
ปรากฏการณ์ที่ต้องศึกษา
ปรากฏการณ์ที่ต้องศึกษา : บรรณาธิการประจำวันที่26พ.ย.2557
การจับกุมอดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางพร้อมกับพวกกลายเป็นปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เพราะเป็นนายตำรวจระดับสูงที่ถูกข้อกล่าวหาหลายกระทง ทั้งการทุจริต คอร์รัปชั่น คดีหมิ่นมาตรา 112 ทรัพย์สินที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินำมาแถลงข่าวนั้นมากมายมหาศาล แม้ไม่มีภาพเงินสด สกุลเงินต่างประเทศมาแสดง แต่จากข่าวว่ากันว่ายึดได้ถึงพันล้านบาท ยังมีพระพุทธรูปล้ำค่า ทองคำ อีกมากมาย ทั้งหมดได้มาจากธุรกิจผิดกฎหมายบ้าง บางส่วนมาจากการซื้อขายตำแหน่งในหน่วยงาน ไม่ว่าเงินดังกล่าวจะได้มาจากแหล่งไหนก็ตาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ระบบการหาเงินหรือผลประโยชน์ของวงการนี้มีอยู่มากมาย กฎหมายถูกใช้เป็นเครื่องมือแสวงหา การดำเนินคดีกับอดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางอาจไม่ใช่นายตำรวจเพียงคนเดียวที่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น แต่นายตำรวจอีกไม่น้อยที่เรียกรับผลประโยชน์จากอำนาจหน้าที่เช่นกัน
การแถลงข่าวของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เน้นย้ำว่า ทรัพย์สินและเงินสดส่วนใหญ่ได้มาจากบ่อนการพนัน น้ำมันเถื่อน และการซื้อขายตำแหน่ง แต่ที่ดูเหมือนเป็นกอบเป็นกำที่สุดเห็นจะเป็นธุรกิจน้ำมันเถื่อน ที่มีมูลค่ามหาศาล ว่าด้วยเรื่องน้ำมันเถื่อนในภาคใต้นั้น ข้อมูลที่ผ่านมาสาธารณชนรับรู้เพียงข่าวการจับกุมน้ำมันผิดกฎหมายมากบ้างน้อยบ้าง มูลค่าในการจับกุมเพียงหลักล้าน สิบล้านเท่านั้น ในเบื้องหลังของน้ำมันที่เล็ดลอดนำมาขายนั้นมีมูลค่ามหาศาลเพียงใดดูได้จากกรณีนี้ เฉพาะเงินนอกระบบที่ส่งถึงตำรวจสอบสวนกลางนับร้อยล้านบาท ยังมีอีกหลายฝ่ายเข้าไปพัวพัน เงินจำนวนมหาศาลขนาดนี้ทำให้วงจรค้าน้ำมันเถื่อนในภาคใต้ยังคงดำเนินไปอย่างสงบเงียบและสร้างความมั่งคั่งให้แก่ข้าราชการเกือบทุกหน่วยที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พาดพิงอยู่ในหลายกระทรวง ทั้งนักการเมือง ข้าราชการประจำ
ปรากฏการณ์ของวงการตำรวจครั้งนี้ จึงน่าศึกษาเป็นกรณีพิเศษ เชื่อว่าหน่วยงานที่ควบคุมหรือบังคับใช้กฎหมายนอกเหนือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะใช้กฎหมายเป็นเสมือนอาวุธที่ใช้บังคับเรียกรับผลประโยชน์ไม่แตกต่างกัน อาจมีข้าราชการหลายส่วนมีฐานะร่ำรวยหรือแสวงหาผลประโยชน์ไม่ได้แตกต่างจากอดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แต่หากรอดพ้นไปได้ก็เพราะว่า ยังไม่มีใครหรือผู้บังคับบัญชาคนไหนกล้าออกมาชน กล้าออกมาดำเนินคดีเช่นกรณีของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ การจับกุมดำเนินคดีในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นหรือปฐมบทของการปราบปรามการทุจริตในวงราชการอย่างจริงจัง ถ้าตำรวจหรือองค์กรรักษากฎหมายทำได้เช่นเดียวกับคดีนี้ จะเป็นจุดเริ่มแห่งการกำจัดทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นกรณีนำร่องเพื่อปัดกวาดบ้านเมืองให้กลับมามีคุณธรรม สร้างคนรุ่นใหม่ให้มีจิตสำนึก เพื่อให้ประเทศเจริญก้าวหน้าปราศจากการคดโกงพัฒนาได้อย่างอารยประเทศ



