ข่าว

ค้าปลีกมองเห็นสัญญาณศก.ฟื้นเตรียมผุดสาขาใหม่ครึ่งปีหลัง-ชี้การเมืองต้องนิ่ง

ค้าปลีกมองเห็นสัญญาณศก.ฟื้นเตรียมผุดสาขาใหม่ครึ่งปีหลัง-ชี้การเมืองต้องนิ่ง

08 ก.ค. 2552

ค้าปลีกประเมินเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณฟื้น ครึ่งปีหลังเตรียมขยายสาขาใหม่เพิ่ม เซ็นทรัล ฟู้ดลุย 10-20 แห่ง ส่วนคาร์ฟูร์ผุดอีก 7 แห่งทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด กระตุ้นรัฐสร้างความเชื่อมั่น ซีอาร์ซีแนะลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยเหลือ 0% ดันไทยจุดหมายของการช็อปปิ้

 น.ส.ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหารเครือข่ายร้านซูเปอร์มาร์เก็ตภายใต้ชื่อท็อปส์ ซูเปอร์ ท็อปส์มาร์เก็ต ท็อปส์เดลี่ และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้น ทำให้ครึ่งปีหลังนี้เตรียมเปิดสาขาใหม่เพิ่ม 10-20 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นร้านท็อปส์ เดลี่ ซึ่งมีสาขาอยู่เพียง 15 แห่งคาดว่าจะมีสาขาท็อปส์ เดลี่ ไม่ต่ำกว่า 30 แห่งในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบัน ท็อปส์มีสาขารวม 114 แห่งทั่วประเทศ

 สอดคล้องกับน.ส.ประภาพรรณ พลอยแสงงาม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นคาร์ จำกัด ผู้บริหารร้านค้าปลีก “คาร์ฟูร์ ไฮเปอร์มาร์เก็ต” ที่ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง คาร์ฟูร์จะมีการขยายสาขาเพิ่มอีก 7 แห่งทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จากช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมาเปิดสาขาใหม่ไปแล้ว 3 แห่ง รวมเปิดสาขาใหม่ 10 แห่งในปีนี้ตามเป้าหมายเดิม

 ด้านนายทศ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ซีอาร์ซี) กล่าวว่า ขณะนี้สัญญาณบวกต่อธุรกิจยังไม่ชัดเจน แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะไม่แย่ลงกว่านี้ และรัฐต้องสร้างความเชื่อมั่นการบริโภค ด้วยการทำให้สถานการณ์การเมืองนิ่งให้เร็วที่สุด ซึ่งซีอาร์ซีในฐานะผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ได้หารือกับบริษัทคู่ค้ากว่า 6,500 ราย ถึงแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เห็นว่ารัฐควรพิจารณาลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยเหลือ 0% โดยเร่งด่วน เพื่อผลักดันให้ไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางแห่งการช็อปปิ้ง

 นางชฎาทิพ จูตระกูล ผู้บริหารสูงสุด ศูนย์การค้าสยามพารากอน กล่าวว่า มาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาลมาถูกทาง แต่ยังต้องตอกย้ำความเชื่อมั่นในสายตาคนไทย ต่างชาติ และให้ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่ออนาคตประเทศไทยให้มากขึ้น โดยในส่วนของสยามพารากอนในครึ่งปีหลังนี้ จะเพิ่มความถี่และงบประมาณทำตลาดต่างประเทศมากขึ้น และเดินสายโรดโชว์ เน้นสร้างแพ็กเกจดึงนักท่องเที่ยวมายังสยามพารากอนร่วมกับพันธมิตรธุรกิจ นอกจากนี้ยังมุ่งดึงงานแฟร์ งานประชุมสัมมนา ต่างประเทศเข้ามาจัดในรอยัลพารากอนฮอลล์มากขึ้น จะเป็นเครื่องมือตอกย้ำภาพลักษณ์ไทย ในสายตาของชาวต่างชาติ

 ขณะที่กลุ่มผู้ผลิตสินค้ามองว่า ภาวะการจับจ่ายจะกระเตื้องขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากกำลังซื้อผู้บริโภคยังมีความอ่อนไหว หากได้รับผลจากปัจจัยน้ำมันและการเมือง ทำให้ผู้ผลิต-นักการตลาดคาดหมายว่าสถานการณ์จับจ่ายในครึ่งปีหลัง อาจจะไม่คึกคักเท่าที่ควร จึงต้องปรับแผนกลยุทธ์การตลาดอย่างหนัก เพื่อกระตุ้นยอดขายตลอดครึ่งปีหลัง