
เตาอบยางรมควันทุนต่ำสุดประหยัดไม้ฟืนถึง35%
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสหกรณ์กองทุนสวนยางพารา (สกย.) ซึ่งมีสมาชิกสหกรณ์กว่า 700 แห่งทั่วประเทศ กำลังประสบปัญหาด้านต้นทุนการผลิตสูงโดยเฉพาะการผลิตยางแผ่นรมควัน เพราะราคาไม้ยางพาราที่นำไปทำเป็นเชื้อเพลิงขาดแคลน ราคาสูงขึ้น
แต่ต่อไปปัญหาเหล่านี้จะทุเลาลง ทางโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย หรือไอทีเอพี (iTAP) ให้การสนับสนุนวิจัยพัฒนาต้นแบบเตาอบยางแผ่นรมควันแบบประหยัดพลังงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ประหยัดฟืนไม้ยางพาราถึง 35% นำร่องติดตั้งที่สหกรณ์กองทุนสวนยางพาราบ้านหนองแดงสามัคคี อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
บุญโชติ ร่มเย็น ผู้จัดการ สกย.บ้านหนองแดงสามัคคี เล่าว่า ระยะหลังกลุ่ม สกย.ต่างประสบปัญหาในการดำเนินกิจการโดยเฉพาะการผลิตยางแผ่นรมควันที่มีราคาสูง ที่เกิดมาจากไม้ยางพาราที่จะนำมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตราคาสูงมากและขาดแคลนด้วย เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ต่างต้องการไม้ยางพาราเป็นวัตถุดิบเช่นกัน สหกรณ์จึงได้นำปัญหาดังกล่าวไปปรึกษากับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อขอรับความช่วยเหลือ กระทั่งได้รับการติดต่อจากไอทีเอพี ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี หรือทีเอ็มซี (TMC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงมาศึกษาปัญหาของกระบวนการผลิตทั้งหมด
ผลการศึกษาพบว่า เตาอบยางแผ่นรมควันที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน 2 รุ่น คือ รุ่นแรกสร้างขึ้นปี 2537 ต้องใช้ไม้ยาง 1,000 กก. จึงจะผลิตยางแผ่นรมควัน 1,200 กก.ต่อ 5 วัน รุ่นที่ 2 สร้างขึ้นในปี 2538 ใช้ไม้ยางพาราเป็นเชื้อเพลิงเท่ากัน แต่สามารถผลิตยางแผ่นรมควันได้ 2,000 กก. ส่วนที่ สกย. บ้านหนองแดงสามัคคี เป็นรุ่นปี 2537 เฉลี่ยแล้วเสียค่าใช้จ่ายไม้ยางพารา 1.64 บาท จึงจะผลิตยางแผ่นได้ 1 กก. ปัจจุบันราคาไม้ยางพาราอยู่ที่กิโลกรัมละ 1.70 บาท
ด้าน ดร.นันทิยา วิริยบัณฑร ที่ปรึกษาเทคโนโลยี ไอทีเอพี บอกว่า ได้รับการประสานจาก สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี 2550 จึงร่วมกับสหกรณ์กองทุนสวนยางจันดี เพื่อนำร่องในการออกแบบเตาอบยางแผ่นรมควันประหยัดพลังงาน โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือช่วยหาสาเหตุ จากนั้นได้ส่งผลงานให้ที่ปรึกษาเทคโนโลยีเครือข่าย ไอทีเอพี มหาวิทยาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ดำเนินการต่อเพื่อสร้างต้นเตาอบยางแผ่นรมควันแบบประหยัดพลังงานต้นแบบ โดยมีระยะดำเนินการแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2551-31 กรกฎาคม 2552 ซึ่งขณะนี้การดำเนินการก่อสร้างเสร็จสิ้นลงแล้ว และผลทดลองเดินเครื่องครั้งแรกพบว่า มีประสิทธิภาพในการประหยัดเชื้อเพลิงสูงมาก คือใช้เชื้อเพลิง 35 กก.ต่อการรมยาง 4 ชม.ขณะที่เตารุ่นเก่าใช้เชื้อเพลิง 35 กก.เท่ากัน แต่สามารถรมยางได้เพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น
ขณะที่ ดร.ศิริชัย กิตติวราพงศ์ หัวหน้างานและที่ปรึกษาเทคโนโลยี ไอทีเอพี บอกว่า เตาอบยางแผ่นรมควันยางรุ่นใหม่นอกจากจะช่วยประหยัดพลังงานแล้ว ยังสามารถแก้ปัญหาให้แก่สหกรณ์ได้ถึง 5 เรื่อง คือ 1.ความปลอดภัยในการใช้เตา เพราะมีระบบป้องกันเพลิง 2.ลดการใช้เชื้อเพลิงได้มากถึง 35% 3.ยางแผ่นรมควันมีคุณภาพดีขึ้น สีสม่ำเสมอ ไม่ไหม้ 4.คาดว่าสามารถย่นระยะเวลาในการรมยางจากเดิมต้องใช้เวลา 5 วัน ลดลงเหลือเพียง 4 วัน และ 5.เมื่อมีเวลามากขึ้นก็ช่วยให้สหกรณ์สามารถเปิดรับสมาชิกเข้ามาใช้บริการได้มากยิ่งขึ้นด้วย และในปี 2553 จะมีการขยายผลการดำเนินงานรวมเป็น 4 จังหวัด รวม 12 เตา โดยแยกเป็นจังหวัดละ 3 เตาคือชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง ผู้ประกอบการที่สนใจเข้ารับการช่วยเหลือจากไอทีเอพี สอบถามข้อมูลได้ที่ สวทช. สำนักงานกลาง (กทม.) โทร.0-2564-8000



