
เรบิยา คะเดียร์ : วีรสตรีของชาวอุยกูร์
การประท้วงนองเลือดในเขตปกครองตนเองซินเกียงอุยกูร์ของจีนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาทำให้ชื่อ เรบิยา คะเดียร์ ผุดขึ้นมาอยู่ในความสนใจของชาวโลก
เพราะวีรสตรีของชาวอุยกูร์ราว 8 ล้านคนในจีนผู้นี้ถูกทางการปักกิ่งกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเมืองอูรุมฉีที่มีผู้เสียชีวิตไป 156 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 1,000 คน
ปัจจุบันเรบิยามีอายุได้ 62 ปีแล้ว เธอเป็นแม่ของลูกๆ 11 คน เคยถูกจีนจับขังคุกนาน 6 ปีก่อนจะถูกส่งตัวออกนอกประเทศในเดือนมีนาคม 2548 ซึ่งเธอได้ไปอาศัยอยู่กับครอบครัวในสหรัฐนับตั้งแต่นั้น
เรบิยาเคยเป็นนักธุรกิจหญิงที่ร่ำรวยระดับมหาเศรษฐี ถึงขั้นเคยติดกลุ่มบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในจีนด้วย
เธอเรียกตัวเองว่า "บุตรสาวของชาวอุยกูร์" แต่ทางการจีนกลับเรียกเธอว่าผู้ก่อการร้ายบ้าง นักแบ่งแยกดินแดนบ้าง ทั้งยังบอกว่าเธอมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของชาวอุยกูร์ ชาวมุสลิมพูดภาษาเตอร์กิชที่ต้องกลายเป็นชนกลุ่มน้อยในซินเกียง
จริงๆแล้ว เรบิยาเคยมีความสัมพันธ์อันดีกับทางการจีนมาก่อน แต่พอสามีชาวอุยกูร์ของเธอ และอดีตนักโทษการเมืองชื่อ ซิดิก โรซี ต้องลี้ภัยไปสหรัฐในปี 2539 ทางการปักกิ่งก็จับตามองเรบิยาอย่างใกล้ชิดแทน
เธอถูกควบคุมตัวในเดือนสิงหาคม 2542 ระหว่างเดินทางไปพบตัวแทนจากหน่วยงานวิจัยของสภาคองเกรสสหรัฐเพื่อร้องทุกข์เรื่องนักโทษการเมืองในซินเกียง หลังจากนั้น ปักกิ่งก็จับเธอขังคุกในข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ
นับตั้งแต่ถูกปล่อยออกจากคุกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เรบิยากับครอบครัวก็ถูกตามราวีมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ธุรกิจของเธอในเมืองอูรุมฉีต้องพังไม่เป็นท่า และลูกๆ ของเธอที่ยังอยู่ในจีนถูกจับกุมตัวเป็นว่าเล่น
สำหรับข้อกล่าวหาล่าสุดนั้น เรบิยาบอกว่าไม่มีมูลความจริงโดยสิ้นเชิง เธอไม่ได้เป็นคนจัดการประท้วงหรือเรียกให้คนออกมาประท้วง แต่เหตุจลาจลเกิดขึ้นเพราะตำรวจจีนไปลงมือทำร้ายผู้ที่ประท้วงอย่างสันติก่อนต่างหาก ก่อนจะตบท้ายว่า
"หากจีนกระหายอยากเป็นประเทศยิ่งใหญ่ที่ควรค่าแก่การเคารพนับถือ ก็ควรเรียนรู้ที่จะเคารพสิทธิมนุษยชนของประชาชนภายใต้ปกครองของตัวเองก่อน"
ทัศนีย์ สาลีโภชน์



