ข่าว

เรือสดุดี'อาเกโร'ช่วยลุ้นลิ่วชปล.

เรือสดุดี'อาเกโร'ช่วยลุ้นลิ่วชปล.

26 พ.ย. 2557

'มานูเอล เปเยกรินี' สดุดีฝีเท้า 'เซร์คิโอ อาเกโร' ช่วยให้ทีมยังมีลุ้นผ่านเข้ารอบ หลังซัดแฮตทริกให้ทีมยิงแซงชนะ 'เสือใต้' 3-2 ศึกยูฟ่า ชปล.รอบแบ่งกลุ่ม 25 พ.ย.

 
                              ศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสร "ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก" รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 5 เมื่อคืนวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กลุ่ม อี "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ รักษาโอกาสลุ้นเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเอาไว้ได้ เพราะสามารถเก็บชัยได้เป็นนัดแรกจากการเปิดรังซิตี ออฟ แมนเชสเตอร์ พลิกสถานการณ์กลับมาเฉือนชนะ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค แชมป์บุนเดสลีกา เยอรมนี ที่เหลือ 10 คน 3-2 โดยเจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำจากลูกจุดโทษนาที 21 ที่ เซร์คิโอ อาเกโร ถูก เมห์ดี เบเนเทีย ทำฟาวล์ในเขตโทษ และเบเนเทีย ก็ถูกใบแดงไล่ออกสนามไปด้วย ก่อนที่อาเกโรจะลุกขึ้นมายิงเองไม่พลาด แม้ทีมเยือนจะพลิกกลับมาขึ้นนำ 2-1 ในช่วงท้ายครึ่งแรกจาก ซาบี อลอนโซ นาที 40 และโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี นาที 45 แต่เจ้าบ้านยิงแซง 2 รวดได้ในช่วงครึ่งหลังจากการซัดเบิ้ลของ อาเกโร นาที 85, 90 และเป็นการซัดแฮตทริกเหมาคนเดียวทั้ง 3 ลูกในเกมนี้ด้วย ส่วนผลอีกคู่ ซีเอสเคเอ มอสโก แชมป์รัสเซีย เปิดรังอารีนา คิมกิ เสมอ โรมา รองแชมป์กัลโช ซีรีส์ เอ อิตาลี 1-1
 
                              สรุปสถานการณ์กลุ่มนี้ บาเยิร์น มิวนิค 12 แต้ม ผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มไปแล้ว ส่วนอีก 3 ทีมที่เหลือคือ แมนฯ ซิตี, โรมา และซีเอสเคเอ มอสโก มี 5 แต้มเท่ากันทั้งหมด ส่งผลให้ "เรือใบสีฟ้า" ยังมีสิทธิ์ลุ้นผ่านเข้าสู่รอบต่อไป แต่จะต้องบุกไปชนะโรมา ในเกมนัดสุดท้ายให้ได้สถานเดียว และต้องภาวนาไม่ให้ ซีเอสเคเอ มอสโก บุกไปชนะ บาเยิร์น มิวนิค ด้วย เนื่องจาก แมนฯ ซิตี มีสถิติเป็นรอง ซีเอสเคเอ มอสโก ในเรื่องของผลการพบกันเองแบบ "เฮดทูเฮด" เพราะเคยพลาดท่าแพ้คาบ้านให้ 1 นัด ส่วนอีกเกมลงเอยด้วยการบุกไปเสมอ 
 
                              หลังจบเกม มานูเอล เปเยกรินี กุนซือ "เรือใบสีฟ้า" กล่าวสดุดีผลงานของลูกทีมทุกคนที่ช่วยกันเล่นแบบสู้ไม่ถอย พร้อมกับยกย่องฝีเท้าของ เซร์คิโอ อาเกโร ดาวยิงตัวเก่งให้เป็น 1 ใน 5 กองหน้าที่ดีที่สุดในโลก หลังเป็นผู้นำชัยให้ทีมมีโอกาสลุ้นผ่านเข้าสู่รอบต่อไปในเกมนัดสุดท้าย 
 
 
                              ขณะที่กลุ่ม จี "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จ่าฝูงไร้พ่ายแห่งศึกพรีเมียร์ อังกฤษ ผ่านเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ หลังโชว์ฟอร์มสุดเฉียบบุกไปไล่ถล่ม "ราชันสีน้ำเงิน" ชาลเก ทีมดังแห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ถึงถิ่นอารีนา เอาฟ์ ชาลเก 5-0 ได้ทั้ง 5 ประตูจาก จอห์น เทอร์รี นาที 2, วิลเลียน นาที 29, แยน เคียร์ชฮอฟฟ์ กองกลางเจ้าถิ่นทำเข้าประตูตัวเอง นาที 44, ดิดิเยร์ ดร็อกบา นาที 76 และ รามิเรส นาที 78 ส่วนผลอีกคู่ สปอร์ติง ลิสบอน ยักษ์ใหญ่แห่งโปรตุเกส เปิดรังเอสตาดิโอ ชูเซ อัลวาเลด เอาชนะ มาริบอร์ แชมป์สโลวีเนีย 3-1 สรุปสถานการณ์กลุ่มนี้ เชลซี มี 12 แต้ม ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม ขณะที่ สปอร์ติง ลิสบอน ขยับขึ้นมารั้งอับดับ 2 มี 7 แต้ม ส่วน ชาลเก อยู่อันดับ 3 มี 5 แต้ม และมาริบอร์ เป็นทีมบ๊วยอันดับ 4 มี 3 แต้ม
 
                              หลังจบเกม ชูเช มูรินโญ กุนซือ "สิงโตน้ำเงินคราม" กล่าวชื่นชมลูกทีมที่โชว์ฟอร์มกันได้อย่างยอดเยี่ยม และยิงประตูได้เยอะเกินคาด ส่งผลให้ทีมของเขาผ่านเข้าสู่รอบต่อไปแบบไม่ต้องไปรอลุ้นผลในเกมนัดสุดท้าย เพราะยึดตำแหน่งแชมป์กลุ่มได้ตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้ 
 
 
                              กลุ่ม เอฟ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา ยักษ์ใหญ่แห่งสเปน บุกไปไล่ต้อนชนะ อาโปเอล นิโคเซีย แชมป์ไซปรัส ได้ถึงถิ่นจีเอสพี สเตเดี้ยม 4-0 ได้ทั้ง 4 ประตูจาก หลุยส์ ซัวเรซ ที่ยิงประเดิมลูกแรกให้ บาร์ซา ได้ในนาที 27 และการซัดแฮตทริตของ ลิโอเนล เมสซี นาที 38, 58, 87 แต่เกมนี้ทั้งสองทีมต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน โดย ราฟินญา กองกลาง บาร์ซา ถูกใบเหลือง-แดงไล่ออกจากสนามในนาที 70 หลังจากนั้น โจเอล กิลแฮร์เม กองหลังเจ้าบ้านถูกใบเหลือง-แดงไล่ออกตามไปในนาที 84 ส่วนผลอีกคู่ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์ฝรั่งเศ เปิดถิ่นปาร์ค เดส์ แปรงซ์ เอาชนะ อาแจ็กซ์ แชมป์ฮอลแลนด์ 3-1 สรุปสถานการณ์กลุ่มนี้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง กับ บาร์เซโลนา ผ่านเข้ารอบไปแล้ว โดย "เปแอสเช" ยังคงรั้งจ่าฝูง มี 13 แต้ม แต่ต้องลุ้นแย่งแชมป์กลุ่มในเกมนัดสุดท้ายที่จะต้องบุกไปเยือน บาร์ซา ทีมอันดับ 2 ที่มี 12 แต้ม ส่วน อาแจ็กซ์ อยู่อันดับ 3 มี 2 แต้ม ขณะที่ อาโปเอล นิโคเซีย อยู่อันดับ 4 มีเพียงแต้มเดียว
 
 
                              กลุ่ม เอช บาเต โบริซอฟ แชมป์เบลารุส เปิดรังโบริซอฟ อารีนา แพ้ ปอร์โต ยักษ์ใหญ่จากโปรตุเกส 0-3 ส่วนผลอีกคู่ ชัคเตอร์ แชมป์ยูเครน เป็นฝ่ายแพ้ แอธเลติก บิลเบา คาถิ่นดอนบาสส์ อารีนา 0-1 สรุปสถานการณ์กลุ่มนี้ ปอร์โต ผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม มี 13 แต้ม เช่นเดียวกับ ชัคเตอร์ ที่เป็นรองแชมป์กลุ่ม มี 8 แต้ม ขณะที่ แอธเลติก บิลเบา อยู่อันดับ 3มี 4 แต้ม ส่วน บาเต โบริซอฟ อยู่อันดับ 4 มี 3 แต้ม
 
 
 
 
 
 
------------------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)