ข่าว

เงินทองต้องรู้ : โบนัส

เงินทองต้องรู้ : โบนัส

28 พ.ย. 2557

เงินทองต้องรู้ : โบนัส : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

 
                              น้องที่รู้จักสนิทสนมกันหลายคน เริ่มมีความสุขกับการโพสต์รูปกระเป๋าสวยๆ โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ รวมถึงที่พัก รีสอร์ท โรงแรมหรูๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดเป็น ‘เป้าหมาย’ ในการใช้เงินในช่วงเทศกาลปีใหม่ นัยว่าเพื่อตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนักมาตลอดทั้งปี ไม่เว้นแม้กระทั่งคนที่ทำงานไม่หนัก ก็อาศัยจังหวะนี้ ทำเนียนๆ ให้รางวัลกับตัวเองไปด้วย
 
                              แน่นอนว่า การนึกถึงของที่อยากได้ เป็นความสุขอย่างหนึ่งของมนุษย์ ยิ่งมีโอกาสครอบครองมากเท่าไหร่ ความสุขก็ยิ่งเพิ่มขึ้นทวีคูณ ความสุข-ความฝันของมนุษย์โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนจะเปล่งประกายเจิดจ้าก็ในช่วงปลายปีแบบนี้แหละ เพราะ ‘โบนัส’ หรือ ‘เงินพิเศษปลายปี’ เป็นปัจจัยกระตุ้นความฝันให้กลายเป็นจริงได้ง่ายขึ้น
 
                              แต่บางทีสิ่งที่ต้องฉุกคิด ก็คือ “โบนัส” หรือ “เงินพิเศษ” หรือ “ลาภลอย” ที่ไม่ได้มาจากรายได้ตามปกตินั้น ไม่ควรมีไว้แค่เพื่อตอบสนองความสุขในระยะสั้นเท่านั้น แต่ควรถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
 
                              ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคล ธนาคารกสิกรไทย ให้คำแนะนำแนวทางการใช้ “โบนัส” ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดไว้ดังนี้ ลำดับแรกเลย คือ การนำโบนัสไปชำระหนี้สินระยะสั้น สำหรับผู้ที่มีภาระหนี้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด การนำเงินโบนัสไปชำระหนี้ถือเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรก เนื่องจากหนี้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 20-28% ต่อปี การชำระหนี้ดังกล่าวจะช่วยให้ภาระค่าใช้จ่ายให้ลดลงได้ในระยะยาว โดยหากเป็นไปได้ ขอแนะนำให้นำเงินโบนัสไปชำระหนี้ทั้งหมด ก่อนที่จะไปใช้จ่ายอย่างอื่น
 
                              ลำดับที่สอง แนะนำให้นำเงินโบนัสไปซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี สำหรับผู้ที่มีภาระต้องจ่ายภาษี ช่วงเดือนธันวาคมถือเป็นโค้งสุดท้ายในการลงทุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) โดยก่อนลงทุน ขอแนะนำให้ตรวจสอบยอดเงินที่สามารถลงทุนได้ ซึ่งยอดเงินลงทุนในกองทุนแต่ละประเภทต้องไม่เกิน 15% ของรายได้ และสำหรับกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพนั้น ยอดเงินลงทุน เมื่อรวมกับประกันชีวิตแบบบำนาญ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ต้องไม่เกิน 5 แสนบาท อย่างไรก็ตาม การซื้อกองทุนรวมแอลทีเอฟในเดือนธันวาคมเพียงเดือนเดียว จะทำให้การลงทุนมีความเสี่ยงมากกว่าการกระจายการลงทุนไปตลอดทั้งปี จึงขอแนะนำให้ลงทุนแบบรายเดือนสม่ำเสมอ (Dollar Cost Averaging) เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน
 
                              ความเห็นเพิ่มเติมสำหรับคำแนะนำลำดับที่สอง คือ จริงๆ แล้ว การลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษี ควรใช้ “รายได้ปกติ” ในแต่ละเดือนไปลงทุน ไม่ควรรอใช้เงินโบนัสปลายปี ไม่ใช่เรื่องของการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนแบบที่กสิกรไทยแนะนำมาเท่านั้น แต่เพราะเงินโบนัสหรือเงินพิเศษ มีความไม่แน่นอนในตัวเองสูง ปลายปีอาจจะได้หรือไม่ได้ ได้มากหรือได้น้อย ถ้าคิดจะนำมาลงทุน ก็ควรเป็นส่วนเพิ่มจากที่ต้องลงทุนเป็นปกติแล้ว น่าจะเหมาะสมกว่า
 
                              สำหรับลำดับที่สาม คือ นำโบนัสไปชำระหนี้สินเชื่อบ้านมากขึ้น เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นคงทำให้ผู้ที่มีภาระผ่อนสินเชื่อบ้านมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาไม่น้อย การนำเงินโบนัสมาชำระหนี้สินเชื่อบ้านมากขึ้นจะช่วยให้เงินต้นของยอดหนี้ลดลงเร็ว ซึ่งจะช่วยให้ภาระการผ่อนบ้านสิ้นสุดได้เร็วขึ้น
 
                              ลำดับที่สี่-สำรองเงินเพื่อเป็นสภาพคล่องเผื่อฉุกเฉิน เพราะเราควรมีการกันเงินเผื่อไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน 6 เท่าของเงินเดือน โดยเป็นการกันเงินไว้ในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง เช่น บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ บัญชีเงินฝากประจำ หรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ซึ่งหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินที่จำเป็นต้องใช้เงิน เช่น อุบัติเหตุ การเจ็บป่วย การให้ออกจากงาน เงินสำรองส่วนนี้จะช่วยให้ภาระต่างๆ บรรเทาลง และช่วยให้ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน เพื่อนำมาชำระค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดฝันเหล่านี้ได้
 
                              สุดท้าย คือ เริ่มออมและลงทุนเพื่อเป้าหมายที่ต้องการ ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคล ธนาคารกสิกรไทย บอกว่า เชื่อว่าหลายคนคงจะต้องมีเป้าหมายทางการเงินในใจกันบ้าง คนโสดอาจมีเป้าหมายที่จะซื้อบ้านหรือรถยนต์ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า หรือสำหรับผู้ที่มีครอบครัวแล้ว เป้าหมายการออมเงินเพื่อการศึกษาบุตร และเกษียณอายุน่าจะเป็นเป้าหมายทางการเงินของหลายๆ คน ดังนั้น เงินโบนัสก้อนโตที่ได้รับ ถือว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเริ่มออมเงินเพื่อเป้าหมายที่ต้องการ เมื่อเริ่มออมหรือลงทุนจากเงินโบนัสแล้ว ต่อจากนั้นก็สามารถออมเงินหรือลงทุนเป็นรายเดือนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น 
 
                              ทั้งนี้ การเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้เหมาะสมกับเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญ หากเป็นเป้าหมายระยะสั้น (1-3 ปี) เขาแนะนำให้ออมเงินในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น เงินฝาก กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น กองทุนตราสารหนี้แบบกำหนดระยะเวลา เป็นต้น แต่หากเป้าหมายมีระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น เขาแนะนำให้ลงทุนในตราสารทางการเงินที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น เพื่อสร้างโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่สูง เช่น หุ้น ทองคำ แต่อย่าลืมทำแบบทดสอบความเสี่ยง เพื่อให้ทราบว่า ตนเองสามารถรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน
 
                              พออ่านจนจบแล้ว หลายคนอาจจะส่ายหน้า บอกว่า ไหนๆ ก็ได้เงินโบนัสมาทั้งทีแล้ว ทำไมจะหาความสุขให้ตัวเองบ้างไม่ได้ ใจคอจะคิดแต่จะให้ลดหนี้สั้น-หนี้ยาว เก็บออม-ลงทุนอย่างเดียวเลยหรือ ถ้าคิดแบบนั้น ก็ต้องคิดต่อไปว่า ความไม่มีหนี้ (หรือมีหนี้น้อยลงทุกวันๆ) ไม่ใช่ความสุขหรอกหรือ และการเก็บออมไว้เพื่อใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน หรือเพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคต ก็ไม่ใช่ความสุขหรอกหรือ
 
 
 
 
 
 
 
------------------------------
 
(เงินทองต้องรู้ : โบนัส : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])