ข่าว

มท.1จัดโชว์อปท.ฉลองวันพ่อต้นแบบพอเพียง

มท.1จัดโชว์อปท.ฉลองวันพ่อต้นแบบพอเพียง

26 พ.ย. 2557

มท.1จัดโชว์อปท.ฉลองวันพ่อต้นแบบพอเพียง ผุดแผนเทศกาลปีใหม่ลดอุบัติเหตุ กทม.จัดสวดมนต์ข้ามแจกบทสวดมนต์1ล้านเล่ม

            26พ.ย.2557  ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเตรียมการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทางกระทรวงมหาดไทยได้มีการเตรียมการอย่างไรบ้างว่า ในภาพรวมกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยกระทรวงหมาดไทย ได้จัดนิทรรศการ ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของงาน ในการจัดงานของท้องถิ่นที่ยึดถือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมา นำเสนอให้คนได้รู้ได้เห็น โดยจะเลือก อปท. ที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักมาจัดแสดงโชว์ รวมไปถึงในส่วนภูมิภาค ซึ่งกิจกรรมที่มีก็ให้เน้นเกี่ยวกับการแสดงออกถึงความจงรักภักดี

ผุดแผนเทศกาลปีใหม่ลดอุบัติเหตุคุมเข้มงดขายน้ำเมา 

            พล.อ.อนุพงษ์  ในฐานะประธานกรรมการและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยของถนน (ศปถ.) กล่าวว่า การสร้างความปลอดภัยทางถนนคือนโยบายสำคัญของรัฐบาลซึ่งเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงที่มีสถิติอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าปกติ เพื่อให้การป้องกันและลดอุบัติเหตุมีประสิทธิภาพและลดความสูญเสียมากที่สุด ศปถ. จึงได้กำหนดกรอบแนวทางเน้นมาตรการ 3 ด้าน ได้แก่ มาตรการป้องกันเน้นการบังคับใช้กฎหมาย 10 มาตรการ ควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และดูแลนักท่องเที่ยวจุดผ่านแดน เน้นแก้ไขจุดเสี่ยงอุบัติเหตุและจุดตัดทางรถไฟ นอกจากนี้ยังมีการเน้นการสร้างจิดสำนึกในการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกประเภท

            พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ศปถ.ได้แบ่งแนวทางการดำเนินงานเป็น 2 ช่วง ได้แก่ช่วงเตรียมความพร้อมและรณรงค์ตั้งแต่วันที่ 1-29 ธ.ค. และช่วงควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 57-5 ม.ค. 58  โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสนอร่างแผนการดำเนินงานลดอุบัติเหตุบนถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ตามภารกิจ ในการสร้างความปลอดภัยตามแนวคิด “มอบความสุขทั่วไทย สัญจรปีใหม่ ปลอดภัยทุกคน” เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตามในส่วนของจังหวังให้ใช้กลไกของ ศปถ. จังหวัด ในการลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุ

            "ทุกหน่วยงานต้องร่วมมือกัน ในการบริการประชาชนเป็นพิเศษ เพื่อสร้างจิตสำนึกให้คนได้ดูแลความปลอดภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ของท้องถิ่น เพราะว่ายอดการสูญเสียส่วนใหญ่เกิดขึ้นในท้องถิ่น ผมจะเน้นให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และ นายอำเภอ ต้องประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางป้องกันอุบัติเหตุปีใหม่นี้"รมว.มหาดไทย กล่าว


กทม.จัดสวดมนต์ข้ามปี31ธ.ค.แจกบทสวดมนต์1ล้านเล่ม

            ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวเป็นประธานการประชุมเพื่อเตรียมการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีในงานเทศกาลปีใหม่ 2558 ว่า กิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี โดยการจัดงานปีที่แล้วมีประชาชนร่วมงานกว่า 200,000 คน ถือเป็นกิจกรรมสร้างความเป็นสิริมงคลรับวันปีใหม่ตามแบบของพุทธศาสนิกชนชาวไทย สำหรับปีนี้กทม.ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 31 ธ.ค. ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ตั้งแต่เวลา 17.00 น.- 01.30 น. โดยพิธีสวดมนต์ข้ามปีจะเริ่มในเวลา 23.30 น. และเสร็จสิ้นในเวลาประมาณ 24.30 น.  นายอมร กล่าวต่อว่า ส่วนการเดินทางของประชาชนกทม.ได้ประสานไปยังรถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดินบีอาร์ที เรือด่วนเจ้าพระยา และเรือข้ามฟาก ให้ขยายเวลาการให้บริการถึงเวลา 01.00 น. และจะพิจารณาตามความเหมาะสมในการขยายเวลาเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้มีประชาชนตกค้าง ส่วนรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะมีการให้บริการตลอดทั้งคืน อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ผู้ว่าฯกทม.มีนโยบายจัดพิมพ์หนังสือสวดมนต์ 1 ล้านเล่ม เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้ ได้แก่ ผู้สูงอายุ นักโทษ เด็ก และผู้ป่วย ซึ่งจะขอการสนับสนุนกับภาคเอกชนในการจัดพิมพ์ด้วย


“ประยุทธ์”นำคณะเยือนสปป.ลาวและเวียดนาม

            ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6)  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะประกอบด้วย พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  นายพิเชษฐ  ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   นายวีระ โรจน์พจนรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม  เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 26-28 พ.ย. ซึ่งการเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการครั้งนี้  เป็นการเยือนประเทศอาเซียนอย่างเป็นทางการในโอกาสรับตำแหน่งใหม่ของนายกรัฐมนตรี ในลำดับที่สามและสี่ ภายหลังจากการเยือนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์และราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อเป็นการยืนยันว่าไทยให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้าน และส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงผลักดันความร่วมมือที่สำคัญและคั่งค้างให้มีความคืบหน้า
         
            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสาระสำคัญการเดินทางเยือนสปป. ลาวระหว่างวันที่ 26 - 27 พ.ย.วัตถุประสงค์เพื่อสร้างความคุ้นเคยและกระชับความสัมพันธ์กับผู้นำสปป.ลาวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสปป.ลาว ในระยะต่อไป

            สำหรับความสัมพันธ์ไทย-สปป.ลาว ในปัจจุบันดำเนินไปอย่างราบรื่นใกล้ชิดบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกันและผลประโยชน์ร่วมกัน และมีพัฒนาการเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยเกื้อกูล ได้แก่ ความใกล้ชิดทางเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม  ภารกิจสำคัญในการเยือนครั้งนี้ ได้แก่ การเข้าร่วมพิธีต้อนรับและหารือข้อราชการกับนายทองสิง ทำมะวง นายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  การร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลง 3 ฉบับ ประกอบด้วย บันทึกความเข้าใจว่าด้วยโครงการพัฒนาโรงพยาบาลแขวงบ่อแก้ว ระยะที่ 2  บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทยกับสปป.ลาว และสัญญาการให้ความช่วยเหลือทางการเงินโครงการก่อสร้างถนนจากเมืองหงสา-บ้านเชียงแมน (เมืองจอมเพชร แขวงหลวงพระบาง) เข้าเยี่ยมคารวะประธานประเทศลาว เข้าเยี่ยมคารวะประธานสภาแห่งชาติ พบปะนักธุรกิจไทยในสปป.ลาว และมอบนโยบายต่อทีมประเทศไทย ประจำ สปป.ลาว เป็นต้น  ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีลาวและภริยา เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและคณะด้วย
           
            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นภารกิจ ณ สปป.ลาว ในวันที่ 27 พ.ย. เวลา 13.30 น. นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติวัดไต เพื่อเดินทางต่อไปยังท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในเวลา 14.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์การเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ และยืนยันนโยบายและความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการส่งเสริมและกระชับความร่วมมือ ระหว่างกัน โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน รวมถึงความร่วมมือในกรอบภูมิภาคและอนุภูมิภาค​ ซึ่งปัจจุบัน ความสัมพันธ์ไทย - เวียดนามอยู่ในระดับที่ดี ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญกันและกัน และมีความมุ่งมั่นที่จะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เมื่อเดือนมิถุนายน2556 ผู้นำสองฝ่ายได้ประกาศยกระดับความสัมพันธ์ขึ้นเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์อย่างเป็นทางการ เวียดนามนับเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ประเทศไทยมีความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วนยุทธศาสตร์
         
            ทั้งนี้ภารกิจสำคัญในการเยือนครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะพบหารือกับนายเหวียน เติ๊น สุง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม นายเจือง เติ๊น ซาง ประธานาธิบดีเวียดนาม และนายเหวียน ซิง หุ่ง ประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม และ นายตะ กวาง หงอก นายกสมาคมมิตรภาพเวียดนาม - ไทย ซึ่งจะได้หารือกันถึงแนวทางในการผลักดันการดำเนินความสัมพันธ์และความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ภายใต้หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรม การส่งเสริมการค้าและการลงทุนโดยเฉพาะสินค้าการเกษตร คือข้าวและยางพารา การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันโดยปรับปรุงเส้นทางโดยผ่านลาวและกัมพูชา รวมถึงส่งเสริมให้มีการขนส่งตามแนวชายฝั่งทะเลมากขึ้น โอกาสนี้ทั้งสองฝ่ายจะมีการลงนามแผนปฏิบัติการและบันทึกความเข้าใจ 2 ฉบับ คือ แผนปฏิบัติการว่าด้วยการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย - เวียดนาม และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องระหว่างจังหวัดฉะเชิงเทรา - นครเกิ่นเทอ