ข่าว

คนร้ายยิงถล่มจนท.‘ป่อเต็กตึ๊ง’ดับ1เจ็บ2

คนร้ายยิงถล่มจนท.‘ป่อเต็กตึ๊ง’ดับ1เจ็บ2

01 ธ.ค. 2557

คนร้ายยิงถล่มจนท.มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งดับ1เจ็บ2ราย พยานอ้างฝีมืออาสาสมัครมูลนิธิคู่อริ คาดขัดแย้งตัวบุคคลมากกว่าองค์กร เตรียมเรียกคุยปรับความเข้าใจ


 
          วันที่ 1 ธ.ค.57 เมื่อเวลา 01.45 น. พ.ต.ท.รักศักดิ์ รุ่งแสง พงส.สน.บางชัน รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งว่าถูกรุมทำร้ายด้วยอาวุธปืนและไม้ พร้อมทั้งมีผู้เสียชีวิตขณะนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณหน้าหมู่บ้านโฮมเพลส ซอยรามคำแหง140 แขวง-เขตสะพานสูง จึงแจ้งผู้บังคับบัญชา ก่อนให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำศพ พร้อมเจ้าหน้าที่คนอื่นเข้ามายังสน.บางชัน เพื่อให้ปากคำและเร่งรัดติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี 
 
          จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ทราบว่าผู้ตายชื่อนายอดิทรัพย์ พิริยะกรกุล อายุ 23 ปี อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งถูกยิงเสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่ประจำจุด โดยถูกยิงเข้าด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด เข้าที่บริเวณหลังฝั่งซ้าย ลูกกระสุนตุงอยู่ที่หน้าอกเกือบทะลุหัวใจ พร้อมกันนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ทราบชื่อ 1 รายคือนายเจตนัย อิสระเดช ถูกอาวุธมีดฟันเข้าที่ต้นขาซ้าย ส่วนอีกรายไม่ทราบชื่อ ถูกยิงเข้าที่หลังเท้าซ้าย เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สุขาภิบาล3 
 
          จากการสอบสวนทราบว่าเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.ขณะที่นายอดิทรัพย์ พร้อมอาสาสมัครประมาณ 8 คน เริ่มเข้าเวรประจำจุดอยู่ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านโฮมเพลส หลังจากนั้นได้มีกลุ่มคู่อริ ซึ่งมีพยานอ้างว่า เป็นอาสาสมัครมูลนิธิคู่อริ(มูลนิธิร่มไทร) ขับรถยนต์มา 2 คัน และมีคนลงมาประมาณ 15 คน ก่อนที่จะใช้ไม้ทุบเข้าที่รถอาสาสมัครที่จอดอยู่จำนวน 2 คัน คือรถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฒค 4489 กรุงเทพฯ และรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว เลขทะเบียน ถค 6167 กรุงเทพฯ จนทำให้กระจกแตกเสียหายยับเยิน จากนั้นหนึ่งในกลุ่มคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่กลุ่มของนายอดิทรัพย์และเพื่อน ทำให้นายอดิทรัพย์เสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บจากการถูกฟันด้วยมีดและถูกยิงอีก 2 คน ก่อนจะแยกย้ายหลบหนีไป
 
          ด้านนายนิพนธ์ ทองประดิษฐ์ เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 22.00 น.ทางกลุ่มของนายอดิทรัพย์ ได้โทรศัพท์มาแจ้งให้ตนทราบว่ามีกลุ่มอาสาสมัครมูลนิธิคู่อริ(มูลนิธิร่มไทร) ได้ขับรถยนต์มาปิดล้อมกลุ่มตนขณะปฏิบัติหน้าที่อยู่ เมื่อทราบดังนั้นตนจึงเดินทางไปยังป้อมตำรวจแยกคลองเจ๊ก ซึ่งเป็นจุดจอดรถปฏิบัติหน้าที่ของมูลนิธิคู่อริ(มูลนิธิร่มไทร) เพื่อพูดคุยตกลงกันว่า ทำไมต้องทำแบบนี้ เป็นอาสาสมัครเหมือนกันน่าจะพูดจาต้องลงกันได้ ทำงานช่วยเหลือสังคมเหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องมาปิดล้อมกันหรือทะเลาะเบาะแว้งกัน จากนั้นก็ได้มีการจับมือกันก่อนจะแยกย้ายกันไป จนกระทั่งมาทราบอีกครั้งว่า กลุ่มของนายอดิทรัพย์ถูกรุมทำร้ายจนเสียชีวิต ตนอยากขอความเป็นธรรมก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน อีกทั้งคนตายก็เป็นคนดี มุ่งมั่นตั้งใจทำงานช่วยเหลือสังคม สำหรับสาเหตุที่เกิดการเขม่นกันนั้น น่าจะมาจากทางกลุ่มอาสาสมัครมูลนิธิคู่อริ(มูลนิธิร่มไทร) ไม่ต้องการให้ทางมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเข้ามาวิ่งงานในเขตพื้นที่สน.บางชัน
 
          ด้านนายอดิศักดิ์ พิริยะกรกุล บิดาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ลูกชายของตนเป็นเด็กดี ไม่เคยมีเรื่องมีราวกับใคร มีจิตอาสาชอบช่วยเหลือคนอื่น รักที่จะทำงานอาสาสมัครมาตั้งแต่เด็ก โดยได้เข้าไปทำงานกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งตั้งแต่ตอนเรียนอยู่มัธยมปลาย เมื่อประมาณ 5 ถึง 6 ปีที่แล้ว จนกระทั่งศึกษาจบจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กำลังจะเข้ารับปริญญากลางเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ และมีแพลนที่จะไปศึกษาต่อต่างประเทศ แต่ก็ต้องมาจบชีวิตเพราะเรื่องดังกล่าว ตนอยากจะฝากถึงมูลนิธิต่างๆ เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องราวที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับคนที่ทำงานมูลนิธิ คนที่มีจิตใจเป็นอาสาสมัคร จึงอยากจะฝากถึงคนที่ดูแลเรื่องดังกล่าว ว่าการที่จะรับใครเข้ามาเป็นอาสาสมัครควรตรวจสอบให้ดี ไม่ใช่ไปรับใครที่ไหนมาทำ จนทำให้มีเรื่องมีราวทะเลาะไล่ตีกัน
 
          เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ และจะสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งจะเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

          ที่สน.บางชัน เมื่อเวลา 11.00 น.  พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รองผบช.น. พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.น.4 พ.ต.อ.สาโรช ชุ่นทรัพย์ รองผบก.น.4 และพ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส รองผบก.น.4 ร่วมกันแถลงความคืบหน้ากรณี นายอดิทรัพย์ พิริยะกรกุล อายุ 23 ปี อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ถูกมูลนิธิคู่อริยิงเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย
 
          พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ กล่าวว่าขณะนี้ได้รอสอบปากคำผู้ได้รับเจ็บเพิ่มเติมอีก 2 รายซึ่งยังอยู่ในห้องฉุกเฉิน รพ.หัวเฉียว และทำสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุแล้ว ส่วนสาเหตุจากการสอบสวนพยานเบื้องต้นคาดว่า น่าจะเกิดจากการขับรถสวนมาแล้วมองหน้ากัน ซึ่งอาจไม่เกี่ยวกับความขัดแย้งในระดับของมูลนิธิแต่เป็นความขัดแย้งในตัวบุคคลมากกว่า 
 
          อย่างไรก็ตามเวลา 15.00 น. วันนี้จะเรียกคณะกรรมและผู้ที่เกี่ยวข้องของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่มไทร และสยามร่วมใจ รวมถึงผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้ง 2 ฝ่าย เป็นมูลนิธิร่มไทร 15 คน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 7 คน ร่วมพูดคุยแก้ปัญหาความขัดแย้ง ปรับความเข้าใจกัน ต่อไป