ข่าว

เปิดบัญชีส่วยน้ำมันเถื่อน

เปิดบัญชีส่วยน้ำมันเถื่อน

30 พ.ย. 2557

เปิดบัญชีส่วยน้ำมันเถื่อน

 
                            หลังจากมีการโยกย้ายและแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉกรรจ์ต่อนายตำรวจระดับสูงในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นำโดย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. ปรากฏว่าหนึ่งในข้อกล่าวหาสำคัญ คือ การรับผลประโยชน์จากเครือข่ายค้าน้ำมันเถื่อน โดยอ้างคำรับสารภาพของ พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน ซึ่งถูกย้ายจากตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจน้ำ (ผบก.รน.) 
 
                            ต่อมามีการให้ข้อมูลเชื่อมโยงว่าเป็นการรับผลประโยชน์จากกลุ่มค้าน้ำมันเถื่อนของ นายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือ "เสี่ยโจ้" นักธุรกิจผู้กว้างขวางในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งปัจจุบันหลบหนีคำพิพากษาจำคุกในคดีปลอมเอกสารดวงตราประทับนำเข้า-ส่งออก ของศาลจังหวัดปัตตานี โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ออกมาให้ข้อมูลก่อนหน้านี้ว่า นายสหชัย ถูกออกหมายจับในคดีลักลอบค้าน้ำมันเชื้อเพลิงหนีภาษี หรือน้ำมันเถื่อนด้วย 
 
                            กระทั่งเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เปิดแถลงข่าวพร้อมนำบัญชีจ่ายส่วยขบวนการน้ำมันเถื่อนของนายสหชัย มาแสดงต่อสื่อมวลชน ขณะที่ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบช.ก. ได้สั่งย้ายนายตำรวจจาก บก.รน. ระดับ "พันตำรวจเอก" จำนวน 3 นาย ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจสอบสวนกลาง (ศปก.บช.ก.) เพื่อเปิดโอกาสให้การตรวจสอบกรณีส่วยน้ำมันเถื่อนเป็นไปอย่างโปร่งใส 
 
                            อีกด้านหนึ่ง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งได้สั่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีส่วยน้ำมันเถื่อน ซึ่งมีข่าวโยงถึงข้าราชการดีเอสไอด้วยนั้น ก็ได้เปิดข้อมูลเพิ่มเติมว่าได้รับข้อมูลอีกชุดหนึ่งเป็นรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเงินน้ำมันเถื่อนและเชื่อมโยงกับนายสหชัย ซึ่งดีเอสไอได้มาจากการติดต่อทางโทรศัพท์ของนายสหชัย 
 
                            อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเอกสารที่ระบุว่าเป็นบัญชีส่วยน้ำมันเถื่อนให้สังคมช่วยกันตรวจสอบ ทั้งๆ ที่ข้อมูลดังกล่าวส่วนใหญ่ได้มาจากการตรวจค้นสำนักงานของนายสหชัย คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) สหทรัพย์ทวีค้าไม้ ตั้งอยู่ ต.บานา อ.เมือง จ.ปัตตานี ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2555
 
 
 
เปิดบัญชีส่วยหลักร้อยถึง12ล้าน
 
 
                            ทั้งนี้ เอกสารบางส่วนที่เป็นบัญชีการจ่ายผลประโยชน์ตามที่ ผบ.ตร. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุถึง พบว่ามีรายละเอียดดังนี้
 
                            เอกสารดังกล่าวมีข้อมูลแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.ข้อมูลจ่ายรายการ ซึ่งหมายถึง "บัญชีจ่ายผลประโยชน์" จากเครือข่ายของนายสหชัยไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีการระบุชื่อหรือหน่วยงานของผู้รับ และจำนวนเงินที่ชัดเจน กับ 2.รายชื่อข้าราชการที่ได้จากแอพพลิเคชั่นไลน์ในโทรศัพท์ของนายสหชัย ซึ่งในส่วนนี้ไม่ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับการจ่ายผลประโยชน์หรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่บันทึกชื่อเอาไว้สำหรับการติดต่อสื่อสารเท่านั้น 
 
                            สำหรับข้อมูลสำคัญอยู่ที่ส่วนแรก คือ ข้อมูลรายการ พบว่ารายการจ่ายส่วนใหญ่เป็นปี 2555 แต่ในบัญชีเท่าที่ได้รับมา เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 จนถึงปลายปี 2555 
 
                            รายการจ่ายทั้งหมดแบ่งตามจำนวนเงินเป็น 4 กลุ่ม ตั้งแต่หลักล้านถึงหลักร้อย 
 
 
 
ผู้การ12ล้าน-ดีเอสไอล้านหก
 
 
                            1.รายการเกิน 1 ล้านบาท หรือ รายการหลักล้าน สูงสุดคือ รายการตำรวจน้ำ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2555 จำนวน 12 ล้านบาท นอกจากนั้นยังมีรายจ่าย 1 ล้านบาท วันที่ 11 มกราคม 2555 และจ่ายอีก 1 ล้านบาท เมื่อ 11 พฤษภาคม 2555 และค่ารายการอีก 6 ล้านบาท เมื่อ 11 มิถุนายน 2555 ค่ารายการ 5 ล้านบาท เมื่อ 6 กรกฎาคม 2555 นอกเหนือจากนี้ ยังมีรายการของดีเอสไอ โอนให้บุคคลที่ใช้ชื่อย่อ "ล." จำนวน 1.6 ล้านบาท เมื่อ 11 ตุลาคม 2555
 
                            2.รายการหลักแสน เช่น ค่าตำรวจเรือ...(ชื่อเรือ) 377,000 บาท เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2555, ค่าตำรวจเรือ...(ชื่อเรือ) 260,000 บาท เมื่อ 24 กรกฎาคม 2555 ค่าตำรวจเรือ...(ชื่อเรือ) 103,000 บาท เมื่อ 24 กรกฎาคม 2555 เช่นกัน โดย 3 รายการนี้เป็นเรือชื่อเดียวกัน แต่มีรหัสงวดการจ่ายต่างกัน
 
                            นอกจากนั้นยังมีการจ่ายให้ชื่อเรือเดิมอีก 2 รายการ คือ 454,000 บาท เมื่อ 9 สิงหาคม 2555 กับ 452,000 บาท เมื่อ 27 กันยายน 2555 และยังมีค่าตำรวจเรือ แต่เป็นชื่อเรือลำอื่นอีก 2 ลำ รวมยอด 319,500 บาท เมื่อ 29 สิงหาคม 2555 อีกรายการหนึ่งที่เป็นหลักแสน คือ ค่ารายการดีเอสไอ จ่ายให้บุคคลชื่อเล่น "ล." เช่นกัน จำนวน 2 แสนบาท เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2555 
 
 
 
พาเลี้ยงรัชดาฯ-ช่วยงานวันเด็ก
 
 
                            3.รายการหลักหมื่น ส่วนใหญ่อยู่ในอัตรา 50,000 บาท เขียนรวมๆ โดยบางรายการก็บอกจังหวัดซึ่งเป็นพื้นที่ที่หน่วยหรือชุดพื้นที่รับผิดชอบ เช่น สุราษฎร์ธานี เป็นต้น และบางรายการมีเขียนกำกับว่า "พาไปเลี้ยง" ตามสถานที่ต่างๆ ด้วย เช่น รัชดาฯ 
 
                            หลายรายการที่เป็นหลักหมื่น มีการระบุรายละเอียดในลักษณะช่วยกิจกรรมของหน่วยงาน เช่น ช่วยวันเด็ก ช่วยทำเคาน์เตอร์ที่หน่วยงานหนึ่งในตากใบ (อำเภอหนึ่งใน จ.นราธิวาส) ขณะเดียวกันก็มีการใส่ข้อมูลที่ตีความได้ว่าเป็น "งวดการจ่าย" ซึ่งโดยมากเป็น "งวดรายเดือน" มีการระบุหน่วยผู้รับซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการทางน้ำ ฝั่งอ่าวไทยหลายจังหวัด ทั้ง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา
 
                            ที่น่าสนใจ คือ มีค่าดูข่าวที่ศาล 20,000 บาท แต่ไม่ได้ระบุว่าศาลไหน มีค่าเมมเบอร์ (สมาชิก) สำหรับเที่ยวสถานบันเทิงในกรุงเทพฯ 100,000 บาท
 
 
 
จ่ายค่าเหล้า-โรงแรม-ให้ยืมเงิน
 
 
                            4.รายการตั้งแต่หลักร้อย คือ 100 บาท จนถึงหลักพัน มีทั้งรายการละ 1,500 บาท 3,000 บาท 5,000 บาท และ 8,000 บาท ประกอบด้วยรายการจ่ายส่วยรายเดือนให้แก่เจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆ เช่น ตำรวจหัวไทร ตำรวจน้ำปากพนัง ตำรวจทางหลวงพัทลุง ตำรวจกองปราบ มีการระบุชื่อบุคคล 2-3 คน ชื่อย่อ จ.จาน กับ ป.ปลา คล้ายเป็นผู้ประสานงานเก็บค่ารายการ 
 
                            นอกจากนั้นยังมีรายการในลักษณะเลี้ยงดูปูเสื่อ หรืออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ เช่น ค่าเหล้าโรงพักแห่งหนึ่งใน จ.นราธิวาส, ค่าซ่อมเรือตำรวจ, ค่าอำนวยความสะดวกในการติดต่อเจ้าหน้าที่สรรพสามิต, ค่าโรงแรม รวมไปถึงบัญชีรายการให้เจ้าหน้าที่ยืมเงิน
 
 
 
ทหาร-ยุติธรรม-การเมืองโผล่ไลน์
 
 
                            สำหรับข้อมูลอีกชุดหนึ่งที่เป็นรายชื่อข้าราชการที่ปรากฏในแอพพลิเคชั่นไลน์ของนายสหชัย มีจำนวน 56 ชื่อ ประกอบด้วยรายชื่อตำรวจ ทหาร ข้าราชการในกระบวนการยุติธรรม และนักการเมือง
 
                            อย่างไรก็ดี ในส่วนของตำรวจนั้น พบว่ามีชื่อบันทึกในไลน์มากที่สุด จำนวน 33 คน ตั้งแต่ระดับยศชั้นนายพลลงไปจนถึงนายดาบตำรวจ ส่วนที่เหลืออีก 23 คน เป็นรายชื่อบุคคลในกระบวนการยุติธรรม รวมไปถึงนักการเมืองทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น กระนั้นก็ตาม รายชื่อกลุ่มนี้เป็นเพียงรายชื่อที่บันทึกไว้สำหรับการติดต่อ ไม่มีการระบุถึงการจ่ายผลประโยชน์
 
                            อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคง เปิดเผยว่า ยังมีเอกสารอีกหลายชุดระบุข้อมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรับผลประโยชน์จากเครือข่ายน้ำมันเถื่อนนอกเหนือจากตำรวจ เช่น เจ้าหน้าที่ทหาร โดยเฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการประกาศใช้กฎหมายพิเศษ ทั้งกฎอัยการศึก และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) 
 
                            นอกจากนั้นยังมีการระบุถึงชุดปราบปรามทางทะเลของกรมศุลกากรในเขตทะเลภาคตะวันออก ตำรวจท้องที่ตามเส้นทางผ่านของเครือข่ายเคลื่อนย้ายน้ำมันเถื่อน รวมมูลค่าส่วยรายเดือนประมาณ 25 ล้านบาท 
 
                            กระนั้นก็ตาม เอกสารบัญชีรายจ่ายส่วยน้ำมันเถื่อน ยังไม่ถือว่าเป็นหลักฐานได้ ต้องมีการสอบสวนข้อเท็จจริง เพราะเป็นการแอบอ้างฝ่ายเดียว ต้องให้ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย 
 
 
 
"เสี่ยโจ้"ซุกกัมพูชา-ยังไม่เข้าไทย
 
 
                            ด้านความเคลื่อนไหวของ นายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือเสี่ยโจ้ ซึ่งหลบหนีคำพิพากษาจำคุกของศาลไปตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา และหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ได้จัดชุดติดตาม รวมทั้งประสานไปยังด่านชายแดนทุกแห่งทั่วประเทศเพื่อสกัดกั้นการหลบหนีออกนอกราชอาณาจักรนั้น 
 
                            ปรากฏว่า ล่าสุดมีรายงานจากหน่วยงานความมั่นคงว่า พบความเคลื่อนไหวของนายสหชัยหลบหนีไปกบดานที่ประเทศกัมพูชา อาจจะเป็นที่จังหวัดเกาะกง โดยใช้เรือในการหลบหนี ที่ผ่านมามีความพยายามติดต่อขอเข้ามอบตัวหลายครั้ง และมีการต่อรองต่างๆ กับเจ้าหน้าที่ แต่ระยะหลังเงียบหายไป คาดว่าเมื่อมีการเปิดโปงเรื่องส่วยน้ำมันเถื่อนแล้ว นายสหชัยอาจตัดสินใจไม่เดินทางกลับประเทศไทยในระยะเวลาอันใกล้นี้