งบอกว่า อาเยาะเข้าใจทุกคำพูดในวงสนทนา แต่เมื่อตั้งคำถาม อดุลย์กลับต้องรับบทเป็นล่ามจำเป็น ซึ่งทำให้เรารู้ว่าหัวหน้าครอบครัวนี้จบเพียงแค่ ป.4 เท่านั้น
"ไม่สอนเรื่องการศึกษาเพราะว่าไม่รู้ แต่จะสอนศาสนา ใช้หลักศาสนาที่ถูกต้องชี้นำในการดำเนินชีวิตเพื่อให้ลูกทุกคนมีวินัยที่ดี โดยทำให้เขาดูเป็นเยี่ยงอย่างแล้วสังเกตว่าลูกๆ ทำตามหรือไม่ ถ้าไม่นอกลู่นอกทาง เชื่อถือได้ก็จะปล่อย ส่วนเรื่องเรียนตามใจจะเรียนอะไร ชาวบ้านชอบถามบ่อยๆ ว่าไม่เสียดายเงินหรือที่ส่งให้ลูกเรียนเดือนละหลายพันบาท แล้วไม่รู้ว่าจะจบหรือเปล่า ทำไมไม่เอาเงินไปซื้อรถ ซื้ออย่างอื่นดีกว่า แต่เพราะอาเยาะเคยอยากเรียนเมื่อตอนเป็นเด็กแต่คนสมัยก่อนไม่เห็นความสำคัญ จะให้เรียนศาสนาอย่างเดียว เมื่ออาเยาะไม่มีโอกาสได้เรียนก็อยากให้ลูกทุกคนเรียนเท่าที่จะทำได้" บิหลั่นสะมะแอแทรกรายละเอียดมาในวงสนทนา
ไม่เพียงเท่านั้น สะมะแอยังย้ำว่า เมื่อลูกๆ เรียนสายสามัญหมด ชาวบ้านก็ไม่พอใจว่าทำไมตนเองสอนศาสนาแต่ลูกเรียนสายสามัญ ลูกชายคนโตต้องใส่กางเกงวอร์มออกจากบ้านแล้วไปเปลี่ยนที่หน้าโรงเรียน กลายเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนต้องทำให้ได้ พิสูจน์ให้ได้ ลูกทุกคนไม่นอกกรอบ แล้วไม่เคยขอเงิน เพราะรู้ว่าลำบาก ทุกบาททุกสตางค์คือหยาดเหงื่อล้วนๆ แต่เวลาลูกจะกลับไปเรียน จะดิ้นรนหาเงินให้เขา กับข้าวดีๆ ไม่ต้องพูดถึง ไม่มีให้กิน ส่วนเสื้อผ้า หนังสือจะส่งต่อให้น้องๆ เป็นทอดๆ แล้วคนโตเขาก็ได้ทุนที่ซาอุฯ พอจบเขาก็ส่งน้องเรียน ส่วนคนรองคือ ผอ.รพ.ยี่งอช่วงเรียนปี 2 ได้รับทุนเหมือนกันคือเรียนดีแต่ฐานะยากจน ทำให้ทุเลาไปบ้าง
ขณะที่น้องคนสุดท้องคือ อัรรอฮะห์ มะเกะ อายุ 31 ปี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ (เวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส จบการศึกษาจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จ.สงขลา เฉพาะทางเวชศาสตร์ครอบครัวและชุมชน วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จ.ยะลา ที่นั่งอยู่ข้างมารดา อดใจไม่ไหวระบายความรู้สึกขึ้นมาบ้าง
เธอเล่าว่า ตัวเองเจอแรงกดดันมากๆ เพราะพี่ๆ ทั้ง 3 คนเก่ง พี่คนโตจบเภสัชฯ คนรองจบหมอ ถัดมาจบบริหารธุรกิจ ม.รามฯ ทำให้เครียดมาก จึงต้องเรียนให้เก่งสอบให้ติด แล้วชาวบ้านเคยพูดอีกว่า สอบติดเพราะใช้เส้นใช้เงิน อาเยาะจะเอาเงินที่ไหนไปให้เขา แค่กินใช้เป็นค่าเล่าเรียนก็ไม่ไหวแล้ว ตอนนั้นคิดอย่างเดียวคือ ต้องตั้งใจเรียนอย่างเดียว
บทพิสูจน์ครอบครัว "เร็งมา" กลายเป็นครอบครัวตัวอย่าง มุ่งสร้างรากฐานมั่นคงได้ ภายใต้การบ่มเพาะของ "อาเยาะสะมะแอ" ดุจเป็นเทียนส่องทางให้ลูกๆ ทั้ง 4 คนได้เห็นทางสว่าง โดยใช้หลักศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว และไม่หลงเคลิ้มไปกับสิ่งยั่วยุ ภายใต้เตาหลอมชั้นดี มีคำสะกดสั้นๆ
"พ่อ" !!!



