ข่าว

‘พงศ์พัฒน์’นอนคุกคืนแรกเครียดเล็กน้อย

‘พงศ์พัฒน์’นอนคุกคืนแรกเครียดเล็กน้อย

30 พ.ย. 2557

‘พงศ์พัฒน์’นอนคุกคืนแรกเครียดเล็กน้อย ผ.บ.เรือนจำเล็งให้แพทย์เข้าตรวจร่างกาย

                เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2557นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า หลังรับพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) มาคุมขังตั้งแต่วานนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมาการดูแลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ถูกนำตัวไปคุมขังในแดนแรกรับร่วมกับผู้ต้องขังกลุ่มเดียวกัน โดยให้อยู่ในห้องที่มีกล้องวงจรปิดไว้คอยสังเกตการณ์เพื่อความปลอดภัย การรวมการดูแลไม่พบว่ามีปัญหา ทุกคนปกติดี ในส่วนพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ที่เพิ่งรับตัวเข้าเรือนจำมีการบันทึกประวัติแล้ว แต่ยังไม่ได้ตรวจสุขภาพ

                วันพรุ่งนี้แพทย์จึงจะเข้าไปตรวจสุขภาพ เพื่อบันทึกเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้ต้องขัง จะได้ทราบว่ามีโรคประจำตัว หรืออาการเจ็บป่วยหรือไม่ สำหรับสภาพจิตใจกลุ่มต้องขังไม่น่ากังวล เรือนจำมีหน้าที่ดูแลตามระเบียบเหมือนผู้ต้องขังทั่วไป และญาติสามารถติดต่อเข้าเยี่ยมได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามจะยังไม่มีการจำแนกผู้ต้องขังกลุ่มนี้ออกจากกัน  เพราะยังเป็นผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี


เครือข่ายเตรียมเข้ามอบตัวเพิ่มอีก 2 ราย

                เมื่อเวลา 14.00 น. พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ เฉลิมสุข ผกก.สน.วัดพระยาไกร พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.วัดพระยาไกร ได้เดินทางไปตรวจสอบที่ร้านอัญญาเพลสเรสเตอรองต์ เลขที่ 152 หมู่5 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ซึ่งเป็นสถานที่ที่นายณัฐพล สุวดี (อัครพงศ์ปรีชา) พร้อมพวกรวม 8 คน ได้พานายบัณฑิต โชติวิทยะกุล ผู้เสียหาย มาเจรจาตกลงให้ลดหนี้ให้กับนายนพพร ศุภพิพัฒน์ จากยอดหนี้ 120 ล้านบาท ให้เหลือเพียง 20 ล้านบาท โดยมีการแอบอ้างถึงสถาบันเบื้องสูง ซึ่งหากกลุ่มผู้ต้องหาลดหนี้ได้ก็จะได้ค่าตอบแทนเป็นเงินร้อยละ 10 ของยอดหนี้ที่ลดได้

                พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ กล่าวว่า ในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มาตรวจที่เกิดเหตุ ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาได้นัดมาพูดคุยเจรจาลดหนี้กับผู้เสียหาย โดยมีนายณัฐพล สุวดี (อัครพงศ์ปรีชา) นายชากานต์ ภาคภูมิ และนายณรงค์ สุวดี(อัครพงศ์ปรีชา) นั่งเจรจากับนายบัณฑิตที่โต๊ะอาหารภายในร้านดังกล่าว ขณะที่นายณัฐนันท์ ทานะเวช และนายชลัช โพธิราช ผู้ต้องหาที่เข้ามอบตัวและมีการแถลงข่าวในที่ บช.น. ในช่วงเช้าที่ผ่านมานั้น เป็นผู้เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ด้านนอกร้าน ซึ่งระหว่างการเจรจากลุ่มผู้ต้องหาก็มีการข่มขู่ผู้เสียหาย โดยมีการแอบอ้างถึงสถาบันเบื้องสูงด้วย แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้ ส่วนที่นัดมาที่ร้านอาหารแห่งนี้ เพราะใกล้กับสถานที่สำคัญ และต้องการแสดงตัวให้ผู้เสียหายรู้ว่าตัวเองเป็นใคร

                พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบล่าสุดนั้น ผู้ต้องหาอีก2 ราย คือ สิบเอกธณธกร ยาศรี และสิบเอกธีรพงษ์ ช่อจำปี  ซึ่งขณะนี้ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวในช่วงบ่ายของวันที่ 1 ธ.ค.นี้ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ทำให้ขณะนี้ จึงเหลือผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่อีกเพียงรายเดียวคือ นายวิทยา เทศขุนทด ซึ่งรายนี้มีอาวุธปืนพกติดตัวถึง 3 กระบอก โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกำลังอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป