
ปล้น-จุดไฟเผามะกันประท้วงตร.ยิงวัยรุ่น
ปล้น-จุดไฟเผามะกันประท้วงผลตัดสินตร.ยิงวัยรุ่นผิวดำวัย 18 ปีเสียชีวิต สั่งทหารกว่า2,000นายเผชิญวิกฤตจลาจล
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอังคาร (25 พ.ย.) ว่า ชาวเมืองเฟอร์กูสัน รัฐมิสซูรี รวมตัวกันชุมนุมแสดงความไม่พอใจการตัดสินของคณะลูกขุนชุดใหญ่ แห่งเมืองเซนต์หลุยส์ ที่ประกาศเมื่อวันจันทร์ (24 พ.ย.) ว่าไม่ตั้งข้อหาทางอาญาต่อ ดาร์เรน วิลสัน ตำรวจผิวขาวที่ยิง ไมเคิล บราวน์ วัยรุ่นผิวดำวัย 18 ปี เสียชีวิต เมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา
ผู้ประท้วงจุดไฟเผาอาคารร้านค้า และรถตำรวจหลายคัน รวมทั้งทุบทำลายและปล้นสะดมร้านค้า ทำให้ตำรวจต้องยิงแก๊สน้ำตาเข้าสลายฝูงชนที่ปิดกั้นถนนในหลายจุด และมีเสียงปืนดังขึ้นเกือบ 150 นัด ซึ่งตำรวจระบุว่าเป็นการยิงจากผู้ก่อจลาจล โดยเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ก่อจลาจลได้ 29 คน และเนื่องจากมีการยิงขึ้นฟ้า ทำให้สำนักงานการบินพลเรือนต้องประกาศห้ามบินผ่านเหนือเมืองเฟอร์กูสันช่วงสั้นๆ เพียงไม่กี่ชั่วโมง
กระแสโกรธเคืองและการชุมนุมประท้วงขยายลุกลามไปในหลายเมืองทั่วสหรัฐ โดยเฉพาะในเมืองที่มีชุมชนผิวดำขนาดใหญ่ มีการเดินขบวนประท้วงและจุดเทียนไว้อาลัยแก่วัยรุ่นที่เสียชีวิตกว่า 120 แห่ง เช่น ในนครลอสแองเจลิส เมืองโอ๊คแลนด์ กรุงวอชิงตัน และนครนิวยอร์ก การชุมนุมประท้วงมีขึ้น แม้ประธานาธิบดีบารัก โอบามา เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นและเคารพการตัดสินใจของคณะลูกขุน
แม้คณะลูกขุนชุดใหญ่ในเขตเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี ไม่ตั้งข้อหาวิลสัน แต่การสอบสวนของกระทรวงยุติธรรมในคดีนี้ยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปใดๆ ขณะที่เมื่อวานอัยการได้เปิดเผยภาพนายวิลสันในวันเกิดเหตุเมื่อ 9 สิงหาคม ที่อยู่ในสภาพมีรอยแดงฟกช้ำที่ใบหน้า อาวุธปืน สภาพรถยนต์ที่มีรอยกระสุน และภาพบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อให้คณะลูกขุนพิจารณาประกอบการตัดสินใจ วิลสันถูกระบุว่ายิงกระสุน 12 นัด แต่คำให้การของพยาน 60 คน มีความขัดแย้งกันในประเด็นว่า บราวน์ชูมือขึ้นตอนถูกยิงหรือไม่
รัฐมิสซูรี่เพิ่มกองกำลังรักษาดินแดนเป็น3เท่า
ทั้งนี้ทหารมากกว่า 2,000 นาย ได้รับคำสั่งให้เข้าประจำการในเมืองเฟอร์กูสัน รัฐมิสซูรี่ของสหรัฐ ที่กำลังเผชิญวิกฤตจลาจล เมื่อวันอังคาร ขณะที่ครอบครัวของไมเคิล บราวน์ วัยรุ่นผิวดำวัย 18 ปี ที่ถูกดาร์เรน วิลสัน ตำรวจผิวขาวยิงเสียชีวิต ได้ประนามระบบยุติธรรมที่ "แตกสลาย" ที่ล้มหลวในการตั้งข้อหาต่อตำรวจผิวขาวที่ยิงบราวน์ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม
เจย์ นิกสัน ผู้ว่าการรัฐมิสซูรี่ กล่าวว่า กำลังรักษาดินแดนที่ถูกส่งเข้าไปในย่านเฟอร์กูสันจะเพิ่มเป็น 3 เท่า เป็น 2,200 นาย หลังจากการประท้วงรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับสีผิวเกิดขึ้นตามนครใหญ่หลายแห่ง หลังทราบคำตัดสินของคณะลูกขุนชุดใหญ่ เขาบอกด้วยว่า ชีวิตและทรัพย์สินจะต้องได้รับการปกป้อง ชุมชนนี้ต้องสงบสุข ส่วนกองกำลังรักษาดินแดนจะเข้าประจำการและพร้อมจะทำหน้าที่ในทันที่ได้รับคำสั่งถ้ามีความท้าทายเกิดขึ้น
การจลาจล การปล้นสะดมภ์และการวางเพลิง ได้ปะทุขึ้นในเฟอร์กูสัน ตลอดคืนวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีการประจำการตำรวจและทหารจำนวนมากไว้คอยรับมือก็ตาม ส่วนที่เซ็นหลุยส์ก็เผชิญกับการประท้วงด้วยเช่นกัน
ด้านแกนนำการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมือง บอกว่า ชุมชนคนผิวดำและผู้สนับสนุนสิทธิพลเมือง จะจัดการประท้วงทั่วประเทศในวันเสาร์ แม้ว่าครอบครัวบราวน์จะวิงวอนให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบ แต่การประท้วงหลังคำตัดสินของคณะลูกขุน ได้นำไปสู่การปล้นสดมภ์, การวางเพลิงและการปะทะกันบนถนนระหว่างตำรวจและผู้ประท้วงที่มีก้อนหินเป็นอาวุธ
มีรายงานผู้ประท้วงยิงใส่ตำรวจ บุกรื้นค้นและฉกชิงสินค้าตามร้านค้าหลายแห่ง รวมถึงจุดไฟเผารถยนต์และอาคารหลายแห่ง ที่ตำรวจบอกว่า เป็นความรุนแรงที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่วิลสันยิงบราวน์
ส่วนบรรยากาศในเฟอร์กูสันเมื่อวันอังคาร พบว่า มีเฮลิคอปเตอร์ตำรวจเข้าไปบินตรวจการและยังห้ามไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปในพื้นที่จลาจลด้วย มีรายงานผู้ถูกจับกุมหลายสิบคน และมีอาคารอย่างน้อย 12 หลัง กับรถยนต์ตำรวจอีก 2 คน ถูกเผาทำลาย แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส และตำรวจก็ไม่ยิงใส่ผู้ประท้วง
ตำรวจผิวขาวที่ยิงวัยรุ่นผิวดำเสียชีวิตเปิดใจ
ดาร์เรน วิลสัน ตำรวจผิวขาวที่ยิงไมเคิล บราวน์ วัยรุ่นผิวดำวัย 18 ปี ที่ปราศจากอาวุธจนเสียชีวิตได้ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ NBC นิวส์ว่า เขามีสติสัมปชัญญะดีทุกอย่าง และจะทำแบบนี้อีก ถ้าเผชิญสถานการณ์แบบเดียวกัน
วิลสัน วัย 28 ปี ซึ่งออกมาพูดต่อสาธารณชนครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม กล่าวว่า เขาก็กลัวตายเหมือนกัน ก่อนจะชักปืนออกมา และก็เป็นครั้งแรกที่เขาใช้ปืนในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ เขาบอกด้วยว่า เหตุผลที่เขาคิดว่าตัวเองมีสติสัมปชัญญะ ก็คือ เขารู้ดีว่ากำลังปฏิบัติหน้าที่ และเมื่อถูกถามว่า เขาจะทำแบบเดียวกันนี้หรือไม่ ถ้าบราวน์เป็นคนผิวขาว ซึ่งเขาตอบว่า แน่นอนอยู่แล้ว
วิลสันพูดถึงบราวน์ด้วยว่า เป็นคนแข็งแรงราวกับนักมวยปล้ำอาชีพอย่างฮัลค์ โฮแกน ที่พุ่งเข้าใส่เขา และทำท่าจะฆ่าเขาด้วย เขาบอกด้วยว่า กลัวว่าบราวน์จะแย่งปืนและเขาจำเป็นต้องป้องกันตัว เขาถามตัวเองเหมือนกันว่า สามารถยิงชายผู้นี้ได้หรือไม่ ในแง่ของกฎหมาย และเขาก็ตอบตัวเองว่า ต้องทำ วิลสัน กล่าวว่า เขาและภรรยาคนใหม่ หวังว่า จะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ
วิลสัน ได้พูดถึงตอนที่เขาลั่นไกยิงบราวน์ด้วยว่า ปืนของเขาขัดลำกล้องในตอนแรก และต้องพยายามเป็นครั้งที่ 3 ถึงจะยิงได้ ตอนที่เข้าให้การต่อคณะลูกขุนชุดใหญ่เมื่อวันจันทร์ วิลสันบอกว่า บราวน์พุ่งเข้าใส่เขาหลังเกิดการโต้เถียงกัน เขายังบรรยายภาพบราวน์ในขณะนั้นด้วยว่า "ปีศาจ"



