
'เชลซี'หวังตีแมวนำห่าง9แต้ม
28 พ.ย. 2557
'เชลซี' เต็มสูบ เตรียมขนดาวดังบุก 'ซันเดอร์แลนด์' ศึกพรีเมียร์ลีก คืนวันที่ 29 พ.ย. ลุ้นคว้าชัยนำห่าง 9 แต้ม ด้าน 'ปีศาจแดง' เดี้ยงเพียบเปิดบ้านรับ 'เสือลาย'
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายนนี้ มีลงสนาม 8 คู่ โดยคู่เอกจะอยู่ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ของ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ ที่จะรับการมาเยือนของ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมจ่าฝูง เวลา 00.30 น. โดยเกมนี้เชลซีของชูเซ มูรินโญ ที่หากบุกมาคว้าชัยชนะได้สำเร็จ ก็จะทิ้ง "นักบุญ" เซาแธมป์ตัน ที่มีคิวเตะกับ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี ออกไปเป็น 9 แต้ม ไม่มีปัญหาในเรื่องการจัดตัวผู้เล่น ที่ไม่มีใครบาดเจ็บหรือติดโทษแบน สามารถส่งทัพใหญ่ลงสนามได้เต็มอัตราศึก โดยจะมี ดิเอโก คอสตา เป็นตัวหอกตัวเป้า และเอดอง อาซาร์ด กับ เชส ฟาเบรกาส เป็นตัวบัญชาเกมในแดนกลางเหมือนเดิม
ด้านทีมแมวดำของกุนซือกุสตาโว โปเยต์ ที่อยู่อันดับ 14 ที่นัดนี้ก็ต้องการชัยชนะเพื่อหนีโซนตกชั้น เนื่องจากมีแต้มห่างจาก "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ทีมอันดับ 18 พื้นที่ตกชั้นทีมสุดท้าย เพียง 3 แต้มเท่านั้น แต่ผลงานโดยรวมถือว่าไม่ดีนัก โดยเฉพาะเกมเหย้าที่ชนะได้เพียงครั้งเดียวตั้งแต่สัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม จะไม่มีตัวริมเส้นที่เจ็บพร้อมกันถึง 3 คน คือ เอมมานูเอเล จัคเครินี ปีกอิตาเลียน และ แพทริก ฟาน อานโฮลท์ กับ บิลลี โจนส์ แบ็กซ้าย-ขวา โดยตัวความหวังจะยังเป็น เซบาสเตียน ลาร์สสัน กับ สตีเวน เฟลทเชอร์
สำหรับสถิติที่พบกัน เชลซี ข่มชัดเจน เพราะหากนับเฉพาะเกมที่พบกันในลีก นับตั้งแต่ปี 2003 "สิงโตน้ำเงินคราม" บุกมาชนะถึง 9 ฤดูกาลติดต่อกัน และการพบกัน 8 เกมหลังสุดรวมทุกถ้วย นับตั้งแต่ปี 2011 เด็กของมูรินโญ ชนะ 6 เกม ส่วน ซันเดอร์แลนด์ ชนะ 2 เกมเท่านั้น
ส่วนอีกคู่ที่น่าสนใจ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จะเปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด รอรับการมาเยือนของ "เสือลาย" ฮัลล์ เวลา 22.00 น. โดย หลุยส์ ฟาน กัล ผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่งนำลูกทีมบุกไปชนะ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล 2-1 ทำให้แข่ง 12 นัด มี 19 แต้ม แม้จะตามหลัง เชลซี ถึง 13 แต้ม แต่ก็มากพอที่จะขึ้นมาอยู่อันดับ 4 พื้นที่ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทีมสุดท้าย หากชนะเกมนี้ ก็จะไล่กดดัน "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี แชมป์เก่าและคู่ต่อสู้ร่วมเมือง ที่อยู่อันดับ 3 แข่งน้อยกว่า 1 นัด เหลือ 2 แต้ม
นอกจากนั้นผู้เล่นยูไนเต็ด ถือว่าอยู่ในช่วงมั่นใจเมื่อชนะในลีกมาแล้ว 2 เกมรวด ทั้งเหย้า-เยือน พุ่งจากอันดับ 9 มาติดกลุ่ม "ท็อปโฟร์" แม้จะมีผู้เล่นที่ยังเจ็บอยู่ถึง 5 คน ได้แก่ ดาลีย์ บลินด์, ราดาเมล ฟัลกัล, ฟิล โจนส์, เจสซี ลินการ์ด, มาร์กอส โรโฮ และต้องเช็กฟิต ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายที่เจ็บจากเกมชนะ อาร์เซนอล แต่ข่าวดีคือจะได้ จอนนี อีแวนส์ กับ อันเดร์ เอร์เรรา หายเจ็บกลับมา ขณะที่การจัดตัวนั้นก็น่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก โดยจะมี โรบิน ฟาน เพอร์ซี เป็นกองหน้าตัวเป้า โดยมี เวย์น รูนีย์ กับ อังเคล ดิ มาเรีย เป็นตัวเปิดทางเช่นเดิม
สำหรับสถิติที่พบกัน แมนฯ ยูไนเต็ด ดีกว่ามากเมื่อเป็นฝ่ายชนะมา 9 เกมติดต่อกันรวมทุกถ้วย ทั้งเหย้า-เยือน โดยหนสุดท้ายที่ "ปีศาจแดง" เป็นฝ่ายแพ้ต้องย้อนหลังไปถึงฤดูกาล 1974-1975 หรือเมื่อ 4 ทศวรรษก่อน ที่ขณะนั้นทั้งคู่ยังอยู่ในดิวิชัน 2 (ลีก แชมเปียนชิพ ขณะนี้)
ส่วนคู่อื่น เวลา 19.45 น. เวสต์บรอมวิช อัลเบียน พบ อาร์เซนอล, เวลา 22.00 น. เวสต์แฮม พบ นิวคาสเซิล, สวอนซี พบ คริสตัล พาเลซ, เบิร์นลีย์ พบ แอสตัน วิลลา, ลิเวอร์พูล พบ สโตค, ควีนส์ปาร์ค พบ เลสเตอร์
--------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



