
ของกลาง!เทวรูปเพื่อนบ้านหายากกว่า1200ปี
กรมศิลป์อึ้ง!ของกลางคดีพงศ์พัฒน์ เทวรูปเพื่อนบ้านหายากกว่า1200ปี คุมตัว 5ผู้ต้องหาฝากขังครั้งแรก
เมื่อวันที่ 28 พ.ย. เวลา 13.00 น. ที่ หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี นายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร แถลงข่าวการตรวจสอบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และของมีค่า ซึ่งเป็นของกลางที่ยึดจากเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผบ.ชก.ว่า จากการทำบัญชีเบื้องต้นไว้ 20,000 ชิ้นกว่า ในจำนนวนนี้มีเทวรูปหินทรายถ้าหากเป็นของจริงสันนิษฐานว่า เป็นศิลปะลพบุรี พุทธศตวรรษที่ 12 อายุประมาณ 1,200 ปี และพระพุทธรูปไม้ ศิลปะอยุธยาตอนปลาย
“เท่าที่ดู เทวรูปหินทราย ที่มีโค้งยึด หากเป็นของจริง ก็จะเป็นมรดกที่มีความเก่าแก่มาก มีอายุราว พุทธศตวรรษที่ 12 ซึ่งจะต้องอยู่ในเทวสถาน หรือ ปราสาทหินแน่นอน ซึ่งมีทั้งในเมืองไทยและประเทศเพื่อนบ้าน แต่ในปราสาทหินเมืองไทย ไม่มีการนำของจริงมาไว้แน่นอน เพราะจะเก็บไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และจากการตรวจสอบก็ไม่พบว่าสูญหาย ดังนั้นคาดว่าจะมาจากที่อื่น จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องให้ผู้ครอบครองมาชี้
นายบวรเวท กล่าวอีกว่า สำหรับเส้นทางของโบราณวัตถุ ศิลปะวัตถุส่วนใหญ่มีทั้งลักลอบมาตามชายแดน และการนำเข้า ส่งออกตามปกตก โดยกรมศิลปากรได้เปิดให้ประชาชน วัด หรือ ศาสนสถาน แจ้งเข้ามาเพื่อขอตรวจสอบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่สูญหาย หากมีหลักฐานตรงกับของกลางที่ยึดก็จะดำเนินการส่งคืนให้ ขณะนี้ได้มีประชาชน 2-3 รายได้ยื่นเรื่องต่อกรมศิลปากรว่ามีพระพุทธรูปและงาช้าง ซึ่งอยู่ในครอบครองหายไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนโบราณวัตถุที่ กรมศิลปากรดูแล ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขณะนี้ พบว่า ยังอยู่ครบ ไม่ได้หายไปไหน เพราะฉะนั้นของที่ยึดมาได้ นั้น บางชิ้น ประเทศไทย ไม่มีผู้ที่ครอบครองได้แน่นอน และอาจจะเป็นโบราณวัตถุที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ หลังจากพิสูจน์ทราบว่าของที่ไม่ใช่พบในประเทศไทย แต่เป็นของจากต่างประเทศ ก็จะมีการกระบวนการประสานให้ส่งหลักฐานจากประเทศนั้นๆ มาเพื่อที่จะส่งกลับไปยังประเทศที่เป็นเจ้าของ ได้ ตามขั้นตอน
คุม'5ผู้ต้องหา'คดีพงศ์พัฒน์ฝากขังครั้งแรก
ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถ.สรรพาวุธ เมื่อเวลา 13.00 น. พ.ต.ท.วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล พนักงานสอบสวน สน.พระโขนง ได้ควบคุมตัว พ.ต.ณัฐพล หรือนายณัฐพล อัครพงศ์ปรีชา อายุ 29 ปี , นายณรงค์ อัครพงศ์ปรีชา อายุ 41 ปี , นายสิทธิศักดิ์ อัครพงศ์ปรีชา อายุ 24 ปี , นายสุทธิศักดิ์ สุทธิจิตต์ อายุ 41 ปี และนายชากานต์ ภาคภูมิ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-5 ตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ลงวันที่ 24 พ.ย.2557 คดีกรรโชกทรัพย์ทวงหนี้ เพื่อหาประโยชน์โดยมิชอบ และหมิ่นสถาบัน ขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. - 9 ธ.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนไม่แล้วเสร็จ
ขอหมายจับเครือข่าย‘พงศพัฒน์’เพิ่ม
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อเวลา 17.00 น. มีรายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุดทางสน.วัดพระยาไกร ได้ขออนุมัติศาลทหารออกหมายจับเพิ่มคือ 1.นายชลัช โพธิราช 2.นายวิทยา เทศขุนทด 3.(สิบเอก) นายณธกร ยาศรี 4(สิบเอก)นายธีรพงศ์ ช่อจำปี 5.นายณัฐนันท์ ทานะเวช
นำตัวผู้ต้องหาชี้ปืนของกลางเพิ่มที่บช.น.
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 พฤศิจกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ฤทธิกร สายสนั่น ณ อยุธยา ผกก.สน.คันนายาว พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนสน.คันนายาว ควบคุมตัวนายชากานต์ไปค้นหาของกลางที่บ้านพักผู้ต้องหาในพื้นที่ท่าแร้ง เพื่อค้นหาของกลางเพิ่มเติม ก่อนควบคุมตัวมาที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ให้ผู้ต้องหายืนยันอาวุธปืนยาวลูกซอง1กระบอก ปืนสั้นซีแซด 1 กระบอก ปืนสั้นกล็อก 9มม. 1 กระบอกและเครื่องกระสุน พร้อมรถยนต์ของกลางที่ตรวจพบได้นำมาใช้ในการก่อคดีดังกล่าว หลังถูกดำเนินคดีพร้อมกับพวกรวม 6 ข้อหา โดยมีพฤติกรรมกรรโชกทรัพย์ หมิ่นเบื้องสูง และหน่วงเหนี่ยวกักขัง จากนั้นได้ถูกควบคุมตัวกลับไปยังศาลจังหวัดพระโขนงเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนส่งตัวฝากเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต่อไป



