
เปิดตู้เซฟพงศ์พัฒน์ปากเกร็ดไร้ทรัพย์สิน
เปิดตู้เซฟพงศ์พัฒน์ปากเกร็ดไร้ทรัพย์สิน ตร.คุมตัววิทยา เทศขุนทดสอบเพิ่มที่บช.น.
เมื่อเวลา 12.30 น.2557 เจ้าหน้าที่ทหาร ร.1 พัน.2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด เข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 50/962-2 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังจากสืบทราบว่ามีตู้เซฟขนาดใหญ่ซุกซ่อน และเชื่อมโยงกับเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก.
จากการตรวจสอบภายนอกบ้านหลังดังกล่าวพบว่า เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากกำลังต่อเติมอาคารเพิ่ม บริเวณชั้นที่ 2 ของตัวบ้านพบตู้เซฟขนาดใหญ่จำนวน 2 ตู้ นอกจากนี้ในส่วนอาคารที่สร้างต่อเติมพบว่ามีตู้เซฟขนาดใหญ่อีก 1 ตู้ โดยตู้เซฟทั้งหมดมีความกว้าง 90 เซนติเมตร สูง 180 เซนติเมตร ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญกำลังเจาะตู้เซฟทั้ง 3 ตู้ โดยการตรวจค้นครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ เพราะก่อนหน้านี้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นบ้านทาวน์เฮ้าส์หลังหนึ่งในย่านบางใหญ่พบตู้เซฟขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเครือข่ายของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์เช่นกัน
เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า ตู้เซฟแต่ละตู้ที่ออกจากโรงงานจะมีรหัสเหมือนกันหมดแต่ตู้เซฟดังกล่าว ไม่สามารถใช้รหัสจากโรงงานเปิดได้ คาดว่าน่าจะถูกเปิดแล้วเปลี่ยนรหัสใหม่เรียบร้อยแล้ว จนกระทั้งเวลา 14.30 น. เจ้าหน้าที่สามารถเปิดตู้เซฟตู้แรกได้สำเร็จ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ปิดตู้ไว้อย่างเดิมโดยไม่ได้ตรวจสอบทรัพย์สินภายในแต่อย่างใด เนื่องจากต้องรอเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบเอง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญพยายามเปิดตู้เซฟตู้ที่ 2 แต่ยังไม่สามารถเปิดออกได้ เนื่องตู้เซฟมีระบบนิรภัยที่แข็งแรง ต้องใช้ความพยายามและความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก
ต่อมาเมื่อเวลา 16.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. รรท.ผบช.ก. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับตรวจดูตู้เซฟ โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ใช้นานกว่า 5 ชั่วโมง สามารถเปิดได้เพียง 2 ตู้เท่านั้น และไม่พบอะไรภายในเซฟดังกล่าว
ภายหลังจากการตรวจค้น พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบปากคำพยานและผู้ใกล้ชิด ทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวนั้นหนึ่งในบ้านหลายๆหลังของพล.ต.ท.พงศพัฒน์ที่สร้างไว้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งยังสร้างไม่แล้วเสร็จ โดยก่อนหน้านี้มีเพียงผู้รับเหมาอยู่อาศัยเท่านั้น แต่ขณะนี้ทางผู้รับเหมาไม่ได้อยู่แล้ว ซึ่งบริเวณชั้นล่างมีไม้มะข่าจำนวนมาก คาดว่ามีไว้เพื่อปูพื้นบ้านไม่ได้เกี่ยวข้องกับไม้ที่เจ้าหน้าที่ทำการยึดไว้ได้ที่โกดัง ส่วนชั้นสองของตัวบ้าน เจ้าหน้าที่พบตู้เซฟ 3 ตู้ ซึ่งขณะนี้สามารถเปิดได้เพียง 2 ตู้ เท่านั้น ภายในไม่พบอะไร ส่วนตู้ที่เหลือกำลังดำเนินการ ทั้งนี้หลังจากการเปิดตู้เซฟทั้งหมด ก็จะมอบให้เจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่พฐ.มาทำการตรวจสอบต่อไป ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์อื่นๆเจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดไว้แล้ว อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้จะทำการเปิดต่อไป
ในส่วนของทรัพย์สินที่พบภายในบ้านหลังนี้ เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่ง ในส่วนของการตรวจค้นของกลางอื่นๆนั้นในวันนี้เจ้าหน้าที่ได้พบไว้ที่ทำการซุกซ่อนอยู่ในคูน้ำในโกดังดังกล่าว ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามในส่วนของการติดตามผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆนอกจาก 22 คนที่ออกหมายจับมานั้น ขณะนี้ยังเหลือการติดตามผู้ต้องหาอีก 3 รายนั้น คาดว่าทหาร 2 คนจะมีการมอบตัวคืนนี้ ส่วนอีกรายได้รับรายงานว่าสามารถจับกุมได้แล้ว และจะมีการนำตัวไปแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลต่อไป อย่างไรก็ตามในส่วนของการขยายผลหาผู้กระทำความผิดเพิ่มนั้น ตอนนี้ยังไม่มีความเชื่อมโยงชัดเจน ซึ่งหากพบข้อมูลการกระทำความผิดก็จะดำเนินการต่อไป
ตร.คุมตัว"วิทยา เทศขุนทด"สอบเพิ่มเติมบช.น.
ตำรวจยังคงเดินหน้าจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมเครือข่ายคดี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ล่าสุดเมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 1 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายวิทยา เทศขุนทด มาทำการสอบสวนที่กองบัญชการตำรวจนครบาล
ชี้สังคมไม่เชื่อหน่วยงานปราบทุจริต
เมื่อเวลา 11.00 น. มีการอภิปรายเรื่อง “บทบาทของภาคีทุกภาคส่วนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต” โดย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า สังคมวันนี้ลังเลและไม่เชื่อมั่นที่จะศรัทธากับหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการปราบปรามทุจริตทั้งรัฐบาล ป.ป.ช. อัยการ โดยเฉพาะทัศนคติของเยาวชนที่ยอมรับได้กับการทุจริต ถือเป็นเรื่องน่าห่วง การแก้ปัญหาการทุจริตให้ได้ผล จะต้องเอาคนระดับรัฐมนตรีมาติดคุกให้เป็นตัวอย่างบ้าง ไม่ใช่มีแต่ระดับข้าราชการที่ต้องรับเคราะห์แทน ทั้งนี้แนวทางการตั้งศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นกลไกการแก้ปัญหาการทุจริต โดยนายกรัฐมนตรีบอกว่า ในสัปดาห์หน้าจะเรียกประชุมศูนย์ดังกล่าว เพื่อวางแนวทางการทำงาน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมข้อมูลให้นายกฯ ด้วย
ด้านนายสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนเห็นว่าเรื่องสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาการทุจริตมี 5 เรื่องคือ 1.การพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เช่น เรื่องอายุความ การติดตามตัวผู้ร้ายข้ามแดน การยึดทรัพย์สิน 2.การกำหนดให้คดีทุจริตเป็นคดีที่เป็นภัยคุกคามร้ายแรงของชาติ 3.การตรวจภาษีย้อนหลังข้าราชการ 4.การเร่งรัดกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาการเรียกสินบนในการออกใบอนุญาตของหน่วยราชการ และ 5.การออกกฎหมายควบคุมการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ



