ข่าว

ซูเปอร์แด๊ดของแฝดสามหนุ่ม 'แจ๊ค' ปริญญา รุ่นประพันธ์

ซูเปอร์แด๊ดของแฝดสามหนุ่ม 'แจ๊ค' ปริญญา รุ่นประพันธ์

04 ธ.ค. 2557

ขอเวลานอก : ซูเปอร์แด๊ดของแฝดสามหนุ่ม 'แจ๊ค' ปริญญา รุ่นประพันธ์ : เรื่อง...กอบแก้ว แผนสท้าน / ภาพ : กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร

 
                                  มันเป็นโอกาสที่จะใกล้ชิดกัน คุยกัน เล่าเรื่องกัน เรียนรู้กันว่าตอนนี้ความคิดของลูกๆ ไปถึงไหนแล้ว อยู่กับเขา เล่นกับเขา กอดกับเขา ให้ความสนใจเขา เพื่อให้เขารู้สึกว่าอยู่กับพ่อๆ เป็นคนที่ฟังลูกได้ทุกเรื่อง 
 
 
 
                                  เมื่อ "บริบท" ของชีวิตเปลี่ยนไป จากที่เคยมีไลฟ์สไตล์เฉกเช่นหนุ่มสาวคนเมืองทั่วไป ทำงาน ปาร์ตี้ มีชีวิตคู่ ครั้นพอมีสมาชิกน้อยๆ เพิ่มเข้ามาในชีวิตและที่สำคัญไม่ใช่เพียงหนึ่ง ทว่ามาพร้อมกันรวดเดียว 3 คน ในวันนี้ "แจ๊ค" ปริญญา รุ่นประพันธ์ ในฐานะ "ซูเปอร์แด๊ดของแฝดหนุ่มสาม" ออกปากถึงสามหนุ่มน้อยว่า 5 ปีที่อยู่ด้วยกันมาถึงเหนื่อยแต่ก็สนุกและมีความสุขมาก 
 
                                  ช่วงบ่ายในวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่บ้านพักย่านเมืองทอง 5 ขณะที่ 1 หนุ่มใหญ่กับ 3 หนุ่มน้อย กำลังง่วนอยู่กับการเล่นเกมต่อภาพ "คุณพ่อวัย  39 ปี" เล่าให้ฟังถึงสไตล์การเลี้ยงลูกของเขาว่าเป็นแบบ  "แฮนด์ ออน แด็ด" นั่นคือ ทุกอย่างที่พี่เลี้ยงทำเป็นพ่อก็ต้องทำเป็นด้วย  เพราะจะทำให้ได้ใกล้ชิดกับลูกๆ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าทุกวันนี้ไม่รู้ว่าลูกติดพ่อหรือพ่อติดลูก
 
                                  "อย่างเรื่องอาบน้ำ เมื่อก่อนลูกต้องใช้ผ้าอ้อมเราก็ต้องเปลี่ยนเป็น  ของเล่นของลูกๆ ผมก็เป็นคนต่อให้เอง อย่างทุกวันนี้ตอนเช้าอยู่กับลูกทุกวันก่อนไปโรงเรียน แล้วก็เป็นคนพาไปส่งโรงเรียนเองด้วย พอดีที่ทำงานอยู่ใกล้โรงเรียน แวะส่งลูกแล้วผมเข้าออฟฟิศมันก็สะดวก ตอนอยู่ในรถก็อยู่กันแค่ 4 คน เราก็คุยกัน ทำงานเสร็จก็พยายามรีบกลับถึงบ้าน บางทีอาจจะไม่ทันทานข้าวเย็นด้วยกัน แต่จะพยายามมาช่วยทำการบ้านให้ทันแล้วก็ได้เจอหน้ากันก่อนเข้านอน เพราะลูกๆ จะเข้านอนประมาณสองทุ่มครึ่ง แล้วก็อยู่ด้วยก่อนหลับ มันเป็นอะไรที่บางคนบอกว่าให้ลูกเข้านอนเองจะดีกว่า เพราะมันเป็นวิธีฝึกที่จะไม่ต้องพึ่งให้คนมากล่อม แต่ลูกเราต้องมีกันและกันตลอด เพราะมันเป็นโอกาสที่จะใกล้ชิดกัน คุยกัน เล่าเรื่องกัน เรียนรู้กันว่าตอนนี้ความคิดของลูกๆ ไปถึงไหนแล้ว อยู่กับเขา เล่นกับเขา กอดกับเขา ให้ความสนใจเขา เพื่อให้เขารู้สึกว่าอยู่กับพ่อๆ เป็นคนที่ฟังลูกได้ทุกเรื่อง ผมซีเรียส เน้นว่าต้องใส่ใจ ต้องมีสมาธิกับลูกทุกเรื่อง" คุณพ่อมากพลังเล่าเสร็จก็หันไปถามความเห็นหนุ่มน้อยทั้งสามว่ามีใครสนใจลงไปเล่นที่สนามข้างบ้านบ้าง และแน่นอนว่าไม่มีใครยอมพลาด
 
                                  ไหนจะต้องทำงานประจำ บริษัทเบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ ซึ่งเป็นสำนักงานที่ปรึกษากฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศ ไหนจะต้องคอยดูแลลูกๆ วันหยุดก็อยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง คุณพ่อลูกสามยอมรับเหนื่อยแต่สนุก
 
                                  "วันธรรมดาอยู่บ้านในเมืองใช้ชีวิตอย่างคนเมืองทั่วไป พยายามดูแลลูกๆ เองให้มากที่สุด พึ่งพี่เลี้ยงให้น้อยที่สุด พอเย็นวันศุกร์ก็ส่งลูกๆ มานอนบ้านคุณยายที่นี่ก่อนแล้วผมกับคุณมุกจะตามมาตอนเช้าวันเสาร์และอยู่ด้วยกันตลอดจนถึงเย็นวันอาทิตย์ไม่ค่อยอยากไปไหน ถ้าไม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด ก็พาเขาไปเที่ยวตามวัดต่างๆ แต่ส่วนใหญ่จะอยู่บ้านทำกิจกรรมด้วยกัน อย่าง อ่านหนังสือบ้าง ระบายสี เล่นต่อภาพ เลโก้ หรือบ่ายๆ ก็ลงมาเล่นที่สนาม แล้วแต่ว่าลูกคนไหนอยากทำอะไร เพราะความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ปลูกฝังลูกๆ คือแบ่งปัน อย่างของเล่น ครอบครัวเราเด็กไม่เคยมีของเล่นสามชิ้นที่เหมือนกัน เช่น สกู๊ตเตอร์ ซื้ออันเดียวก่อน สำหรับคนที่เล่นเป็นก่อน เมื่อคนที่สองเล่นเป็นค่อยซื้ออีกอัน เมื่อคนที่สามเล่นเป็นถึงจะซื้ออีกอัน เล่นจนล้อหลุดถึงจะซื้อให้ใหม่ เพราะฉะนั้นของเล่นจะเก่าใหม่ไม่เท่ากัน" คุณพ่อลูกสาม เล่าให้ฟังหลังจากสนุกสนานกับการปีนป่ายเครื่องเล่นไปพร้อมกับหนุ่มน้อยจนได้เหงื่อพอสมควร 
 
                                  ถึงจะได้ชื่อว่ามีลูกแฝดสาม แต่ น้องทริป น้องเทรย์ น้องทรอย ก็ไม่ใช่คนคนเดียวกัน ดังนั้นสไตล์การเลี้ยงลูกของ "แจ๊ค" ปริญญา จึงเลี้ยงลูกๆ ในแนวที่ว่าใครชอบแบบไหนหรือถนัดอะไรก็ปล่อยให้เป็นตัวของตัวเอง
 
                                  "ก็ต้องเข้าใจว่าเป็นเด็กสามคน ไม่ใช่คนคนเดียวกัน แต่ละคนมีสไตล์ของเขา มีความชอบที่ไม่เหมือนกัน มีความคิดไม่เหมือนกัน ขอแค่อยู่ด้วยกันแล้วแบ่งปันกัน อยู่ด้วยกันอย่าทะเลาะกัน บางทีก็มีการผลัก การแย่งของตามประสาเด็ก เรียกว่า สามคนสามสไตล์ แต่อยู่ด้วยกันก็ไม่มีปัญหา เล่นกันเองได้" และเนื่องจากแต่ละคนมีบุคลิกนิสัยต่างกัน คุณพ่อจึงต้องวางกติกา ถ้าพื้นๆ เน้นการพูดคุยทำความเข้าใจ และถ้าล้ำเส้นเกินไปต้องโดน "ไทม์ เอาท์" แต่สิ่งหนึ่งที่ "ซูเปอร์แด๊ดคนนี้ไม่เคยใช้กับลูกๆ นั่นคือการ "ตี" แม้สุภาษิตไทยจะบอกว่า "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" ก็ตาม                                   
 
                                  "ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นผมจะพยายามเตือนและไม่ตื่นเต้น ต้องเข้าใจว่ามันมีความพอดีในทุกอย่าง ให้ในแต่ละกรณีคิดกันเองว่าจะปรับยังไง ผมเป็นฝ่ายคอยดูว่าจะดีขึ้นไหม ถ้ายิ่งแย่ลงต้องคุยกับเขาตรงๆ หรือบางครั้งต้องลงโทษกันบ้าง โดยใช้หลัก ไทม์เอาท์ คือให้นั่งอยู่คนเดียวตรงมุมห้อง ซึ่งเด็กๆ ไม่ชอบเลย ถึงขั้นที่ต้องได้ไทม์เอาท์ถือว่าเยอะแล้วต้องโดนแล้ว แต่ผมไม่ตีลูก เพราะถือว่าเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ณ จุดตรงนั้นอาจทำให้ลูกกลัวแล้วแต่พอเขาลืมก็ทำอีก แต่มันจะมีผลกระทบต่อเรื่องสติมากกว่าถ้าเขาคิดว่าคนอื่นทำความผิด เขาโมโหก็จะตีคนอื่น ซึ่งในสังคมไม่ควรเป็นอย่างนี้ แล้วมันเป็นอะไรที่จะมีผลต่อเนื่องไปจนถึงตอนโตใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาซึ่งมันไม่ใช่  ถึงตอนนี้อยู่กันมา 5 ปีก็มีซนอยู่ ยังมีดื้ออยู่บ้าง ผมว่านั่นคือวัยของเขา" ว่าแล้วคุณพ่อยังหนุ่มก็หันไปถามน้องเทรย์กับน้องทรอยว่าพ่อดุมั้ย??..ฟาก 2 หนุ่มน้อยตอบเสียงพร้อมเพรียงว่า ดุนิดหน่อยตอนลูกดื้อ ทำเอาเจ้าตัวขำพร้อมกับย้ำว่า พยายามจะไม่ดุบ่อยเกินไป เพราะเด็กกจะชินและไม่ได้ผล
 
                                  นอกจากเรื่องความใกล้ชิด การพูดคุย และการรู้จักใช้เหตุผล คุณพ่อซึ่งแม้ว่าจะเติบโตและใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในต่างแดน แต่ก็เริ่มปลูกฝังให้หนุ่มน้อยทั้ง 3 ได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมขนมธรรมเนียมประเพณีไทย โดยเฉพาะในเรื่องมารยาท การมีสัมมาคารวะ
 
                                  "เด็กสามคนเป็นเด็กที่มีมารยาทพอสมควร มีสัมมาคารวะ เขาจะไหว้ทุกคนตั้งแต่ รปภ.ที่ตึก ใครทำอะไรให้ก็รู้จักขอบคุณ ไม่ใช่เฉพาะกับผู้ใหญ่เท่านั้นกับเพื่อนก็ดี ขณะเดียวกันก็พาไปเที่ยววัดเป็นหลัก เด็กสามคน ถ้าไม่ไปต่างจังหวัดก็ไปวัด อย่าง วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ วัดอรุณ นั่งเรือเที่ยวกัน กินง่ายๆ อยู่ง่ายๆ" ซูเปอร์แด๊ดของแฝดสามกล่าวพร้อมกับขอตัวแบกหนุ่มๆ ที่พากันเข้าสู่โหมดสลิปปิ้งในช่วงยามบ่ายไปเข้าห้องนอน กระนั้นก็ไม่ลืมทิ้งท้ายว่า ทุกวันนี้พยายามบอกตัวเองเรื่องลูกว่า ต้องรู้จักปล่อยด้วย เพราะในที่สุดเขาต้องไปสร้างชีวิตของเขาเอง เขาต้องเรียนรู้เอง เจ็บเอง โดยหน้าที่ของพ่อไม่ใช่จะต้องปกป้องจากทุกภัยในโลก เพราะมันไปไม่ได้ สิ่งที่เราทำได้คือ เตรียมตัวให้ลูกๆ แก้ปัญหาเองได้ ให้สู้ก้บโลกเองได้
 
 
 
 
 
 
 
--------------------------
 
(ขอเวลานอก : ซูเปอร์แด๊ดของแฝดสามหนุ่ม 'แจ๊ค' ปริญญา รุ่นประพันธ์ : เรื่อง...กอบแก้ว แผนสท้าน / ภาพ : กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร)