
ถ้าชอบกดไลค์ถ้าใช่กดแชร์
ถ้าชอบกดไลค์ถ้าใช่กดแชร์ : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
ผู้คนในทุกวันนี้ มีความใกล้ชิดกันมากกว่าแต่ก่อน แต่กลับมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันน้อยลง ซึ่งปัจจัยทั้งสองประการนี้เกิดจากสิ่งเดียวกัน คือการพัฒนาด้านการคมนาคมและการสื่อสารโทรคมนาคม
ในสมัยก่อนนั้น ถนนหนทางและยานพาหนะยังมีไม่มาก แต่คนเราก็มีการเดินทางไปมาหาสู่หรือเยี่ยมเยียนกันเป็นประจำ ไม่เช่นนั้นก็ใช้วิธีเขียนจดหมายถึงกัน การรับจดหมายจากใครสักคน เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น เพราะกว่าจะเขียนจดหมายเสร็จ ส่งไปรษณีย์ไปยังผู้รับ และรอคอยจดหมายตอบกลับมา เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยอุตสาหะและความอดทนไม่ใช่น้อย แต่ก็เป็นทั้งความหวังและความสุขลึกๆ ความหวัง คือหวังว่า เมื่อผู้รับได้รับจดหมายแล้วพอใจ ชอบใจและตอบกลับมา ความสุขคือ การได้คิด ได้เขียน และได้อ่าน จดหมาย ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์หรือแรมเดือน มีคนพูดว่าการเขียนจดหมายถึงกันเป็นอะไรที่คลาสสิกมาก
แต่เมื่อโลกก้าวหน้าไป คนเราก็หันมาใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัยในการติดต่อกัน เริ่มด้วยโทรศัพท์ ซึ่งสามารถสื่อสารกันได้ในทันที ไม่ต้องรอคอยการตอบโต้เช่นจดหมาย ต่อมาก็เป็นแฟกซ์ ซึ่งเป็นการส่งข้อความและรูปภาพได้รวดเร็วขึ้นไปอีก จนถึงสื่อออนไลน์เช่นในปัจจุบัน แต่ความสะดวกสบายเหล่านั้น ได้ทำให้ความงดงามของการสื่อสารขาดหายไป ไม่ว่าจะในเรื่องของรูปแบบ วิธีการ รวมถึงการใช้ภาษา เพราะคนจะพูดอะไรที่สั้นลง ไม่คำนึงถึงความถูกต้องของภาษา เกิดสำนวนใหม่ๆ ที่เน้นด้านความรู้สึก ความทันสมัย จนในที่สุดก็ใช้สติกเกอร์แทนคำพูด
มีผู้เล่าให้ฟังว่า ทุกวันนี้เทคโนโลยีในการสื่อสาร ทำให้คนหนุ่มสาวอยู่ในโลกวจีหรือโลกเสมือนจริง ยิ่งกว่าโลกของความเป็นจริง สมาชิกในครอบครัวต่างก็ก้มหน้าก้มตาเล่นไอแพด ไอโฟน หรือแชท กับเพื่อนที่อยู่ห่างไกล ซึ่งไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงมากกว่าจะพูดคุยกับคนในครอบครัวเดียวกัน และบางครั้งการจะติดต่อสื่อสารกันก็ต้องทำผ่านไลน์ หรือเฟซบุ๊ก และมักจะรู้เรื่องราวของคนภายนอกมากกว่าคนในบ้านเสียด้วยซ้ำ-การเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้ เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นแทบทุกหนทุกแห่งในโลกที่ระบบโทรคมนาคม มีขอบข่ายครอบคลุมไปถึง และเป็นเรื่องที่ต้องทำใจให้ยอมรับในความเป็นไป
อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่ยังรำลึกถึงบรรยากาศเก่าๆ ของการไปมาหาสู่กัน เยี่ยมเยียนกัน เขียนจดหมาย หรือแม้แต่โทรศัพท์หากัน สิ่งที่พอจะทำได้ก็คือลงมือไปเยี่ยมเยียนเพื่อนฝูงญาติมิตร เขียนจดหมายถึงกัน หรือโทรศัพท์พูดคุยกันเป็นครั้งคราว ซึ่งการรักษาปฏิสัมพันธ์ในลักษณะนี้ อาจจะทำให้เรามีความสุข และหลีกลี้จากโลกเสมือนจริงกลับไปสู่โลกของความจริงที่มีชีวิตชีวา มีอารมณ์ มีความรู้สึก ไม่ใช่โลกอันแห้งแล้ง ที่มีแต่ “ถ้าชอบ กดไลค์ ถ้าใช่ กดแชร์” หรือสติกเกอร์ที่แทนคำพูดต่างๆ ซึ่งนับวันจะยิ่งทำให้เราเขียนหนังสือ ใช้ภาษา หรือบอกกล่าวความรู้สึกนึกคิดของเราเองไม่เป็น
ครับ คงไม่มีสิ่งใดที่จะสื่อความรู้สึกของเราออกมาได้ดีเท่ากับการพูดและการเขียน แต่ถ้าเราละเลยเรื่องนี้ และมุ่งแต่ใช้ภาษาอิเล็กทรอนิกส์ แทนภาษามนุษย์ อีกหน่อยเราก็อาจจะไม่พูดกัน ไม่เขียน ไม่อ่านอะไร ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นเราก็จะมีชีวิตอยู่ในกองขยะอิเล็กทรอนิกส์ และซากปรักหักพังของภาษาไทยที่ไร้คนเหลียวแลก็ได้นะครับ



