ข่าว

ปัดงดบิน'เบลล์212'สรุปเหตุตกสัปดาห์หน้า

ปัดงดบิน'เบลล์212'สรุปเหตุตกสัปดาห์หน้า

03 ธ.ค. 2557

'ผบ.ทบ.' สั่งเช็ก 'เบลล์212-ฮิวอี้' ทุกลำ เตรียมสรุปสาเหตุเครื่องตกที่พะเยาสัปดาห์หน้า ปัดเลิก 'อัยการศึก' ปีใหม่ รูดซิปปาก 'มทภ.1' ปูด 'ชู 3 นิ้ว'

 
                                  3 ธ.ค. 57  เมื่อเวลา 10.30 น.  ที่กองทัพบก  พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงผลการสอบสวนเหตุเฮลิคอปเตอร์แบบทั่วไป 212 (ฮ.ท.212) หรือเบลล์ 212 ของกองทัพบก ที่มีรองแม่ทัพภาคที่ 3 โดยสารไปด้วยเกิดอุบัติเหตุตกที่ จ.พะเยา เมื่อเดือน พ.ย. ว่า ในเบื้องต้นพบว่า เกิดจากเหตุขัดข้องของเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลังไปยังเครื่อง หรือใบพัด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของปัญหา ไม่ใช่สภาพอากาศ หรือนักบิน สัปดาห์หน้าจะได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ไม่ได้สั่งระงับใช้ ฮ.ท.212 และ ฮ.ท.1 (ฮิวอี้ ) แต่จะต้องได้รับการตรวจสอบทุกลำ โดยลำใดตรวจสอบแล้ว ก็นำไปใช้งานได้ปกติ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณในเรื่องของการซ่อมบำรุง เปลี่ยนอะไหล่ เพื่อให้ใช้งานได้ และขณะนี้ได้มีแผนจัดหาเฮลิคอปเตอร์รุ่นใหม่เข้ามา แต่ค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ ในการประชุมสัปดาห์หน้า จะมีการพูดเรื่องการเตรียมความสมบูรณ์ในทุกเรื่อง เช่น ระบบส่งกำลังบำรุง การฝึกอบรม นักบินต้องชำนาญ และมีความเป็นมาตรฐานสูงสุดก่อนออกทำการบินได้ เพราะมีการซื้อเฮลิคอปเตอร์หลายแบบเข้าประจำการ ที่ผ่านมานักบินก็ดูแลอย่างดี เพราะหมายถึงชีวิตตัวเองด้วย และตนเองก็ยังใช้อยู่ประจำ
 
 
 
พูดคุยสันติสุขอยู่ระหว่างการจัดระบบ 
 
 
                                  พล.อ.อุดมเดช ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพูดคุยสันติสุข ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีไทย ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ว่า หน้าที่ต่อไปคงจะเป็นหน้าที่ของ พล.อ.อักษรา เกิดผล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข จะเป็นคนรับผิดชอบต่อไป และจะเป็นคนวางแนวทางในการพูดคุยต่อไป อย่างไรก็ตาม ก็ได้มีการพูดคุยกันแล้วในเรื่องรายละเอียด ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดระบบที่จะดำเนินการต่อไป ซึ่งจะพยายามทำให้ได้โดยเร็ว แต่ก็จะต้องเป็นขั้นตอน ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการดูรายละเอียดเพื่อกำหนดต่างๆ ซึ่งขณะนี้ได้กำหนดไว้คร่าวๆ แล้ว เพียงแต่รอความพร้อมเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์แล้วถึงจะดำเนินการต่อไป ส่วนเรื่องข้อเสนอ 5 ข้อของกลุ่มบีอาร์เอ็นนั้น ก็จะต้องมาดูอีกที ซึ่งมีหลายอย่างที่เราตอบรับไม่ได้ เพราะขัดกับความเป็นชาติของเรา โดยจะต้องมีการปรับการพูดคุย ส่วนการดำเนินการที่ผ่านมาก็ใช้วิธีการใกล้เคียงกับนโยบาย 66/23 ในการเสริมสร้างความเข้าใจ และเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีแนวความคิดไม่ถูกต้องให้กลับเข้ามาอยู่ในกระบวนการที่ถูก 
 
                                  ด้าน พล.อ.อักษรา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ทำงาน และเตรียมคณะทำงาน โดยได้เพิ่มแม่ทัพภาคที่ 4 เข้ามาอยู่ในโครงการด้วย ซึ่งเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งคณะการพูดคุยอยู่ในกรอบไม่เกิน 15 คน ซึ่งกลางเดือน ธ.ค.นี้ จะไปพูดคุยกับมาเลเซีย เพื่อหาแนวทางอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งกลุ่มขบวนการยังไม่ได้แจ้งมาว่าจะส่งใครมาบ้าง ซึ่งจะต้องไปดูว่า ถ้าเขาส่งใครก็จะจัดคนไปพูดคุยให้เหมาะสม ทั้งนี้คณะทำงานจะประกอบด้วย เลขาสมช. กอ.รมน. กระทรวงการต่างประเทศ แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นหลัก ส่วนจะเพิ่มเติมใครจะต้องดูถึงความเหมาะสมและหน้าที่รับผิดชอบ
 
 
 
ทบ.จัดกิจกรรมถวาย 'ในหลวง' อุปสมบทกำลังพล 4 กองทัพภาค 440 รูป 
 
 
                                  พล.อ.อุดมเดช ให้สัมภาษณ์ภายหลัง นำข้าราชการทหารสังกัดกองทัพบก ถวายพระพรพร้อมปฏิญาณเป็นข้าราชการที่ดี เพี่อถวายเป็นพระราชกุศลให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า กองทัพบกถือเป็นหน่วยราชการที่ได้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด และมีความเต็มใจที่จะแสดงออกถึงความจงรักภักดี นอกจากนี้กองทัพบกยังสนองตอบโครงการต่างๆ ที่รัฐบาลได้จัดขึ้น พร้อมทั้งให้การสนับสนุนหน่วยงานราชการอื่นๆ ในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกองทัพบกได้จัดพิธีอุปสมบทเพื่อถวายเป็นพระราชการกุศล ทั้ง 4 กองทัพภาค รวม 440 รูป นอกจากนี้ยังมีโครงการปฏิบัติธรรม และขบวนรถโบราณที่จัดขึ้นทุกปี เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน รวมถึงการรักษาพยาบาลให้กับประชาชน โดยโรงพยาบาลที่สังกัดกองทัพบกจำนวน 9 แห่ง พร้อมทั้งจัดให้มีการอบรมการทำดีเพื่อแผ่นดินเสริมสร้างความเข้าใจในมหาวิทยาลัยบางแห่งที่สามารถทำได้ ซึ่งปีนี้จะพยายามทำเพื่อเทิดพระเกียรติท่าน เพราะพระองค์ท่านมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงต่อปวงชนชาวไทย สำหรับคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามข้อมูล ซึ่งยอมรับว่า ยังมีบางคนที่คิดแปลกจากคนส่วนใหญ่ ซึ่งคงจะต้องดำเนินการไปตามกระบวนการของกฎหมาย
 
 
 
เตรียมประสานตำรวจวางแผนดูแลความสงบปีใหม่
 
 
                                  พล.อ.อุดมเดช ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยในช่วงปีใหม่ว่า กองทัพบกได้สั่งการไปยังหน่วยทหารทุกหน่วยให้อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ โดยให้เตรียมจุดพักรถต่างๆ บริเวณหน้าค่ายทหาร การให้การรักษาพยาบาล บริการน้ำดื่มรวมถึงการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย โดยจะต้องมีการหารือกับทางตำรวจ เพื่อเตรียมแผนล่วงหน้า เพราะอาจจะมีการปฏิบัติงานที่จะต้องมีทหารเข้าไปช่วยเหลือบางส่วน
 
 
 
ปัดยกเลิก 'อัยการศึก' พื้นที่ท่องเที่ยวปีใหม่
 
 
                                  พล.อ.อุดมเดช ให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มการยกเลิกกฎอัยการศึกในช่วงปีใหม่ในพื้นที่ท่องเที่ยว เพื่อลดความกดดันกระแสการต่อต้าน ว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถ้ายังมีสิ่งที่เห็นว่ามีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษ ก็ยังต้องใช้อยู่ แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีแนวความคิดอะไรเลย ยอมรับว่ามี แต่ต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป ถ้าสถานการณ์นิ่ง ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ แต่หากยังมีกระแสอะไรอยู่บ้าง ก็ยังจำเป็นอยู่
 
                                  เมื่อถามว่า กลุ่มคนที่ชู 3 นิ้ว เป็นปัจจัยที่ต้องคงกฎอัยการศึกหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ก็คงต้องทำความเข้าใจ คิดว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจ ส่วนกรณีที่ พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 และผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (ผบ.กกล.รส.) ออกมาเปิดเผยข้อมูลของกลุ่มเคลื่อนไหวนั้น แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา และตนเป็น ผบ.ทบ. ถ้ามีอะไรก็มาถามตนได้ เรื่องนี้อาจจะมีข้อมูล แต่ต้องตรวจสอบต่อไป การที่พูดออกไป ก็ไม่ได้เจาะจงว่าจะเป็นอะไร ในเรื่องของข้อมูลอาจจะมีบ้าง แต่กลุ่มคนเหล่านั้นก็เป็นเด็กนักศึกษา ตนเองก็มีลูก และมีความเข้าใจ ไม่ได้ไปปิดกั้นอะไร แต่อยากตั้งคำถามว่า สิ่งที่ทำกับผู้นำสูงสุดของประเทศ สมควรหรือไม่ ตนเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ลงพื้นที่ด้วยความตั้งใจดี อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นว่าไม่เหมาะสม ก็ต้องทำความเข้าใจ โดยมีกระบวนการในการแก้ไขความไม่เหมาะสมนี้บ้าง ซึ่งก็ขอให้เข้าใจ เมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นก็ต้องตามว่าเป็นใคร เป็นเรื่องปกติ เมื่อรู้ว่าเป็นใคร ก็ทำความเข้าใจเพิ่มเติม
 
                                  "ผมขอร้องว่าอย่าให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต จากนี้ต่อไปมีอะไรขอให้ถามผม และไม่ต้องถามแม่ทัพภาคที่ 1 แล้ว ผมเป็นผู้บังคับบัญชาแม่ทัพภาคที่ 1 ผมจะตอบให้เอง เราไม่ได้ตั้งใจจะไปละเมิดอะไรต่างๆ แต่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องหาข้อมูลและพูดอะไรออกไปบ้าง ก็ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนต่อไป ขอให้ทุกคนเข้าใจ อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่ต่อไป ส่วนผู้มีผลกระทบจะชี้แจงอะไร ทางกองทัพบกยินดีรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันว่าสิ่งไหนถูกต้องหรือไม่"
 
                                  เมื่อถามว่า มีนักการเมืองได้ขออนุญาต คสช. เดินทางออกไปนอกประเทศช่วงปีใหม่หรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ก็มี เมื่อมีการดำเนินการผ่านทาง คสช. ก็จะพิจารณาความเหมาะสม หากบุคคลเหล่านั้นมีความเรียบร้อยดี และปฏิบัติตัวดีอยู่ในกรอบ ตนก็เข้าใจ เมื่อถามย้ำว่า มีชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ตนยังไม่เห็น แต่โดยทั่วไปก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ละคนที่เดินทางไปต่างประเทศ ก็ให้ความร่วมมือกับ คสช. ซึ่งต้องขอขอบคุณด้วย ถ้าดำเนินการเรียบร้อยดีเช่นนี้ โรดแม็พที่ คสช.กำหนดไว้ก็จะสำเร็จ อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือทุกคนช่วยกัน