ข่าว

กรมศิลป์อึ้ง!เทวรูปศักดิ์สิทธิ์ของกลาง

กรมศิลป์อึ้ง!เทวรูปศักดิ์สิทธิ์ของกลาง

27 พ.ย. 2557

กรมศิลป์อึ้ง!เทวรูปศักดิ์สิทธิ์ของกลางคดี‘พงศ์พัฒน์’ ยอดรวม30,000ชิ้น แถมของปลอมปน เร่งแยกประเภท ตรวจสอบของจริง ของปลอม เตรียมแถลงรายละเอียด 28 พ.ย.นี้

              เมื่อวันที่ 27 พ.ย. นายบวรเวท รุ่งรุจี อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากรส่งเจ้าหน้าที่กลุ่มทะเบียนโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ภัณฑารักษ์ตรวจโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุ ที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจยึดเป็นของกลางจากเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผบ.ชก. ได้นั้น พบว่ามีโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุจำนวนมากกว่า 20,000 ชิ้น  รวมทั้งมีเครื่องสังคโลก เครื่องเคลือบ เครื่องทอง ถ้วยจีน อีก กว่า 10,000 ชิ้น  รวมทั้งหมดกว่า 30,000 ชิ้น ซึ่งขณะนี้ได้ปะปนกันอยู่

              ดังนั้น ทางกรมศิลปากร จะต้องทำการแยกประเภท ของแต่ละชิ้นว่า อะไรเป็นโบราณวัตถุ  หรือ ศิลปวัตถุ  จากนั้น จะมีการตรวจสอบขั้นต่อไป โดยพิจารณาว่า เป็นของจริง หรือ ของปลอม ทั้งนี้เนื่องจากตลาดการค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุนั้นมีการทำขึ้นมาปลอมแปลง  และเลียนแบบ เพื่อนำมาขายทอดตลาดจำนวนมาก  อีกทั้งมีการตั้งราคาไว้สูง  ทำให้มีความต้องการที่จะมีไว้ครอบครองจำนวนมาก อย่างไรก็ตามเท่าที่เห็นจากภาพที่เจ้าหน้าที่ได้ถ่ายและรายงานมาที่ตน เห็นว่า บางชิ้นไม่น่าจะเป็นโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุของแท้ 

              อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวอีกว่า กรมศิลปากร  จะส่ง คณะกรรมการตรวจพิสูจน์ ประเมินค่าทรัพย์สินโบราณวัตถุ และ ศิลปวัตถุ ไปตรวจสิ่งต่างๆ ของอย่างละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง  โดยจะต้องตรวจสอบอ้างอิงหลักฐานทางวิชาการ และประวัติศาสตร์ ในแต่ละยุคสมัย  ขณะเดียวกัน จะสอบสวนถึงที่มาที่ไปของการครอบครองโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุจากผู้ครอบครองเป็นรายบุคคลด้วย โดยต้องมีการชี้แจงว่าได้มาจากไหน เมื่อไหร่ และเหตุผลของการครอบครอง 

              เพราะบางชิ้น อาทิ เทวรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่เคยอยู่ในเทวสถาน  หรือ พระพุทธรูป ที่อยู่ในวัด แต่เหตุใดมาอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ได้ ซึ่งของทุกอย่างต้องมีที่มาที่ไป ทั้งนี้ แม้ว่ากฎหมายไม่ได้ห้ามไม่ให้ประชาชนครอบครองโบราณวัตถุ หรือ ศิลปวัตถุ แต่การครอบครองนั้น จะต้องชอบด้วยกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากพบว่าการครอบครอง และได้มาแบบมิชอบด้วยกฎหมาย จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535 ทั้งนี้ กรมศิลปากรจะมีการแถลงข่าวถึงความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ในวันที่ 28 พ.ย. เวลา 12.30 น.

ตร.เตรียมฝากขัง5ผู้ต้องหา

              เมื่อเวลา 13.00น. วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ต.อ.ฤทธิกร สายสนั่น ณ อยุธยา ผกก.สน.พระโขนง เปิดเผยถึงกรณีการออกหมายจับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.ท.พงษ์พัฒน์เพิ่มเติมอีก 5 คน กล่าวว่า ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะนำตัวไปควบคุมสถานที่ใด

              ด้าน พล.ต.ต.ชวลิต ประสพศิลป์ ผบก.น.5 กล่าวว่า ผู้ร่วมกระทำความผิดที่เหลืออีกจำนวน 3 ราย เบื้องต้นได้รับรายงานว่าจะมีการเดินทางมามอบตัวที่ บก.น.5 (บช.น.) เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าว โดยหลังจากนี้จะทำการตรวจสอบข้อหาทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ฝากขังศาลอาญา รัชดาฯในวันพรุ่งนี้( 28 พ.ย )ต่อไป

ผบช.น.เผยสอบปากคำอยู่

           พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. กล่าวว่า ขณะยังอยู่ระหว่างการประสานงานในการส่งมอบตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสอบปากคำเพิ่มเติม คาดว่าจะได้ในช่วงเย็นไม่เกิน 21.00 น. ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวยังไม่สามารถสรุปสำนวนคดีให้เสร็จสิ้นได้ เพราะยังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน ขณะนี้ได้สอบปากคำผู้ต้องหาไปบางส่วนแล้ว 2 ราย ที่เหลืออยู่ก็รอการประสานจากทางเจ้าหน้าที่ทหารที่เกี่ยวข้องควบคุมนำตัวมาพบพนักงานสอบสวนสอบปากต่อไป ขณะนี้ทางบช.น.ยังไม่ได้มีการตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้แต่อย่างใด เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนคดีทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง โดยบช.น.เป็นผู้ปฏิบัติ ส่วนจะมีการรวบสำนวนเดียวกันกับพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์พร้อมพวกหรือไม่นั้น ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ ทั้งนี้ คดีดังกล่าวอยู่ในอำนาจที่โรงพักสามารถดำเนินการได้


"สมยศ"เร่งจี้ตำรวจเอี่ยวส่วยน้ำมันเถื่อน

            เมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมีรายชื่อกับการรับส่วยน้ำมันเถื่อน จากนายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือ เสี่ยโจ้ นักธุรกิจภาคใต้ ว่า อย่าให้ตนระบุชื่อคนนั้นคนนี้ออกไป เพราะว่าไม่ควรจนกว่าการสอบสวนทางคดีออกมาชัดเจนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขณะนี้มีสำนวนการสอบสวนอยู่ในมือ จะเร่งรัดให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด รวมทั้งทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ก็มีการทำหนังสือมาที่ตน ให้มีการเร่งรัดสำนวนการสืบสวนสอบสวน ซึ่งตอนนี้สำนวนตกค้างอยู่ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดยจากนี้ต่อไปจะมีการดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว ส่วนจะเกี่ยวข้องถึงใครต่อไปนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน

    ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องเงินจากขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนทางภาคใต้ที่มี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ อดีต ผบช.ก. เข้าไปพัวพัน ตรงนี้มีข้อมูลหรือไม่ ทาง พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ก็เป็นข่าวอย่างที่สื่อและสังคมตั้งข้อสงสัย แต่ถ้าจะพูดต้องดูจากหลักฐาน จากผลการสอบสวน ต้องขอเวลาในการสืบสวนสอบสวน พนักงานสอบสวนจะได้มีการสรุปสำนวนขึ้นมา ถ้าผลออกมาอย่างไรจะมีการแถลงข่าวให้สื่อมวลชนทราบอีกครั้ง

    ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า วันที่ไปตรวจยึดทรัพย์สินบ้านเสี่ยโจ้ มีการยื่นเงินให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2-3 นาย ได้มีการตรวจสอบหรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า มีการตรวจพบบัญชีพนักงานของเสี่ยโจ้บันทึกไว้  แต่ว่าเป็นการบันทึกฝ่ายเดียว ทางเราไม่มีหลักฐานว่าใครรับหรือไม่รับ ทั้งนี้ต้องเอาบุคคลที่บันทึกคนที่จ่ายมาตอบข้อซักถามกับพนักงานสอบสวน ซึ่งบัญชีพวกนี้ตนมีอยู่ในมือ หรือพูดง่ายๆว่ามีโพยใครรับใครจ่าย แต่ทั้งนี้ก็เป็นการบันทึกของเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานที่ดูแลควบคุมบัญชีฝ่ายเดียว ส่วนรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่ปรากฏในบันทึก มีทุกหน่วยงานที่ยังเป็นข่าว โดยรายชื่อในบัญชีที่เห็น ตนไม่รู้จักเลย บางทีก็เป็นชื่อย่อชื่อเล่น โดยทางเราก็ต้องมีการแยกแยะออกมาว่า ชื่อย่อคนนี้คือใคร เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ ในส่วนที่ตนรับผิดชอบ ก็คือส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็จะมีการสืบสวนสอบสวนว่าคนที่ไปรับเงินนั้นจริงหรือไม่ แต่ถ้าสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานพาดพิงและเกี่ยวข้องกับใคร ทางเราก็จะมีการดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

    ผู้สื่อข่าวถามว่า มียอดเงินสูงหรือไม่ ในการส่งส่วยแต่ละครั้งของเสียโจ้ และมีรายชื่อ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ พล.ต.ต.โกวิทย์ พล.ต.ต.บุญสืบ หรือไม่ในบัญชี ผบ.ตร. กล่าวว่า มียอดเงินค่อนข้างสูง แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ว่ามีใครบ้าง ส่วนกรณีที่เสี่ยโจ้หลบหนีนั้น ตนยังไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้

            ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า วันนี้จะมีการออกหมายจับเพิ่มอีกหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับพนักงานสืบสวนสอบสวน ที่ยังมีการสอบสวนอยู่เรื่อยๆ ถ้ามีการเชื่อมโยงเกี่ยวข้องถึงใคร ก็จะมีการดำเนินการออกหมายจับ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า มีรายชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเกือบครึ่งร้อย เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ นั้น ทางเรากำลังตรวจสอบดูอยู่ แต่ว่าไม่ถึงร้อย เพราะคงเป็นไปไม่ได้ แต่จะให้ความเป็นธรรมต่อทุกคน จะไม่มีการล้างบาง หรือทำให้ทุกคนหวาดกลัว ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใน บช.ก. ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เพราะผู้กระทำผิดรู้ตัวอยู่แล้ว

            ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้เห็นรายชื่อแล้วรู้สึกตกใจหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า เห็นรายชื่อบ้างแล้ว แต่ยังไม่เห็นทั้งหมด มีตำรวจทุกระดับยศ ซึ่งไม่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะอยู่ในระดับใด หรือจะเป็นใครก็ตาม ถ้าทำผิดกฎหมายในยุคสมัยตน ขออนุญาตทำหน้าที่รักษากฎหมาย และบังคับใช้กฎหมาย ส่วนการขยายผลต้องรอดูและทำการตรวจสอบ ซึ่งในขณะนี้พนักงานสอบสวนได้มีการเรียกตัวมาคุย และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม แต่ตนยังไม่ได้เรียกใครมาคุยเป็นการส่วนตัว

ดีเอสไอตั้งกรรมการสอบเจ้าหน้าที่

             นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า ได้ลงนามคำสั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีมีข้อมูลระบุถึงเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ อย่างน้อย 3 คน เกี่ยวข้องกับเครือข่ายรับส่วย จากนายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือเสี่ยโจ้ นักธุรกิจภาคใต้ ที่เชื่อมโยงเรื่องสินบนกลุ่มพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยเบื้องต้น ให้ตรวจสอบว่า ข้อมูลเป็นชื่อเล่น เป็นบุคคลใดกันแน่ ใช่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอหรือไม่ และในช่วงเวลาที่ระบุถึง เจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่มีรายชื่อ ได้รับมอบหมายจากกรมให้ลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ ทั้งนี้ หากพบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เกี่ยวข้องกับการรับส่วย หรือเชื่อมโยงกับเครือข่ายอดีตผบช.ก.ดีเอสไอ จะดำเนินการตามระเบียบราชการต่อไป หากการสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีมูลก็จะนำไปสู่การตั้งกรรมการสอบวินัยต่อไป โดยสั่งการให้เร่งสอบข้อเท็จจริงให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว เพื่อความโปร่งใสและให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหาด้วย และเนื่องจากกรณีนี้ เป็นคดีสำคัญที่สังคมติดตามและให้ความสนใจ ดีเอสไอ จึงยิ่งต้องพิสูจน์ให้โปร่งใส

             อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า สำหรับพฤติกรรมที่ถูกกล่าวหา คือ มีการเรียกรับผลประโยชน์ แต่ต้องให้ความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมา ดีเอสไอ ถูกนำไปแอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์ในบางกรณี อย่างไรก็ตาม คดีของอดีตผบช.ก.และเครือข่าย ตำรวจได้ดำเนินการมาแล้วตั้งแต่ต้น ดีเอสไอ จึงมีหน้าที่เพียงสนับสนุนข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อเสริมการทำงานเท่านั้น