
เตือนสาวโรงงาน...หื่นล่าข่มขืน
คดีข่มขืนสาวฉันทนาและพยายามข่มขืนสาวโรงงานเดียวกันอีกคนภายในคืนเดียว สร้างความหวาดผวาให้แก่สาวโรงงานในพื้นที่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า คนร้ายเป็นคนละคนกันหรือไม่
หญิงสาววัย 20 ปีคนหนึ่งทำงานอยู่ในโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ใน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา เลิกงานประมาณ 2 ทุ่ม ได้ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพักภายในหมู่บ้านการเคหะ หมู่ 7 ต.สูงเนิน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ห่างออกไปจากโรงงานเพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น
โดยเธอขี่รถย้อนศรกลับไปทางเข้าเมืองนครราชสีมา เส้นทางเข้าบ้านค่อนข้างเปลี่ยว สองข้างทางเต็มไปด้วยป่า แต่ก็ยังมีไฟฟ้าถนนส่องสว่างชนิดเสาเว้นเสา แม้จะไม่ให้ความสว่างจนแน่ใจในความปลอดภัย ทว่าก็ช่วยให้อุ่นใจในระดับหนึ่ง
สาวฉันทนาขี่รถออกมาได้สักพัก ก็สังเกตเห็นคนขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังมาทางกระจกมองข้าง แรกๆ เธอคิดว่าเป็นคนรู้จักเลยจอดรถ กระทั่งรถจักรยานยนต์คันที่ว่าตามมาถึงจึงแน่ใจว่าไม่เคยรู้จักชายผู้นี้มาก่อนเลย จึงพยายามขี่รถกลับบ้านโดยเร็วที่สุด
“คนร้ายรายนี้สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ เขาดึงตัวฉันเข้าป่าข้างทาง บอกว่าขอทีหนึ่ง ฉันพยายามดิ้นรนสุดชีวิต พยายามหนีให้ได้ แต่ก็สู้แรงไม่ไหว คนร้ายพยายามข่มขืนจนสำเร็จความใคร่”
หญิงสาวยืนยันด้วยสำเนียงเอียงอายว่า คนร้ายยังไม่ทันได้สอดใส่ก็สำเร็จความใคร่ข้างนอกแล้วจึงขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
หลังเกิดเหตุผู้เสียหายเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.สุรวัช ราชสูงเนิน พงส. (สบ 2) สภ.สูงเนิน เพื่อให้ดำเนินคดีกับคนร้ายรายนี้ แต่ระหว่างรับแจ้งความร้องทุกข์ พ.ต.ท.สุรวัช ก็ได้รับแจ้งจาก รพ.สูงเนิน ว่ามีหญิงสาวถูกทำร้ายโดยคนร้ายพยายามข่มขืนเข้ามารักษาตัว จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ดำรง รอดโพธิ์ทอง ผกก.สภ.สูงเนิน เดินทางไปร่วมสอบสวนที่โรงพยาบาล
หญิงสาวเหยื่อรายที่สองอายุประมาณ 32 ปี ทำงานอยู่โรงงานผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แห่งเดียวกับเหยื่อรายแรกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเธอให้พนักงานสอบสวนได้รับทราบ เริ่มจากเธอเลิกงานตอน 2 ทุ่ม และต้องขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านที่อยู่ห่างออกไปราวๆ 10 กิโลเมตร ปัจจัยแวดล้อมใกล้เคียงกับเหยื่อรายแรกคือทางกลับบ้านค่อนข้างเปลี่ยวและมืด เพราะไม่มีไฟฟ้าส่องถนน
“ตอนเกิดเหตุประมาณ 3 ทุ่มได้ ก่อนจะถึงบ้านประมาณ 300 เมตร เป็นทางโค้ง มีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ประกบแล้วใช้รถจักรยานยนต์กระแทกรถของฉัน จนเสียหลักล้มลงข้างทาง คนร้ายใส่หมวกกันน็อกเต็มใบตรงเข้ามาทำร้ายร่างกาย ทั้งทุบเตะต่อยและพยายามถอดเสื้อผ้า ฉันก็พยายามต่อสู้แล้ววิ่งหนีเอาตัวรอด แต่คนร้ายก็ตามจับได้ลงมือทำร้ายร่างกายอีก เขาพยายามข่มขืนฉัน โชคดีที่ชาวบ้านผ่านมาพอดีได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือตะโกนถามว่า เสียงผู้หญิงที่ไหนร้อง คนร้ายได้ยินก็เลยผละหนีไป”
ทั้งสองเหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันมาก จนมีคำถามเกิดขึ้นว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นคนเดียวกันหรือไม่ แต่ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็สร้างความหวาดผวาแก่สาวโรงงานในพื้นที่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคำตอบที่ออกมาเป็นคนร้ายคนเดียวกัน เขาคนนั้นเป็นใครและมีอาการทางจิตหรือไม่ ถึงได้ก่อเหตุข่มขืนและพยายามข่มขืนในเวลาติดๆ กันภายในไม่ถึงชั่วโมง !?!
พ.ต.อ.ดำรง รอดโพธิ์ทอง ผกก.สภ.สูงเนิน เปิดเผยว่า คดีที่เกิดขึ้นนี้เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนร้ายไม่น่าจะเป็นคนเดียวกัน โดยผู้เสียหายรายแรกจดจำตำหนิรูปพรรณคนร้ายได้ เป็นชายอายุไม่น่าจะเกิน 30 ปี สวมหมวกกันน็อกสีดำ ส่วนผู้เสียหายรายที่สองไม่สามารถจดจำตำหนิรูปพรรณคนร้ายได้เลย เพียงแต่ระบุว่าคนร้ายสวมหมวกกันน็อกสีขาวเท่านั้น
“คดีลักษณะนี้ในพื้นที่ สภ.สูงเนิน เกิดขึ้นไม่มากนัก หรือถ้าเกิดขึ้นก็สามารถจับคนร้ายได้ แต่คดีนี้คนร้ายอาจเป็นคนในพื้นที่ก็ได้ ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนกำลังหาข่าว เพื่อประกอบการสืบสวนสอบสวนอยู่ เบื้องต้นก่อนเกิดเหตุโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ของผู้เสียหายทั้งสองคน ซึ่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่ตั้งอยู่ริมถนนก็ประกาศเตือนให้พนักงานสุภาพสตรีระมัดระวังตัวขณะเดินทางกลับบ้านอยู่แล้ว ตำรวจเองก็หมั่นออกตรวจตามเส้นทางต่างๆ แต่ก็มีอุปสรรคเพราะเส้นทางเข้าออกเชื่อมกันมีเกือบ 10 เส้นทาง จึงไม่สามาถคาดเดาได้ว่าคนร้ายดักซุ่มลงมือตรงจุดไหน” พ.ต.อ.ดำรง กล่าว
ในคำถามเดียวกันข้างต้นหากคนร้ายเป็นคนคนเดียวกันทั้งสองเหตุการณ์ เขามีปัญหาทางจิตหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ให้ความเห็นว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนร้ายที่ก่อเหตุไม่ใช่ผู้ป่วยโรคจิต เพียงแต่มีปัญหาด้านจิตใจ อาจถูกกระตุ้นจากยาเสพติดหรือของมึนเมา ตลอดจนคลิปหรือวิดีโอโป๊เป็นแรงกระตุ้นทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ เพราะฉะนั้นหากสิ่งเหล่านี้ไปกระตุ้นเขาก็ต้องหาทางระบายออกโดยวิธีการต่างๆ กรณีที่เกิดขึ้นที่สูงเนินก็อาจเป็นลักษณะนี้ หรือถ้าเป็นช่วงวัยรุ่นก็เพิ่มการแสดงออกมากขึ้น ดังนั้นผู้ก่อเหตุไม่ถือว่าเป็นผู้ป่วยโรคจิต แค่มีปัญหาเพียงเท่านั้น



