ข่าว

‘พรเพชร’ย้ำสนช.ทำตามรธน.

‘พรเพชร’ย้ำสนช.ทำตามรธน.

29 พ.ย. 2557

‘พรเพชร’ ลั่นทำทุกอย่างไม่ขัดรธน. เผยมีพวกจ้องชงศาลวินิจฉัยขัดรธน. ด้าน ‘วิษณุ’ เปรียบสนช.เป็นปลา 4 น้ำ เผยโรดแม็พรัฐบาลลากยาวถึงก.พ.59

 
                29 พ.ย.57 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมเดอะรีเจ้นท์ ชะอำบีช รีสอร์ท จ.เพชรบุรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จัดโครงการสัมมนาสมาชิก สนช. ประจำปี2557 โดยมีสมาชิกสนช. เข้าร่วมสัมมนาอย่างคึกคัก ทั้งนี้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. กล่าวเปิดสัมมนาและและร่วมพูดคุยกับสมาชิกสนช. ในหัวข้อ "ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พบ สนช." ว่าสนช.จะวางรากฐานที่มั่นคงของประเทศ และการสัมมนาครั้งนี้จะเป็นการแลกเปลี่ยน รับฟังความเห็น เพื่อหาแนวทางแก้ไขการดำเนินการด้านนิติบัญญัติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและนำไปสู่การพัฒนาประเทศ ส่วนการพิจารณากฎหมายนั้น ตั้งแต่มีสนช.ก็มีกฎหมายดี ๆ ออกไปบ้างโดยเป็นกฎหมายที่ค้างมาจากสภาชุดก่อน ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการเจริญความก้าวหน้า และทำกฎหมายให้สอดคล้องกับยุคโลกาภิวัฒน์ ขณะที่กฎหมายมรดกที่อาจจะมีข้อถกเถียงก็ต้องเตรียมพร้อมพิจารณา
 
                นายพรเพชร กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ของตนมีหน้าที่ดูแลสมาชิกไม่ให้มีปัญหา และตามระเบียบของสนช. เรื่องการลาที่เข้มงวดนั้น ต้องทำให้ถูกต้อง เพราะจะส่งผลต่อความเป็นสมาชิกภาพ ขณะที่ปัญหาที่ค้างคาอยู่ โดยเฉพาะเรื่องที่น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. เคยถามว่าประธานรับรองได้หรือไม่ว่าสนช.จะไม่ถูกฟ้องนั้น เห็นว่าจะรับรองไม่ได้ แต่สามารถชี้แจงได้ ว่าทำอย่างไรไม่ให้ถูกฟ้อง เพราะการฟ้องมี 3 ศาล คือ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลยุติธรรมจะเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว แต่ศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่รัฐธรรมนูญ ชั่วคราว 2557 การยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ไปได้ยากมาก เพราะรัฐธรรมนูญ ชั่วคราว2557 มีมาตราหนึ่งที่ให้อำนาจผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นผู้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในเรื่องที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ไม่ใช่เรื่องที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งตั้งแต่มีรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแก่ชาติ (คสช.) มีคนนอกพยายามใช้ช่องทางนี้เพื่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ลักษณะเดียวกับพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกสนช.ในสมัยเป็นอดีตส.ว.สรรหา ดังนั้นตนพยายามทำทุกอย่างทุกประเด็นที่จะไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
 
 
‘พรเพชร’ ชี้กม.นิรโทษต้องเริ่มจากรัฐบาล
 
 
                ที่โรงแรมเดอะรีเจ้นท์ ชะอำบีช รีสอร์ท จ.เพชรบุรี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมเพื่อสร้างความปรองดอง ว่า การออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรมต้องเริ่มต้นจากรัฐบาลเป็นผู้เสนอกฎหมาย ส่งมาให้สนช.พิจารณา ตนเชื่อว่าสนช.คงต้องเตรียมศึกษาเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้า
 
                นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่หนึ่ง กล่าวว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเป็นกฎหมายเชิงนโยบายขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะมีนโยบายเรื่องนี้อย่างไร หากตัดสินใจให้มีกฎหมายฉบับนี้จะต้องพิจารณาใน 2 ประเด็นคือ1.จะนิรโทษกรรมในห้วงเวลาใด และ 2.จะนิรโทษกรรมจากฐานความผิดใด แต่ส่วนตัวเห็นว่าเรื่องการนิรโทษกรรมมีประโยชน์ เพราะเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างความปรองดอง แต่ต้องพิจารณาใน 2 แนวทางดังกล่าวให้ดี เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
 
 
‘วิษณุ’ เปรียบ สนช.เป็นปลา 4 น้ำ เผยโรดแม็พรัฐบาลลากยาวถึงก.พ.59
 
 
                ที่โรงแรมเดอะรีเจ้นท์ ชะอำบีช รีสอร์ท จ.เพชรบุรี มีการสัมมนาสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บรรยายพิเศษเรื่อง “บทบาทของสนช.กับการพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืน” ว่า สมัยตั้งสนช.ใหม่ๆมีความกังวลว่า การเอาปลา 4 น้ำ ได้แก่ 1.พวกท็อปบูต 2.พวกที่มามือเปล่าคืออดีตสมาชิกรัฐสภา 3.นักกฎหมาย 4.ภาคเอกชน มาอยู่ด้วยกันจะไปได้หรือไม่ หากต้องทำงานภายใต้เวลาที่จำกัด แต่ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมาพบว่า อยู่กันได้อย่างน่าอัศจรรย์ด้วยเหตุ 3-4 อย่างคือ1.การวางกฎกติกาทำให้เกิดความมีวินัย 2.จิตสำนึกของแต่ละบุคคล 3.ระบบวิปสนช.และวิปรัฐบาล ที่ทำงานรวดเร็ว เท่าที่ดูประธานสนช.และรองประธานสภา 2 คน ทำงานคุมเกมได้ดี เป็นดรีมทีมของสภาได้ แต่ที่น่าห่วงคือ จะทำอย่างไรให้กฎระเบียบความเคร่งครัดยังคงอยู่ เดินต่อได้อย่างยั่งยืน อยากให้สนช.ประคับประคองระเบียบเหล่านี้ไปให้ได้ 1 ปี ไม่ใช่แค่ 4 เดือน ให้กลายเป็นประเพณีปฏิบัติ
 
                นายวิษณุ กล่าวว่า หัวใจของการพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืนมี 5 คำ คือ 1.พิมพ์เขียว 2.โรดแม็พ วันนี้อยู่ในโรดแม็พช่วงสอง ที่เริ่มจากวันที่ 22 ก.ค. หลังจากมีรัฐธรรมนูญชั่วคราว คาดว่าสิ้นสุดในช่วงเดือนก.พ.59 ก่อนวันเช็งเม้ง แม้จะมีระยะเวลาทูลเกล้าฯรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายในวันที่ 4 ก.ย.58 แต่ใช่ว่า จะเลือกตั้งได้ทันที เพราะยังต้องมีกระบวนเสนอกฎหมายลูกตามมาอีก กว่าจะเลือกตั้งคาดว่า อยู่ในช่วงเดือนก.พ.59  3.แม่น้ำห้าสาย คือคสช. ครม. สนช. สปช. และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ทำให้คนไทยเดินตามแม่น้ำห้าสาย 4.ทำทันที ทำต่อไป ทำอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นคำพูดนายกฯ 5.ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง วันนี้ทุกคนลงเรือลำเดียวกันแล้ว เหมือนคำโบราณที่ว่า ลงเรือแป๊ะ ต้องตามใจแป๊ะ ไม่เช่นนั้นจะถูกแป๊ะไล่ลงจากเรือ ก็ต้องตามใจแป๊ะ คือเข้าใจในสิ่งที่เขาอยากให้เข้าใจ
 
                นายวิษณุ กล่าวว่า รัฐบาลมีปฏิทินว่า ในเดือนธ.ค.จะนำกฎหมายสำคัญเข้า สนช.หลายฉบับเช่น กฎหมายภาษีมรดก คาดว่าจะอยู่ในสภาฯ 3 เดือน และคาดว่า จะบังคับใช้ได้เดือน มิ.ย.58 กฎหมายว่าด้วยการให้ กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ กฎหมายมหาชน หากจะแก้ไขก็ขอให้เตรียมการแปรญัตติไว้ ขณะที่เดือนม.ค.ปี58 จะมีการเสนอพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ เพื่อใช้ควบคุมฝูงชนในเวลามีเหตุการณ์ชุมนุม นอกจากนี้ยังมีแนวคิดว่า หลังจากนี้เมื่อส่งกฎหมายไปยังสภาฯแล้ว จะแจ้งว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับใดเป็นร่างพ.ร.บ.ตามนโยบาย แทนการระบุว่า เป็นเรื่องด่วน เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า หากเป็นร่างพ.ร.บ.ตามนโยบายก็ขอให้ช่วยพิจารณาเร่งหน่อย  ถ้าไม่เขียนกำกับไว้ให้พิจารณาไปตามปกติ ส่วนเรื่องการทำประชามติ ภายหลังการยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วนั้น ก็ต้องแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวให้มีการทำประชามติได้ อาจจะต้องใส่เพิ่มไป 5-7 มาตรา ภารกิจนี้วันหนึ่งอาจจะมาถึงสนช.
 
                นายวิษณุ กล่าวว่า หน้าที่หลักๆของสนช.ที่ต้องทำ มี 11 ประการคือ 1.การแก้กฎหมาย 2.การแก้รัฐธรรมนูญ 3.แต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่ง 4.ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 5.การให้ความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ข้อนี้ควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ ขอให้เตรียมตัวทำการบ้านให้ดี 6.การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น การตั้งกระทู้ถาม ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมจะมาตอบกระทู้ต่อสนช. 7.การรับฟัง รับทราบเรื่องที่เข้าสู่การพิจารณา 8.การปฏิรูปประเทศ 9.การสร้างความปรองดอง วันนี้มีเสียงเข้าหูว่า สนช.ยังไม่ได้ลงไปทำงานกับชาวบ้าน เชื่อว่า เวลา 4 เดือนยังเร็วเกินไป แต่หลังจากนี้ สนช.คงมีโอกาสได้ไปรับฟังความเห็นประชาชน โดยหลายคนมีเครือข่าย สามารถต่อสายกับเครือข่ายตัวเองได้ 10.การทำความเข้าใจกับประชาชน 11.การช่วยสร้างความเข้าใจกับต่างประเทศ