ข่าว

‘สมยศ’นำทีมแจ้งผิด‘พงศ์พัฒน์’แจงยิบขุมทรัพย์นับพันล้าน

‘สมยศ’นำทีมแจ้งผิด‘พงศ์พัฒน์’แจงยิบขุมทรัพย์นับพันล้าน

26 พ.ย. 2557

‘สมยศ’นำทีมแจ้งผิด‘พงศ์พัฒน์’ แจงยิบขุมทรัพย์นับพันล้าน

                หมายเหตุ-เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ   พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พล.ต.ต.วิสูตร ฉัตรชัยเดช ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) พล.ต.ต.ประสพโชค พร้อมมูล ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บังคับการกองปราบปราม รักษาราชการแทน ผบก.ป. ร่วมแถลงข่าว กรณีการจับกุมดำเนินคดี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พร้อมพวก
พล.ต.อ.สมยศ

                การแถลงข่าวครั้งนี้เนื่องจากเป็นคดีที่สนใจของประชาชน หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ร่วมกันปฏิบัติการภายใต้กฎอัยการศึก อีกทั้งคดีนี้เป็นคดีสำคัญ มีความละเอียดอ่อน จึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกได้ จึงต้องเรียนสื่อมวลชนด้วยว่า ไม่สามารถตอบคำถามในรายละเอียดในเชิงลึกได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน
พล.ต.ท.ประวุฒิ

                การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กับพวก ประพฤติตนไม่เหมาะสม แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบหลายประการ จึงได้สืบสวนทางลับพบว่ามีมูลจริง ต่อมาในวันที่ 11  พฤศจิกายน  ผบ.ตร.จึงได้ออกคำสั่งให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์   และพล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรอง ผบช.ก. มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร.โดยขาดจากตำแหน่งเดิม และวันที่ 14 พฤศจิกายน ได้ออกคำสั่งให้ พล.ต.ต.ชัยทัต บุญขำ ผบก.ป.ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. และ พ.ต.อ.อัครวุฒิ หลิมรัตน์ อดีต ผกก.1 ป. มาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. โดยขาดจากตำแหน่งเดิม
 
                เมื่อทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพอมีมูลเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง ผบ.ตร.ได้รายงานให้รัฐบาลรับทราบและรัฐบาลได้มีคำสั่งให้สนธิกำลังร่วมกับฝ่ายทหาร โดย ผบ.ทบ.ได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 1 จัดหน่วยเข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ และทำการตรวจค้นสถานที่ที่สืบสวนแล้วพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และเครือข่าย จำนวน 15 แห่ง  ตรวจยึดทรัพย์สินที่สามารถประเมินราคาได้มูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท ต่อมาวันที่ 22 พฤศจิกายน พนักงานสอบสวนได้ยื่นขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญาและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับมอบตัว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กับพวก รวม 10 คน 

                พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ทำผิดฐาน ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจ เพื่อให้บุคคลใด มอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเอง หรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จัดให้เล่นการพนัน (ถั่วครอบ) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 12 (1) และ ความผิดฐาน ฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (5) (9) มาตรา 5 (1) (2) และ มาตรา 60

                พล.ต.ต.โกวิทย์ ทำผิดฐาน ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจ เพื่อให้บุคคลใด มอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่น โดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จัดให้เล่นการพนัน (ถั่วครอบ) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.1478 มาตรา 12 (1) และความผิดฐาน ฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (5) (9) มาตรา 5 (1) (2) และ มาตรา 60

                พล.ต.ต.บุญสืบ ผิดฐาน ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดฐาน ฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (5) (9) มาตรา 5 (1) (2) และ มาตรา 60
 
                พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ อดีต ผกก.4 ป. ผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใด มอบให้หรือหามาให้ ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่น โดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
 
                พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล ผิดฐานร่วมกัน บุกรุก ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่าหรือทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดครอบครองที่ดินของรัฐเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันปลูกสร้างฝาย ล่วงล้ำเข้าไปเหนือน้ำ ในน้ำ และใต้น้ำ ของแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบ ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484มาตรา 55, 72 ตรี และพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 117  

                ด.ต.สุรศักดิ์ จันทร์เงา อดีต ผบ.หมู่ สปพ.บก.ป. ฐาน เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใด มอบให้หรือหามาให้ ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

                ด.ต.ฉัตรินทร์ เหล่าทอง ผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใด มอบให้หรือหามาให้ ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
         
                นางสวงค์ มุ่งเที่ยง ผิดฐาน ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 19 และ 47

                นายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์เดช ผิดฐาน ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 19 และ 47

                นางสุดาทิพย์ ม่วงนวล ผิดฐาน ร่วมกันบุกรุก ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่าหรือทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดครอบครองที่ดินของรัฐเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันปลูกสร้างฝาย ล่วงล้ำเข้าไปเหนือน้ำ ในน้ำ และใต้น้ำ ของแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบ ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 และพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 117

                ผู้ต้องหาลำดับ ที่ 1-8 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับมอบตัว เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 20.00 น. จากการควบคุมของทหาร ภายใต้กฎอัยการศึก ต่อมาวันที่ 23 พฤศจิกายน ศาลได้อนุมัติหมายจับ นายชอบ ชินนะประภา และ นางปิยพรรณ  ชินนะประภา ฐาน ร่วมกันฟอกเงิน และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมตัวได้เมื่อวันที่  24 พฤศจิกายน

                จากนั้น พ.ต.อ.อัคราเดช ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดในการนำค้นและตรวจยึดพยานหลักฐานทั้งหมด แถลงรายละเอียดการตรวจยึดของกลางในเครือข่ายการกระทำผิดของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพวก โดยมีการเปิดภาพวีดิทัศน์ ประกอบการแถลงด้วย
พ.ต.อ.อัคราเดช

                การตรวจค้นทั้งหมดมี 15 จุด เป็นของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ 11 จุด พล.ต.ท.โกวิทย์ 1 จุด พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีต ผกก.1 ป. ที่เสียชีวิตไปแล้ว 1 จุด และที่เหลือเป็นของเครือข่าย โดยในส่วนของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ 11 จุด ได้แก่ 1.บ้านเลขที่ 28/511 ถนนแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 34 ถนนบางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี (สถาบันกิจการตำรวจสมัยใหม่ 4 ชั้น) 2.บ้านเลขที่ 28/164 ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 34 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 3.บ้านเลขที่ 26/1 และ26/2 ต.ปลายบาง อ.บางกรวย จ.นนทบรี 4.บ้านเลขที่ 59/18 ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 36 ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด 5.ร้านสวงค์ เลขที่ 16/5 และโกดังเลขที่ 16/21 หมู่ 2 ถนนแจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด 6.บ้านเลขที่ 30/3หมู่ 14 ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี 7.บ้านเลขที่ 28/311 หมู่บ้านสวัสดิการทหารบก ซอย 5/1 หมู่ 4 ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด 8.บ้านเลขที่ 172 ถนนบอนด์สตรีท ต.บางพูด อ.บางเกร็ด 9.อาคารกำลังก่อสร้าง ตั้งอยู่ใกล้บ้านเลขที่ 28/511 ถนนแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 34 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด 10.บ้านเลขที่ 99 หมู่ 6 ต.บางพูด อ.เมือง จ.ปทุมธานี และ 11. กรีนพอยท์ คอนโด ชั้นล่างห้อง 62 แขวงและเขตประชาชื่น กทม.

                ในการตรวจค้น มีการตรวจยึดทรัพย์สิ่งของจำนวนมาก พบลักษณะตู้เซฟ มีการซุกซ่อนไว้อย่างดี ตู้เซฟมีการฝังดิน ปิดบังอำพรางตู้เซฟไว้ที่บ้านซึ่งยังก่อสร้างไม่เสร็จ มีการพรางให้เห็นว่าจุดนั้นไม่น่าสนใจ ทางเจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์เปิดเพื่อให้เห็นทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งมีมูลค่ามหาศาล มีการฝังใต้พื้นบ้าน พื้นซีเมนต์ ติดตั้งเซฟ โบกปูนทับ มีตู้นิรภัย ห้องนิรภัยติดตั้งลูกกรงเหล็กไว้อย่างดีเพื่อไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สิน เช่นที่อาคารสถาบันตำรวจสมัยใหม่ มีการทำห้องนิรภัยประตูเหล็กแน่นหนา บางจุดต้องใช้รถแบ็กโฮขุดทำลายเพื่อเปิดเซฟ ตู้นิรภัยที่เก็บไว้ในบ้านบางหลัง อำพรางในตู้ไม้ธรรมดา โดยจากการตรวจค้นพบวัตถุโบราณหายาก ล้ำค่า ต้องเชิญเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากร ร่วมตรวจสอบถึงมูลค่าและที่มาที่ไปอย่างไรเป็นของแผ่นดินอย่างไร ยกตัวอย่าง มีงาช้างที่มีมูลค่ามหาศาล  พระเครื่อง พระพุทธรูปบูชา ซึ่งล้วนเป็นศิลปะเก่าแก่ จำนวนมาก ภาพเขียนหายาก พบทั้งเงินสดธนบัตรไทยและต่างประเทศ แสตมป์ทองคำหายากมูลค่าราคาสูงมาก มีเพียงไม่กี่ชิ้นในประเทศไทย ทั้งหมดอยู่ในเซฟ มีเครื่องเพชร พลอย เครื่องประดับ รวมทั้งเครื่องเงิน เครื่องลายคราม เฟอร์นิเจอร์มุก ทั้งหมดอยู่ในที่พักของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ซึ่งหลังตรวจยึด มีการบรรจุในกล่องพลาสติก เซ็นกำกับ และติดตั้งกล้องซีซีทีวีเพื่อควบคุมเก็บรักษาอย่างดี โดยของกลางทั้งหมดเก็บอย่างระมัดระวัง นอกจากนี้ยังมียานพาหนะ รถราคาสูงต่างๆ ยึดไว้ได้ มากมายมหาศาลจริงๆ

                สำหรับ พล.ต.ต.โกวิทย์ เปรียบเสมือนขุนพลคู่ใจของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ได้ตรวจค้น 1 จุด ที่เพนท์เฮ้าส์แห่งหนึ่ง ย่านถนนมหาดเล็กหลวง เปิดตู้เซฟ พบพระเครื่องมูลค่ามหาศาล นอกจากนี้ยังมีรถหรูอีกหลายคัน ส่วนการค้นบ้าน พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ ที่เปรียบเสมือนมือขวา เป็นกุนซือของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ในเรื่องทรัพย์สินเงินทอง การวางตำแหน่งต่างๆ หรือการออกความเห็นในเรื่องของแผนการต่างๆ เป็นเหมือนเสนาธิการคู่กาย ได้ค้นพบทรัพย์สินจำนวนมาก ทั้งทองรูปพรรณ พระเครื่อง เครื่องเพชร โฉนดที่ดิน รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ราคาสูง เช่น ยี่ห้อฮาเล่ย์ ดูคาติ รวมมูลค่าจำนวนมาก

                จากการตรวจค้น 15 จุด ทั้งพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์และบริวาร ซึ่งยังไม่หมด เช้าวันนี้ก็มีการตรวจค้นเพิ่มเติมอีกและยังพบของกลางอีกจำนวนมาก โดยนำเสนอเป็นชาร์ตเครือข่ายซึ่งเห็นได้ว่ามีการทำงานเป็นแก๊งชาร์ต มีพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ เป็นคนมอนิเตอร์สั่งการ มีพล.ต.ต.โกวิทย์ และพ.ต.อ.อัครวุฒิ์ เป็นคนสำคัญในการแสวงหาประโยชน์