
"ผู้แทนการค้าไทย"ไม่ขัดขา-ผลักดันการค้าลงทุน
หลังลาออกจาก เลขาธิการพรรคเพื่อแผ่นดิน ดร.โด่ง วัชระ พรรณเชษฐ์ หันหลังให้การเมืองไปพักใหญ่ แต่ล่าสุด ดร.โด่ง ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผู้แทนการค้าไทย ทำหน้าที่เป็นตัวแทนพิเศษของ นายกรัฐมนตรี ในการเจรจาระดับ รัฐมนตรี การเจรจาทางการค้าระหว่างประเท
รวมทั้งการเจรจาเกี่ยวกับการค้า เช่น ภาษีอากร การนำเข้า การส่งออก การส่งเสริมการลงทุนระหว่างประเทศตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทำให้ “ทีมเศรษฐกิจ” ของรัฐบาล “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ต้องทำงานอย่างหนัก “ดร.โด่ง” กล่าวว่า ทำหน้าที่เป็นผู้แทนการค้าไทยมาได้ประมาณ 1 เดือน พยายามทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ได้ไปแย่งงานของใคร แต่ทำหน้าที่ส่งเสริมและกระตุ้นการค้าการลงทุนกับต่างประเทศและระหว่างประเทศ
สำหรับ "ทีมผู้แทนการค้าไทย” ขณะนี้มีทั้งหมด 3 คน โดยมี “เกียรติ สิทธีอมร” เป็นประธานผู้แทนการค้าไทย ซึ่งเทียบเท่า “รองนายกรัฐมนตรี” ส่วน “ผู้แทนการค้าไทย” เทียบเท่า “รัฐมนตรี” นอกจากมี “ดร.โด่ง” แล้ว ยังมีผู้แทนการค้าอีก 1 คนคือ "ดร.สุทัศน์ เศรษฐบุญสร้าง" อดีตรองเลขาธิการอาเซียน
โดยทั้ง 3 คนมีบทบาทกระตุ้นการค้าเศรษฐกิจโดยพยายามไปเสริมงานกระทรวงต่างๆ ให้ชัดเจนขึ้น ไปช่วยลดภาระงาน ไปเสริมภารกิจของแต่ละกระทรวงให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเป็นการทำงานร่วมกัน
งานที่ “ดร.โด่ง” รับผิดชอบงานด้านอุตสาหกรรม ยานยนต์ การลงทุน อัญมณี จะดูแลประเทศญี่ปุ่น ลาตินอเมริกา แต่ทวีปอื่นหากมีการคุยเรื่องงานที่รับผิดชอบก็จะเข้าไปช่วยดูแลด้วย
ในส่วนของ “ดร.สุทัศน์” เชี่ยวชาญเรื่องอาเซียน ก็จะดูอาเซียน บางครั้งอาจดูแลเรื่องของออสเตรเลียก็ได้ และมีความชำนาญเรื่องภาษี สำหรับ “เกียรติ” จะดูแลเรื่องกฎหมายต่างๆ ดูการเปิดตลาดประเทศจีน โดยจะแยกกันทำงานแบ่งกันทำตามหน้าที่ เวลามีปัญหาจะดูว่าใครเป็นเจ้าภาพเรื่องนั้นๆ แต่ก็มีการทำงานเป็นทีมกรณีจะมีการแก้ไขกฎระเบียบก็ต้องมีการหารือร่วมกัน
ส่วนข้อดีของการมีผู้แทนการค้าไทย “ดร.โด่ง” บอกว่า เมื่อนำภาคเอกชนไปประเทศไหนก็ตามสามารถพาภาคเอกชนไปพบกับผู้บริหารของรัฐบาลประเทศนั้นๆ ได้ง่ายขึ้น เพราะในระดับประเทศจะให้คนระดับเดียวกันมารับหรือเจรจา
“ดร.โด่ง” ยกตัวอย่างของลักษณะงานให้ฟังว่า เร็วๆ นี้จะไปประเทศญี่ปุ่น โดยจะเข้าไปพบรัฐบาลญี่ปุ่นและองค์กรต่างๆ ของประเทศญี่ปุ่นหลายหน่วยงาน เพื่อขยายความร่วมมือการลงทุนและการค้าของทั้งสองชาติ รวมทั้งเจรจาเรื่องการเงินด้วย
สำหรับประเทศละตินอเมริกา “ดร.โด่ง” กล่าวว่า เมื่อก่อนเป็นประเทศที่ไม่ได้รับความสนใจ เพราะอยู่ไกล แต่ขณะนี้มองข้ามไม่ได้ มีประเทศขนาดใหญ่ เช่น บราซิล อาเจนตินา เปรู ชิลี เม็กซิโก แต่ละประเทศมีความสำคัญทั้งนั้น ซึ่งได้นัดเจรจากับท่านทูตของประเทศเหล่านี้ เพื่อหารือเรื่องการค้าร่วมกัน
“ดร.โด่ง” เล่าว่า ถือเป็นความโชคดีที่เคยทำหน้าที่ “กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทย" ทำให้เข้าใจระบบของหอการค้า กระทรวงอุตสาหกรรม กกร.(กรรมการร่วมภาคเอกชน) ขณะที่ "เกียรติ" เคยเป็นอดีตประธานคณะกรรมการบริหารหอการค้านานาชาติแห่งประเทศไทยมาก่อนเช่น จึงทำงานร่วมกันได้ดี
“การที่เราร่วมเดินทางไปเจรจาด้วยบางครั้งเอกชนของต่างประเทศไม่สามารถแก้ปัญหากฎระเบียบที่ออกโดยภาครัฐบาลของเขาได้ แต่ถ้าผู้แทนการค้าไทยเดินทางไปด้วยจะเข้าไปมีบทบาทในเรื่องนี้ทำให้การค้าเศรษฐกิจเร็วขึ้นและคิดว่าเศรษฐกิจเราน่าจะดีขึ้น”
สำหรับปัญหาและอุปสรรค “ดร.โด่ง” กล่าวว่า ยังไม่ค่อยมี เพราะคนยังไม่รู้ว่าบทบาทหน้าที่ของผู้แทนการค้าไทยคืออะไร ซึ่งนายกฯ ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นหน่วยเร่งประสานงานกับฝ่ายตลาด กระทรวงพาณิชย์ ฝ่ายผลิต คือกระทรวงอุตสาหกรรม การเจรจาสามารถทำได้เลย เราพูดในนามของรัฐบาลด้วย ทำให้งานเดินหน้าเร็วขึ้น โดยพยายามแก้ปัญหาให้แก่ภาคเอกชน พยายามเกาให้ถูกที่คัน และการทำงานเราต้องคิดอยู่เสมอว่าเราเป็นรัฐบาลไม่ใช่เอกชน
ส่วนสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน “ดร.โด่ง” ยอมรับว่า การเมืองสำคัญ แต่ถ้าจะรอให้การเมืองนิ่งแล้วค่อยไปคิดเรื่องเศรษฐกิจการค้าคงไม่ได้ ต้องทำควบคู่กันไป แต่ถ้าการเมืองนิ่งจะส่งผลดีต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจรัฐกับเอกชนต้องเป็นเอกภาพ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ร่วมผลักดันไปด้วยกัน
“ผมรู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์ทางการเมือง อยากให้การเมืองนิ่ง ประเทศชาติจะได้เดินต่อไปได้ ถ้าปัญหาปากท้องยังไม่แก้ไข แม้จะเลือกตั้งใหญ่ก็ไม่เกิดประโยชน์” ผู้แทนการค้าไทย กล่าวปิดท้าย



