
สืบทอดภูมิปัญญาพื้นบ้านจากบรรพบุรุษไทย
02 ธ.ค. 2557
ไลฟ์สไตล์ : สืบทอดภูมิปัญญาพื้นบ้านจากบรรพบุรุษไทย
“หม้อห้อม” เป็นภาษาพื้นเมืองภาคเหนือของประเทศไทย เกิดจากรวมคำว่า “หม้อ” กับ “ห้อม” เข้าด้วยกัน ห้อม (หรือบางครั้งเขียนเป็น ฮ่อม) เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกับคราม ที่ชาวบ้านนำเอาลำต้นและใบมาหมักในน้ำตามกรรมวิธีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ ได้น้ำเป็นสีกรมท่า (น้ำเงินเข้ม) และนำสีที่ได้นั้นมาย้อมผ้าขาวให้เป็นสีครามหรือกรมท่า เรียกกันว่า “ผ้าหม้อห้อม” ซึ่งถือเป็นรากเหง้าทางวัฒนธรรมเครื่องแต่งกายอีกแบบหนึ่งของคนไทย
เพื่อเผยแพร่ภูมิปัญญาพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาอย่างแพร่หลาย และเป็นเอกลักษณ์ของ จ.แพร่ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้จัดกิจกรรมปฏิบัติการ “ภูมิปัญญาผ้าหม้อห้อม” โดยได้รับเกียรติจาก วุฒิไกร ผาทอง จากร้านแก้ววรรณา จ.แพร่ ซึ่งเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในการทำผ้าหม้อห้อมมาให้ความรู้และสาธิตวิธีการทำผ้าหม้อห้อมพร้อมกล่าวว่า ในโลกนี้มีพืชพรรณที่ให้สีหม้อห้อมอยู่ประมาณ 30 ชนิด ซึ่งมนุษย์ใช้กันมาเป็นเวลานับพันปี จนกระทั่งในช่วงราวๆ 200-300 ปีที่ผ่านมา ชนชาติลื้อ จากประเทศลาว ได้อพยพเข้ามาอยู่ในหลายหมู่บ้านของ จ.แพร่ ทั้งทุ่งโฮ้ง พระหลวง และเวียงทอง และได้นำกรรมวิธีการย้อมสีด้วยต้นห้อมและครามมาด้วย ซึ่งคนแพร่รู้จักใช้มรดกที่บรรพบุรุษให้มานี้อย่างชาญฉลาด ทั้งการใช้พืชพรรณให้สีแบบดั้งเดิม จนกลายเป็นการย้อมสีหลากหลายชนิดในปัจจุบัน ทำให้เสื้อหม้อห้อมของ จ.แพร่ นั้น มีชื่อเสียงติดปากติดหูคนไทยมาช้านาน
“ในระยะหลัง การย้อมสีหม้อห้อมแบบธรรมชาติได้หายไปจากเมืองแพร่ จึงเกิดการรวมตัวกันของชาวบ้าน จนนำไปสู่การก่อตั้งแก้ววรรณาหม้อห้อมธรรมชาติ เมื่อพ.ศ.2542 เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการย้อมหม้อห้อมด้วยกระบวนการธรรมชาติดั้งเดิม ไม่ปล่อยน้ำเสียส่วนเกิน ไม่มีฝุ่น ไม่มีสารเคมี สีย้อมได้มาจากไร่ห้อมที่ชาวบ้านปลูกในป่าห้วย ซึ่งโดยปกติต้นห้อมเป็นพืชที่สามารถเกิดและเติบโตได้เองตามธรรมชาติ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์เท่านั้น จึงมีส่วนกระตุ้นให้ชาวบ้านตระหนักถึงคุณค่าของป่าไม้ และช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติไปในตัว” ผู้เชี่ยวชาญผ้าหม้อห้อมให้ความรู้
พร้อมกันนี้ ยังกล่าวถึงเคล็ดลับเฉพาะในการทำหม้อห้อมของแก้ววรรณาว่า หม้อห้อมนั้นมีเคล็ดอยู่มากและต้องอยู่กับเขาทุกวัน ว่ากันว่าต้องพูดต้องคุยกับหม้อห้อม ซึ่งที่แท้แล้วคือการกวนหม้อให้ออกซิเจนเข้าไปทำปฏิกิริยากับครามกับด่างนั่นเอง เมื่อได้หม้อห้อม เราลองย้อมแล้วออกมาซักด้วยน้ำด่าง ก่อนจะตากให้แห้ง แล้วนำมาใช้ ตรงนี้เป็นเคล็ดลับที่ทำให้หม้อห้อมสีไม่ตก จึงรับรองได้ว่าหม้อห้อมดี สีจะไม่ตก
ก่อนเสร็จสิ้นกิจกรรมครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญการทำหม้อห้อมแห่งเมืองแพร่ ทิ้งท้ายแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้สนใจศึกษาเรื่องหม้อห้อมอย่างจริงจัง เนื่องจากต้องการรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนให้คงอยู่ และช่วยเผยแพร่ภูมิปัญญาดั้งเดิมนี้ให้ลูกหลานชาวแพร่ได้สืบทอดต่อไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้ชาวบ้านตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ และช่วยกันดูแลรักษาป่าไม้ให้มีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อรักษาระบบนิเวศของต้นห้อมให้คงอยู่คู่ป่าต่อไป
สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมประจำเดือนครั้งต่อไป กับกิจกรรม “ผูกผืนเก่า พันผ้าใหม่” ลุ้นรับผ้าพันคอจากร้านพิพิธภัณฑ์ หรือบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฟรี ติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ เฟซบุ๊ก www.facebook.com/qsmtthailand อินสตาแกรม @queensirikitmuseumoftextiles



