
คุก2ปี6เดือนจ่าประสิทธิ์หมิ่นเบื้องสูงไม่รอลงอาญา
03 ธ.ค. 2557
ศาลอาญา พิพากษาจำคุก 5 ปี จ่าประสิทธิ์ อดีต ส.ส.เพื่อไทย ปราศรัยหมิ่นเบื้องสูง คำสารภาพเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือ 2 ปี 6 เดือนไม่รอลงอาญา
วันที่ 3 ธ.ค.57 ที่ห้องพิจารณาคดี 906 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 10.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมิ่นเบื้องสูง หมายเลขดำ อ.2360/2557 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ อดีต ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากกรณีเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 57 เวลา 17.00 น. จำเลยได้กล่าวปราศรัยบนเวทีในการจัดกิจกรรม “ หยุดล้มล้างประชาธิปไตย” ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ โดยพาดพิงถึงพระมหากษัตริย์ ทำนองว่า ย่ำยีประชาธิปไตยและคนเสื้อแดง ซึ่งเป็นการกล่าวดูหมิ่นองค์กระมหากษัตริย์ โดยเช้ามืดวันที่ 29 พ.ค.นี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมทำการจับกุมตัวได้ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 26 พ.ค.57 เหตุเกิดที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล เวิลด์ แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กทม. ในชั้นสอบสวน จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ขณะที่ระหว่างการพิจารณาคดี จ.ส.ต.ประสิทธิ์ จำเลย ได้ยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรใหม่ 32 หน้า เพื่อขอกลับคำให้การ จากที่เคยให้การปฏิเสธ เป็นขอรับสารภาพผิด ไม่ต่อสู้คดีอีกต่อไป เพราะสำนึกในความผิดที่ได้กระทำไป ศาลจึงมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติ ดำเนินการสืบเสาะและพินิจพฤติกรรมทางคดีของจำเลย เพื่อรายงานให้ศาลประกอบการพิพากษาคดี
ทั้งนี้สำหรับจำเลย ตลอดการพิจารณาคดี ไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว โดยวันนี้ศาลได้เบิกความตัวมาจากเรือนจำฟังคำพิพากษา ซึ่งมีภรรยาและบุตรสาว รวมทั้งผู้ใกล้ชิด มาให้กำลังใจ
โดยศาลพิเคราะห์ พยานหลักฐานและคำรับสารภาพแล้ว เห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง จึงพิพากษาจำคุก 5 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ขณะที่จำเลยให้การรับสารภาพ เห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกทั้งสิ้น 2 ปี 6 เดือน และเมื่อพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะของพนักงานคุมประพฤติแล้ว เห็นว่า ข้อความที่จำเลยกล่าวปราศรัยมีเนื้อหาถ้อยคำที่รุนแรง ทำให้สถาบันซึ่งเป็นที่เคารพของปวงชนชาวไทย เกิดความเสียหาย อีกทั้งจำเลยเคยเป็น ส.ส. ถึง 2 สมัย ย่อมต้องรู้จักรับผิดชอบชั่วดี การใช้คำพูดต้องใช้วิจารณญาณและความระมัดระวังมากกว่าบุคคลทั่วไป ขณะที่จำเลยย่อมต้องรับรู้ถึงผลที่กระทำลงไป โดยการปราศรัยของจำเลยทำให้เกิดความเสียหายอย่างกว้างขวาง และจำเลยมีประวัติถูกดำเนินคดีอาญาหลายคดี แต่ยังมากระทำผิดซ้ำอีกในเรื่องที่ร้ายแรงขึ้น จึงไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ
ภายหลังฟังคำพิพากษา จ.ส.ต.ประสิทธิ์ กล่าวว่า จนถึงวันนี้ตนถูกคุมขังมากว่า 6 เดือนแล้ว แต่ก็ไม่คิดที่จะนำความขัดแย้งกลับมาอีก ขณะนี้จึงยังไม่คิดติดใจเรื่องอุทธรณ์คดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น ภรรยาของ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ก็ได้เข้ามาโอบกอดและร่ำไห้กับ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ สามี ที่สวมชุดนัดโทษ ขณะที่ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ก็ได้พูดปลอบใจภรรยาสั้นๆว่า “ไม่เป็นไรนะ”



