
ประวิตรพร้อมรับมือปมประหาร4ผู้ก่อความไม่สงบ
27 พ.ย. 2557
"ประวิตร"เผยจนท.พร้อมรับมือหากหลังศาลตัดสินประหาร 4 ผู้ก่อความไม่สงบ เชื่อคุมสถานการณ์ได้หลังมือดีโปรยใบปลิวโจมตีชี้แสดงความคิดเห็นคิดได้แต่อย่าทำให้แตกแยก
วันที่ 27 พ.ย.57 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลจังหวัดปัตตานี มีคำสั่งให้ประหารชีวิต 4 ผู้ก่อความไม่สงบ ใช้อาวุธสงครามกราดยิงทหารจนเสียชีวิต ว่า เป็นเรื่องของกระบวนการศาลที่ตัดสินไปตามพยายามหลักฐาน คงไม่ไปก้าวล่วง ส่วนการเตรียมมาตรการป้องกันหากผู้ก่อความไม่สงบโกรธแค้นและตอบโต้เจ้าหน้าที่นั้น เรามีความพร้อมในการรับมืออยู่แล้ว
รมว.กห. เชื่อคุมสถานการณ์ได้ หลังมือดีโปรยใบปลิวโจมตี
พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกลุ่มที่ออกมาต่อต้านการทำงานของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ว่า มีเพียงเล็กน้อย ซึ่งมั่นใจว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และเชื่อว่าเหตุการณ์จะไม่บานปลาย เพราะประชาชนเข้าใจดีว่า คสช.และรัฐบาลกำลังดำเนินการอะไรบ้าง จะมีก็เพียงแค่สื่อเท่านั้นที่ยังไม่เข้าใจ
เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่มนักวิชาการเสนอให้มีการผ่อนปรนกฎอัยการศึก พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ในประเทศมีนักวิชาการกี่คน แต่ละคนก็คิดแตกต่างกันไป ก็สามารถคิดได้ แต่อย่างดำเนินการให้เกิดความขัดแย้ง ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าคนไทยส่วนใหญ่เข้าใจดี
“เราจะทำทุกอย่างให้เป็นประชาธิปไตยให้มากที่สุด คสช.ไม่ได้ไปกดขี่ข่มเหงใคร เพียงแต่ขอให้หยุดการดำเนินการทางการเมืองเอาไว้ก่อน เพื่อให้รัฐบาลและ คสช.ได้แก้ปัญหาพร้อมวางรากฐานให้กับประเทศ เวลา 1 ปี คงไม่นาน คงรอได้” พล.อ.ประวิตร กล่าว
เมื่อถามถึง กรณีที่มีคนโปรยใบปลิวโจมตี คสช.และรัฐบาล พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรากำลังหาตัวอยู่ มีที่จับมาได้ก็สารภาพว่าทำกัน 2 คน และไม่มีคนอยู่เบื้องหลัง ทั้งนี้เรื่องความคิดเห็นสามารถคิดกันได้ แต่อย่าทำให้เกิดความแตกแยก เพราะขณะนี้สังคมต้องการความรักความสามัคคี อยากให้สื่อช่วย คสช.และรัฐบาล เพราะเราเองก็ไม่เคยกีดกันสื่อ รัฐบาลทำตรงไปตรงมาตลอดและมีความจริงใจทำให้ประชาชน
เมื่อถามว่า ห่วงว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีกหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะถามทำไม ถามให้เกิดเหตุการณ์ให้ได้ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทุกคนก็พูดอยู่เสมอว่าเราเดินตามโรดแม็ป หากรัฐธรรมนูญเรียบร้อย การเลือกตั้งก็จะเกิดขึ้นได้ในปี 2559 เราคิดเอาไว้อย่างนั้น ขณะนี้ทุกอย่างกำลังเดินหน้าอยู่ ทางคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ สภาปฎิรูปแห่งชาติ(สปช.) สภานนิติบัญญัติ (สนช.)กำลังทำงานกันอยู่
ชี้ ตร.รับสินบน-แอบอ้างเบื้องสูง เป็นเรื่องส่วนบุคคลไม่เกี่ยวองค์กร
พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงการปฎิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ภายหลังมีการจับกุมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ว่า ทาง สตช.กำลังสะสางปัญหาอยู่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับส่วนบุคคล ไม่ใช่องค์กร
เมื่อถามว่า การดำเนินการดังกล่าวทำกันเป็นขบวนการใหญ่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบว่าใหญ่หรือไม่ เพราะต้องดูจากผลการสอบสวนเป็นหลัก การดำเนินการทุกอย่างมีกฎหมาย ระเบียบของ สตช.รองรับอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมอบนโยบายอะไรเพิ่มเติม
เมื่อถามว่า ในส่วนที่มีตำรวจแอบอ้างเบื้องสูงเพื่อหาผลประโยชน์มีจำนวนมากน้อยแค่ไหน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบ เชื่อว่า ทาง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. สามารถดูแลกำลังพลและชี้แจงทุกขั้นตอนได้อยู่แล้ว เมื่อถามว่า เรื่องซื้อขายตำแหน่ง จะลงไปกำกับดูแลด้วยตัวเองหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนจะรู้หรือไม่ว่าจะมีการซื้อขายตำแหน่งกัน หากทำกันใต้โต๊ะ แต่ในระบบไม่มีอยู่แล้ว ทั้งนี้การการปรับตำแหน่งของ สตช. ต้องทำตามขั้นตอน โดยให้ผู้บังคับบัญชาเสนอชื่อผู้ใต้บังคับบัญชาขึ้นมา
“ ผมจะดูแลให้ดีที่สุด มั่นใจว่าตำรวจทุกนาย มีความรักในเกียรติยศและศักดิ์ศรี ไม่ทำอะไรเสียหาย และผมก็ไม่รู้สึกหนักใจอะไร เพราะเป็นเรื่องของตัวบุคคลไม่ใช่องค์กร เราต้องยอมรับว่า ทุกองค์มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ทั้ง ตำรวจ ทหาร หรือแม่แต่องค์กรสื่อเองก็เช่นกัน ทุกคนที่อยู่ที่นี้ ไม่ใช่ว่าจะเป็นคนดีทุกคน สื่อบางคนก็ไม่ดี แต่ส่วนใหญ่เป็นคนดีมากกว่าไม่ดี อย่างไรก็ตาม รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องของการปราบปรามการทุจริตและคอรัปชั่น เพื่อถือเป็นวาระแห่งชาติ“ พล.อ.ประวิตร กล่าว
เน้นย้ำ หน.ส่วนราชการ เตรียมแผนรับมือภัยคุกคามประเทศ-ภัยพิบัติธรรมชาติ
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สโมสรทหารบกเทเวศร์ พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน ในการประชุมชี้แจงและมอบนโยบายการดำเนินการงานยุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อมแห่งชาติ ให้แก่หัวหน้าหน่วยงานส่วนกลางและจังหวัด ทั้งฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรที่เกี่ยวข้องรวม 125 หน่วยงาน
โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวก่อนเปิดการประชุม ว่า งานในวันนี้ เป็นงานที่ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้วางแผนมาก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนและเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ถือเป็นงานปกติ ที่ได้จัดประชุมชึ้นเพื่อรองรับภัยคุกคามต่างๆ รวมถึงภัยพิบัติตามธรรมชาติ ที่ทาง สมช.ได้พิจารณาว่าควรเตรียมไว้อย่างไร เพื่อให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ได้ไปเตรียมการ โดยการประชุมดังกล่าวผ่านการเห็นชอบของ คสช. ตามกรอบที่ได้วางไว้ตั้งแต่เดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ถือเป็นงานปกติ ไม่ใช่งานเร่งด่วน เพราะฉะนั้นอย่างไปคิดมากกัน
พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า สถานการณ์ในขณะนี้มีความสงบดีอยู่แล้ว คสช.เองก็กำลังคืนความสุขให้กับประชาชน เพราะฉะนั้นอยากขอร้องสื่อมวลชนว่าอย่าไปพยายามแคะอะไรให้มากนัก เดี๋ยวจะลำบากกันไปหมด รวมถึงคนทั้งประเทศเองก็จะลำบากไปด้วย ดังนั้นสื่อต้องช่วยรัฐบาลและ คสช. ในการปฎิบัติงานเพื่อให้ประเทศชาติสงบสุขตามโรดแม็ปที่ได้วางไว้ จนกว่าจะมีรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้นจะดำเนินการอย่างไรก็ทำไป
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การเตรียมพร้อมเพื่อรองรับภัยคุกคามพิจารณาตามความสำคัญ ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องวางแผน เตรียมแนวทาง เผชิญกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ประเทศไทยได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์เตรียมแห่งชาติระยะเวลา 5 ปี เพื่อวางกรอบและแนวทาง ให้หน่วยงานได้จัดทำแผนรองรับ ตามที่ คสช.ได้เห็นชอบยุทธศาสตร์แห่งชาติฉบับนี้ พร้อมทั้งได้เน้นย้ำให้มีการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติ มีการประเมิน วัดผลผ่านกิจกรรมต่างๆให้เป็นรูปธรรม ดังนั้นทุกส่วนราชการจะต้องร่วมมือกันผลักดันให้ประเทสมีความพร้อม และให้หัวหน้าหน่วยงานได้ให้ความสำคัญใน 4 ประเด็นหลักต่อไปนี้
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า 1.การให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของประเทศตั้งแต่ในสภาวะปกติ โดยผู้บริหารต้องวางแผนงานในเชิงรุก บริหารแผนบูรณาการกับหน่วยงาน องค์กร ให้สอดคล้อง ปฏิบัติงานให้มีเอกภาพและประสิทธิภาพ 2.การพัฒนาการมีส่วนร่วมและการผนึกกำลังร่วมกันของทุกหน่วยงาน เพื่อจะทำให้ระบบงานมีความพร้อมจนเกิดประสบความสำเร็จ สร้างภูมิคุ้มกัน มีจิตสำนึก กำหนดพื้นที่เสี่ยง ตรวจสอบบัญชีทรัพยากร โดยทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ต้องสร้างความเชี่ยวชาญกับกับหน่วยงานและองค์กร ให้มีความพร้อม
พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า 3.การมีระบบบัญชาการแหตุการณ์ ควบคุม สั่งการ ที่เป็นหนึ่งเดี่ยว เพื่อเสริมสร้างงานด้านการป้องกันประเทศของกระทรวงกลาโหม เพิ่มขีดความสามารถของระบบบัญชาการเหตุการณ์ และบูรณาการจัดการกับภัยที่จะเกิดขึ้นได้ทั้งทางบกและทางทะเล 4.การนำแผนและแนวทางปฏิบัติมาทดสอบในการฝึกซ้อม โดยการจำลองสถานการณ์เพื่อจัดการกับภัยต่างๆ ทั้งนี้ขอให้ผู้บริหารระดับสูงได้ให้ความสำคัญ ในการกำหนดแผนงาน ฝึกฝนเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า อยากเน้นย้ำให้ทุกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ให้เตรียมแผนงานป้องกันแหตุการณ์ โดยเฉพาะการบรรเทาภัยพิบัติ ในจังหวัดที่เป็นเมืองใหญ่ ให้มีแผนงานที่ชัดเจนพร้อมช่วยเหลือประชาชน และฟื้นฟูให้สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ อย่างไรก็ตามการประชุมในวันนี้ก็เพื่อสร้างความเข้าใจ เพราะเรามีพื้นฐานในการทำงานอยู่แล้ว เมื่อกลับไปจะได้รู้ว่าต้องเตรียมการอะไรบ้างเพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม ก็ต้องเตรียมการเอาไว้ และหากเกิดเหตุการณ์แล้วก็ต้องรับมือและเตรียมฟื้นฟูให้เหตุการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด



