ข่าว

'ผี'ไม่ปลื้มแต่โล่งยิงสโตค2-1

'ผี'ไม่ปลื้มแต่โล่งยิงสโตค2-1

03 ธ.ค. 2557

'หลุยส์ ฟาน กัล' ไม่ปลื้มฟอร์มการเล่นของลูกทีม แต่ยังพอใจที่เก็บชัยได้ 4 นัดรวด หลังเปิดบ้านเฉือนชนะ 'ช่างปั้นหม้อ' 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันที่ 2 ธ.ค.

 
                                  หลังจากที่ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงเดินหน้าเก็บชัยได้เป็นนัดที่ 4 ติดต่อกัน เพราะเปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด เฉือนชนะ "ช่างปั้นหม้อ" สโตค 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากลูกโหม่งของ มารูยาน เฟลไลนี นาที 21 และแม้ทีมเยือนจะตามตีเสมอได้จาก สเตฟาน เอนซองซี นาที 39 แต่เจ้าถิ่นมาได้ประตูชัยจากลูกเปิดฟรีคิกของ ฆวน มาตา นาที 59 ส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงรั้งอันดับ 4 แข่ง 14 นัด มี 25 แต้ม ตามหลัง "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมจ่าฝูงไร้พ่ายที่ลงแข่งน้อยกว่า 1 เกมอยู่ 8 คะแนน ส่วน สโตค แพ้รวดเป็นนัดที่ 3 ร่วงลงไปอยู่อันดับ 13 แข่ง 14 นัด มี 15 แต้ม
 
                                  หลังเกม หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ "ปีศาจแดง" ยอมรับว่า ยังไม่พอใจกับฟอร์มของลูกทีมเท่าไรนัก แต่เมื่อมองในภาพรวมถือว่าทำได้ดีที่เก็บชัยชนะนัดที่ 4 ติดต่อกันสำเร็จ พร้อมกล่าวชม ดาวิด เด เกีย ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปนที่ช่วยเซฟลูกยิงอันตรายได้ถึง 2 ครั้ง และมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมได้ผลการแข่งขันที่น่าพอใจ
 
                                  "ผมไม่แฮปปี้กับฟอร์มการเล่นของเราเลย เราทำผลงานในช่วงครึ่งแรกได้ไม่ดี เราสร้างสรรค์โอกาสยิงประตูได้น้อยเกินไป แต่เราทำผลงานในช่วงครึ่งหลังได้ดีขึ้น และการเซฟประตูของ เด เกีย ก็มีส่วนช่วยให้เราเก็บชัยชนะได้สำเร็จ ผมรู้สึกพอใจผลการแข่งขันที่เราได้รับ เพราะเรายังสมควรเป็นฝ่ายชนะในเกมนี้" ฟาน กัล กล่าว
 
                                  ขณะที่ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล บุกไปพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายชนะ "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ถึงรังคิงเพาเวอร์ สเตเดี้ยม 3-1 แม้เจ้าถิ่นจะได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากการทำเข้าประตูตัวเองของ ซิมง มิโญเลต์ นายทวาร "หงส์แดง" ในนาที 22 แต่ทีมเยือนจัดการยิงแซงคืนทีเดียว 2 ลูกจาก อดัม ลัลลานา นาที 27 และสตีเวน เจอร์ราร์ด นาที 54 หลังจากนั้นเจ้าบ้านต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน เนื่องจาก เวส มอร์แกน กองหลังกัปตันทีมโดนใบแดงไล่ออกจากสนามในนาที 64 ก่อนที่ทีมเยือนจะอาศัยความได้เปรียบในเรื่องของตัวผู้เล่นมาได้ประตูตอกย้ำชัยชนะจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นาที 84 ทำให้ ลิเวอร์พูล ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 8 แข่ง 14 นัด มี 20 แต้ม ส่วน เลสเตอร์ ไม่พบกับชัยชนะเป็นนัดที่ 9 จมปลักอยู่ในตำแหน่งบ๊วยอันดับ 20 แข่ง 14 นัด มีเพียง 10 แต้ม
 
                                  หลังจบเกม เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ "หงส์แดง" กล่าวชื่นชม "สตีวีจี" สตีเวน เจอร์ราร์ด กองกลางกัปตันทีมคนเก่งเป็นการใหญ่ เพราะได้พิสูจน์ฝีเท้าให้ทุกคนเห็นแล้วว่า ยังคงมีความทะเยอทะยานอยู่เสมอ แม้จะถูกวิจารณ์วิพากษ์ว่าแก่เกินแกงไปเสียแล้ว หลังประสบปัญหาฟอร์มตกอย่างต่อเนื่อง และทำผลงานได้ไม่ค่อยโดดเด่นเหมือนตอนสมัยหนุ่มๆ แต่มิดฟิลด์วัย 34 ปีรายนี้สามารถสยบคำวิจารณ์ต่างๆ ได้ด้วยการกลับมายิงประตูให้ทีมเป็นฝ่ายขึ้นนำพร้อมกับคว้า 3 คะแนนเต็มกลับบ้านได้สำเร็จ 
 
                                  "เกมนี้ เจอร์ราร์ด เล่นได้โดดเด่นมาก เพราะเขายังคงเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมเสมอ แม้ว่าเขาจะมีอายุมากขึ้น แต่เขายังคงเป็นผู้เล่นที่มีความทะเยอทะยานเหมือนเดิม นี่คือชัยชนะที่ยอดเยี่ยมมาก หลังจากที่นักเตะทุกคนช่วยกันเล่นด้วยความทุ่มเท และช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะได้ในที่สุด" ร็อดเจอร์ส กล่าว 
 
                                  ส่วนผลคู่อื่น เบิร์นลีย์ เสมอ นิวคาสเซิล 1-1, สวอนซี ชนะ ควีนส์ปาร์ค 2-0, คริสตัล พาเลซ แพ้ แอสตัน วิลลา 0-1, เวสต์บรอมวิช แพ้ เวสต์แฮม 1-2       
 
 
 
 
 
 
--------------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)