ข่าว

ยืนยกฟ้อง!'จตุพร'ไม่ได้หมิ่น'รสนา'

ยืนยกฟ้อง!'จตุพร'ไม่ได้หมิ่น'รสนา'

03 ธ.ค. 2557

อุทธรณ์ยืนยกฟ้อง 'จตุพร' ให้สัมภาษณ์สื่อ ไม่ได้หมิ่นประมาท 'รสนา' ดันคดี พธม.ชุมนุมปิดสนามบิน ให้ดีเอสไอทำสำนวน ชี้แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรม

 
                                  3 ธ.ค. 57  เมื่อเวลา 10.00 น.  ที่ห้องพิจารณา 911 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.3982/2553 ที่ น.ส.รสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และอดีต ส.ว.กทม. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 
 
                                  ตามฟ้องโจทก์ บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 53 จำเลยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ขณะนี้มีความพยายามโยกคดีของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง ไปอยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยมีโจทก์เป็นตัวตั้งตัวตี ซึ่งมีตำรวจนายหนึ่งไปพบโจทก์ ทั้งที่ความจริงแล้ว โจทก์ไม่ได้เรียกให้นายตำรวจเข้าพบ รวมทั้งไม่มีอธิบดีดีเอสไอเข้าพบ มีเพียงคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด ที่จะเรียกให้คณะกรรมการสอบสวนเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงของคดีเท่านั้น โดยไม่มีผู้มีอำนาจในรัฐบาลคนใดเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือแทรกแซง การกระทำของจำเลย ทำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าโจทก์ ทำงานภายใต้การร้องขอของรัฐบาล หรือภายใต้อำนาจของรัฐบาล ซึ่งทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง และถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมาย และให้โฆษณาคำพิพากษาลงในหนังสือพิมพ์รายวันทุกฉบับ เป็นเวลา 60 วัน ติดต่อกัน รวมทั้งโฆษณาคำพิพากษาในเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์รายวันทุกฉบับอีก 15 เว็บไซต์ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน
 
                                  โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อ 19 ธ.ค. 56 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า จำเลยไม่ได้กล่าวยืนยันข้อเท็จจริง การใช้ถ้อยคำเป็นลักษณะตั้งคำถาม และเป็นการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ฯ ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์
 
                                  ขณะที่ศาลอุทธรณ์ ประชุมตรวจสำนวนแล้ว เห็นว่า ตามบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล ของวุฒิสภา ที่โจทก์เป็นประธานการประชุม ได้บรรจุวาระเกี่ยวกับการดำเนินคดีกลุ่ม พธม. ขณะเดียวกันก็มีการอภิปรายเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวในวาระการประชุมครั้งที่ 18/2553 ครั้งที่ 20/2553 และครั้งที่ 21/2553 และเมื่ออ่านข้อความเกี่ยวกับบันทึกการประชุม จึงอาจมีความเข้าใจได้ว่า จะมีการโอนคดีกลุ่ม พธม.ไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ก็ได้ ดังนั้นข้อความที่จำเลยแถลง และหนังสือพิมพ์นำไปตีพิมพ์ จึงไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีมูล
 
                                  นอกจากนี้ยังพบว่ามีการเชิญ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง หรือ อธิบดีดีเอสไอ มาประชุม จึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า มิได้มีการสอบถามถึงเรื่องการจะโอนคดี การกระทำของจำเลย จึงเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรม ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืนยกฟ้อง
 
                                  ภายหลังฟังคำพิพากษาแล้ว นายจตุพร ซึ่งวันนี้เดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมกับทนายความ ก็ได้เดินทางกลับ โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ