
การเมืองเรื่องภาษี
02 ธ.ค. 2557
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : การเมืองเรื่องภาษี : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
ประชาชนในประเทศไทยเริ่มมีความแตกแยกและเกิดการแบ่งแยกหมู่เหล่ากันขึ้น เมื่อรัฐบาลบางชุดเริ่มเอาเงินที่ได้มาจากการเก็บภาษีไปใช้ซื้อเสียงภายใต้ความหมายของคำว่า "ประชานิยม" เพราะคนส่วนน้อยที่เป็นผู้จ่ายเงินเสียภาษีจำนวนมากของประเทศเห็นว่า ภาษีที่เขาจ่ายผ่านรัฐบาลไปนั้น ถูกนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนจำนวนมากที่ไม่ได้เสียภาษี ซ้ำร้ายยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนกลุ่มนั้น ขาดความกระตือรือร้นในการที่จะขยันขันแข็งทำมาหากิน เพราะรู้ดีว่าสามารถมีปัจจัยสี่ที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตได้ ด้วยการร้องขอจากรัฐบาลซึ่งนำเงินภาษีของคนอื่นมาจ่ายให้พวกเขา และแลกเปลี่ยนด้วยการจ่ายกลับคืนไปเป็นคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง
คนส่วนน้อยที่เสียภาษีเป็นจำนวนมากให้รัฐบาล เริ่มรู้สึกว่าภาษีที่เขาจ่ายไปนั้นไม่ได้กลับคืนมาสู่เขาบ้างเลย แถมยังถูกรัฐบาลข่มขู่ที่จะเก็บภาษีเพิ่มมากขึ้น เพื่อไปจ่ายเอาอกเอาใจกลุ่มคนที่ไม่ได้เสียภาษี และนับวันจะยิ่งถูกข่มขู่ให้ต้องจ่ายภาษีมากขึ้น เพื่อไปเลี้ยงคนที่ไม่ยอมทำงานเลี้ยงตนเองและครอบครัว ซึ่งเท่ากับว่าเป็นลิ่มที่ตอกลงไปเพิ่มความแตกแยกระหว่างชนชั้นมากขึ้นนั่นเอง
ตัวอย่างเช่นคนที่รายได้น้อยจะได้รับสวัสดิการจากรัฐบาลในการรักษาพยาบาล ด้วยการใช้สิทธิที่เรียกกันว่า "30 บาทรักษาทุกโรค" และมีการเรียกร้องสิทธิในการรักษาเพิ่มโรคมากขึ้น จากเดิมที่ได้สิทธิรักษาเฉพาะโรคเจ็บไข้ได้ป่วยที่จำเป็น ก็เริ่มเรียกร้องที่จะได้สิทธิในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บกึ่งสุขอนามัยกึ่งความสะดวกสบายหรือเสริมแต่งสุขภาพมากขึ้น โดยผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดคือรัฐบาลที่ได้คะแนนเสียงจาการเลือกตั้ง รองลงมาคือกลุ่มประชาชนที่ได้รับสิทธิแต่เสียภาษีน้อยหรือไม่เสียภาษีเลย
ในขณะที่คนซึ่งต้องจ่ายเงินภาษีเป็นจำนวนมาก เมื่อเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาต้องไปรักษาในโรงพยาบาลเอกชนที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก โดยที่เขาเหล่านั้นก็ยินยอมที่จะเสียค่าใช้จ่าย เพียงเพื่อที่จะไม่ต้องไปเข้าแถวเสียเวลารอคอย แต่เงินที่เขาจ่ายเพื่อการรักษาสุขภาพของตนเองนั้น ก็คือการรักษาเพื่อให้มีความสามารถกลับมาทำมาหารายได้มาจ่ายเป็นค่าภาษีให้รัฐบาลนั่นเอง กลับไม่สามารถนำแจงมาเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวเพื่อทำการลดหย่อนภาษีได้เลยแม้แต่บาทเดียว
ดังนั้น หากรัฐบาลที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้ง จะแก้ไขกฎหมายให้ผู้เสียภาษีเหล่านั้นสามารถนำเงินค่ารักษาพยาบาลตนเอง มาเป็นค่าใช้จ่ายอ้างอิงเพื่อลดหย่อนภาษีได้ หรือจะให้เอาการเสียสละเงินภาษีเหล่านั้นมาใช้กำกับรัฐบาลได้บ้าง เช่นกำหนดว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาแบบตัวแทนพรรคหรือปาร์ตี้ลิสต์ ผู้เลือกสามารถเลือกได้ตามสัดส่วนจำนวนเงินที่เสียภาษีต่อคะแนนเสียง
หรือจะประยุกต์ไปใช้กับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาก็ได้ เพราะเงินที่รัฐบาลนำไปใช้จ่ายเป็นเงินของพวกเขา เขาจึงสมควรที่จะมีส่วนร่วมกำหนดมากกว่าประชาชนที่ไม่ได้จ่ายภาษีหรือจ่ายภาษีน้อยกว่าตามสัดส่วน หรือหากจะเอาไปใช้กับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาก็คงจะพอกล้อมแกล้มใช้ได้โดยที่ความขัดแย้งทางความคิดของคนในสังคมจะได้ลดน้อยลงไปบ้างครับ
-------------------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : การเมืองเรื่องภาษี : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



