ข่าว

ต่อรองผลประโยชน์กับจีนอย่าเสียเปรียบ

ต่อรองผลประโยชน์กับจีนอย่าเสียเปรียบ

01 ธ.ค. 2557

ต่อรองผลประโยชน์กับจีนอย่าเสียเปรียบ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น

               การร่วมสัมปทานกับชาติยักษ์ใหญ่อย่างจีน เพื่อทำรถไฟรางคู่มูลค่ามหาศาลนั้น ใจหนึ่งก็สร้างความสุขว่า พัฒนาการด้านดีของเมกะโปรเจกท์จะทำให้ประเทศชาติพัฒนาในด้านต่างๆ มากขึ้นผ่านทางระบบโลจิสติกส์ที่ทันสมัย รวดเร็ว แต่อีกใจหนึ่งก็เป็นห่วงว่า ในกิจการยุทธศาสตร์อย่างนี้ ไทยจะเสียเปรียบเขา เหมือนกับรัฐบาลก่อนๆ ที่ไม่รู้เป็นยังไงทำสัญญาเสียเปรียบเอกชนเสมอ ปล่อยให้ฝ่ายเขาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทางด่วน รถไฟฟ้า แพงๆ ชั่วลูกชั่วหลาน การดีลกับรัฐวิสาหกิจที่มีรัฐบาลประเทศเบ้อเร่อเท่ออย่างนี้ ยิ่งต้องระวัง

               นอกเหนือจากการกลัวพวกกันเองทุจริตแล้ว เราต้องพิจารณาฝ่ายตรงข้ามคือจีนด้วยว่า ยุทธศาสตร์ หลักคิด และการแก้ปัญหาของเขาเป็นแบบใด จึงจะรับมือไปตามนั้น ทั้งนี้น่าจะเริ่มด้วยความอย่าหลงลำพองว่าจีนเป็นพ่อพระ ทำธุรกิจกับพี่ใหญ่แล้วเราจะมีแต่ทางได้มากกว่าเสีย เพราะเขาเอ็นดูเรา เหมือนดังเช่นรัฐสมัยก่อน แต่งสำเภาไปบรรณาการจีนแล้วได้ทรัพย์คืนมามากมายก็มองเห็นแค่กำไร แต่จีนกลับเอาไปอ้างอย่างภาคภูมิว่า เราเป็นประเทศราชของเขา ทั้งนี้เพราะมหาอำนาจนั้นมีกรอบยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ถึงแม้แต่ละด้านจะเกี่ยวโยงถึงกันหมด แต่เขาก็ให้น้ำหนักในการดำเนินการในแต่ละด้านแตกต่างกันได้ เช่น ด้านวัฒนธรรมไทยจีนคือพี่น้องกันอย่างแน่นเหนียว แต่ในด้านผลประโยชน์ชาติไม่จำเป็นที่จีนต้องยอมไทย ถ้าไทยคิดไม่ได้ก็จะมานั่งงงเหมือนที่เคยงงกับสหรัฐว่า ไทยเคยส่งทหารช่วยสหรัฐรบในสงครามเวียดนาม แต่ทำไมทำเนียบขาวถึงต่อต้านคนของเราดำรงตำแหน่งในสหประชาชาติ นั่นก็เพราะมันเป็นคนละเรื่องกัน

               จีนต้องการได้ท่าของไทยสอดรับยุทธศาสตร์การส่งกำลังบำรุงทางใต้ของจีนมานานแล้ว เพราะองค์ประกอบทุกอย่างของไทยเหนือกว่าพม่าหรือเขมรมากนัก แต่ในอดีตจีนยังเข้าไม่ถนัดในกิจการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานขนาดใหญ่ก็เพราะเราเป็นชาติเอกราชที่มั่นคงพอตัว บัดนี้ไทยซวดเซทางการเมืองระหว่างประเทศไปหน่อย จึงต้องยอมให้จีนเข้ามามีส่วนในการกำหนดชะตากรรมด้านคมนาคมเช่นนี้ จึงต้องมีการระมัดระวังให้ดี เพราะธรรมชาติพ่อค้า เมื่อเห็นว่าตนถือไพ่ในมือฝ่ายตรงข้ามมากก็จะเรียกร้องผลประโยชน์เพิ่ม การรักษาดุลที่การทูตไทยในอดีตทำได้เป็นอย่างดีนั้น อาจอยู่ภาวะเสี่ยง

               จากความจำเป็นที่ต้องใกล้ชิดกับจีนเพิ่มขึ้น ทำให้พลังกดดันของจีนต่อไทยรุนแรงขึ้นด้วย นอกเหนือจากการต้องระมัดระวังไม่ให้ประเทศอยู่ในสถานะพึ่งพิง จนเสียความเป็นกลางทางการเมืองระหว่างประเทศจนอาจขาดน้ำหนักในการเจรจาความเมืองในเวทีสากลแล้ว ต้องระวังข้อเรียกร้องอื่นๆ ของจีนอีก ซึ่งถ้าไทยยังแยกภาพความร่วมมือระหว่างประเทศไม่ออก คิดว่าจีนดีกับเราด้านนี้ เราต้องเอื้อประโยชน์ด้านอื่นให้จีนโดยปราศจากข้อแม้ ไทยก็อาจเกิดปัญหาได้ เช่น การที่จีนเริ่มขอให้ไทยช่วยส่งกลับชาวอุยกูร์ที่ต่อต้านจีนในซินเกียงกลับ ดูเผินๆ เหมือนคดีอาญาระหว่างประเทศธรรมดา แต่จริงๆ เกี่ยวข้องกับสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองและสิทธิมนุษยชน การจะเอื้อประโยชน์อะไรแก่จีนก็ต้องชำเลืองดูมหาอำนาจฝ่ายอื่นไว้ด้วย ซึ่งก็หวังว่าไทยคงจะยังเชี่ยวชาญในศิลปะถ่วงดุลและเลือกรับเอาแต่ประโยชน์สูงสุดของชาติได้ดีเช่นที่เคยเป็นมา