
ประยุทธ์ชี้ปูจ้อสื่อระวังอดทัวร์นอก
ประยุทธ์ชี้ปูจ้อสื่อแค่วาทกรรมพูดก็พูดแค่ในประเทศ แต่ระวังอดทัวร์นอก ย้ำเปิดเวทีให้นักศึกษาแสดงความเห็นจริง
เมื่อเวลา 14.15น.วันที่ 25 พ.ย.2557 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษความสงบแห่งชาติ(คสช.)ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม.ถึงกรณีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กับสื่อบางสำนักมั่นใจไม่มีความผิดจากคดีรับจำนำข้าวและหากมีการเลือกตั้งปี2559 จะลงสมัครอีกครั้งว่า "ท่านพูดได้ก็พูดไป ใครไปจี้ท่านเหรอ" ทั้งนี้ที่ท่านพูดเขาเรียกว่าวาทกรรมก็พูดไป
"มาถามเรื่องการเลือกตั้งกับผมทำไม ผมไม่ใช่กกต. ต้องไปถามกกต.นู่น เข้าใจไหม ถ้าเลือกแล้วไม่ได้ก็ไม่ได้ เลือกได้ก็เลือกไปผมไม่เกี่ยวอยู่แล้ว ผมไม่ได้ไปเลือกด้วยนี้ โอเคนะ เป็นไงเดือดร้อนที่เขาเข้ามาหรือใครเข้ามามีเดือดร้อนกับเราไหม แหม ถามเรื่องที่เป็นปัญหาทับซ้อนเรื่องเก่าก่อน กฎหมายก็ว่ามาจะผิดจะถูกไปว่ามา ไอ้วันหน้าก็คือวันหน้า ย้อนกลับไปกลับมาผมก็เวียนหัว"นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่าถึงกรณีที่นักการเมืองออกมาพูดเพื่อสร้างความแตกแยกจะดำเนินการอย่างไร พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า คสช.ก็กำลังพิจารณาเรื่องเหล่านี้ที่ตนมอบหมายให้เขาดูอยู่ ซึ่งกติกามีอยู่แล้ว
"ถ้าเมื่อไหร่สร้างผลกระทบวุ่นวายกติกาต่างๆก็มีตามระดับจากน้อยไปหามาก เดี๋ยวก็อยากไปต่างประเทศเดี๋ยวก็ไม่ได้ไป ต่างประเทศก็ไปไม่ได้อยู่ในประเทศก็แล้วกัน ถ้าอยากพูดก็พูดในประเทศ ห้ามไปที่อื่น ต่อไปก็ห้ามทำธุรกรรมธุรเกิมอะไรได้ กติกามันมีหมดอยู่แล้ว"พลเอกประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่าการออกมาพูดของนางสาวยิ่งลักษณ์จะมีผลต่อการพิจารณาอนุญาตให้ไปต่างประเทศหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "ไอ้นี่พูดไม่รู้เรื่องรึ ก็มันมีเรื่องกับคนอื่นรึยังล่ะ" เมื่อถามย้ำว่าก็เป็นการยกตัวอย่าง พลเอกประยุทธ์ กล่าวอย่างมีอาารมณ์ว่า "ไม่ต้องยก ถ้าเกิดเรื่องแล้วค่อยว่ากัน แต่ถ้าคำพูดทำให้คนออกมาต่อต้านก็ไม่ได้ ต้องเข้าใจนะ ถ้าพูดในบ้านอยากพูดพูดไป"
ย้ำเปิดเวทีให้นักศึกษาแสดงความเห็นจริง
พลเอกประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม.ถึงแนวคิดของการเปิดเวทีให้นักศึกษาเข้ามาแสดงความคิดเห็นในการปฏิรูปประเทศว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ย. มีการประชุมของสภาชุมชนซึ่งตนนั่งฟังอยู่หลายนาที ตนก็คิดว่าจะทำยังไงให้นำไปสู่การปฏิบัติให้ได้ ถ้าประชุมในสถานที่แล้วนำปัญหามาแก้ ไม่ใช่ประชุมแล้วมาด่าคสช. หรือว่าด่ารัฐบาลอันนี้ไม่ได้มันผิดด้วยสถานการณ์ เพราะเรื่องบางอย่างขอร้องไว้แล้วก็ต้องขอร้องกัน เราไม่ได้ไปลงโทษใครเด็ดขาด อย่างไรก็ตามขอให้เห็นใจตนด้วยเพราะตนรับทั้งหมด
"ประชุมธรรมศาสตร์ผมก็ไปรับเรื่องมา ประชุมสภาประชาชนผมก็ไปรับเรื่องมา แถมผมบอกให้เปิดเวทีให้นักศึกษาและนักวิชาการให้ส่งตัวแทนเข้ามา เปิดให้เข้ามาก็ไม่เข้ามาแล้วก็อย่าไปทำอะไรข้างนอก หรือเข้ามาแล้วก็ถูกขู่บังคับอีก แหมมันเอาใจยากจริง และเมื่อเปิดเวทีแล้วก็ต้องมีข้อสรุปกันมาเป็นเอกสาร อย่ามาต่อต้านกันตอนนี้เลย รู้สึกช้าไปรึเปล่า"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ส่วนการย้ายตำรวจที่จังหวัดขอนแก่นเนื่องจากกรณี5นักศึกษาไปชู3นิ้วด้านหน้าเวที พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องภายในของตำรวจเป็นมาตรการของเขา เป็นเรื่องของการทำงานที่อาจจะมีปัญหาหรือไม่เข้มงวดก็ต้องลงโทษแบบนี้ ซึ่งเขาคงจะมีการสอบสวนแล้วก็ตักเตือน อย่างไรก็ตามเชื่อว่าไม่บั่นทอนกำลังใจตำรวจเพราะเขาเข้าใจและมีการคุยกันแล้ว ซึ่งตำรวจเขาชี้แจงมาแล้วว่าจำเป็นจะต้องทำแบบนี้เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก และต้องเข้าใจว่าตำรวจถูกลงโทษแล้ว แต่กับนักศึกษาไม่ได้มีการจับกุม ดังนั้นต้องเห็นใจตำรวจเขาและเห็นใจตนด้วย
"มาถามว่าทำไมผมไม่จับคนเหล่านั้นไป เพราะผมเมตตาเขาเห็นเขาเป็นเด็กอะไรต่างๆ ก็ต้องเข้าใจกัน เขาเป็นผู้เสียสละก็ต้องทำหน้าที่ เขาพยายามทุกอย่างให้บ้านเมืงสงบเรียบร้อย และไม่ใช่ว่าผมไปลงโทษตำรวจหรือให้ร้ายเขา ไม่เช่นนั้นผมอยู่กับเขาไม่ได้หรอก และเรามาโกรธกันไม่ได้อยู่แล้ว"นายกฯ กล่าวและยืนยันว่า ไม่ใช่เป็นการย้ายตำรวจแต่เป็นการให้มาปฏิบัติราชการ พอมีเรื่องอะไรก็ต้องเรียกมาสอบสวนหาความ เป็นการตักเตือนนิดหน่อยก็แค่นั้นไม่ได้มีอะไรหรอก
เมื่อถามว่าการลงพื้นที่ครั้งต่อไปตำรวจเขาจะระแวงอะหรือไม่ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ว่าต้องระแวง แต่เขาต้องทำหน้าที่ของเขาให้ดีที่สุด ถ้าดีมันก็ไม่มีเหตุการณ์หรือไม่เคยมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก็ไม่ถูกลงโทษ แต่ยืนยันว่าตำรวจชี้แจงมาว่าเขาจำเป็นจะต้องทำแบบนี้ เพราะมันจะเกิดขึ้นอีก แต่ยืนยันว่าตนไม่ได้กลัว
"ใครจะใจร้ายกับผมก็เชิญ ผมทำให้ท่านท่านยังจะมาทำร้ายผมอีกก็เชิญ แต่มันคือกติกา ต่อหน้าคนในสังคมเยอะแยะ เมื่อมีผู้หลักผู้ใหญ่ไป มันเกิดความขัดแย้งไม่ได้หรอก เขาไม่ได้ทำร้ายอะไรเลย ตำรวจผู้หญิงด้วยซ้ำที่พาตัวเขาออกไป ต้องชื่นชมเขาด้วย"นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่าแต่รู้สึกว่าจะพอดีกับการย้ายตำรวจพอดี นายกฯ กล่าวว่า พอดีที่ไหน เป็นการลงโทษตามปกติ จากนั้นพลเอกประยุทธ์ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า "มีแฟนเป็นตำรวจรึเปล่า ถ้าไม่มีก็แล้วไป พูดคุยกันสนุกสนานอย่าเขียนไปให้เป็นประเด็น"
สั่งปรับฉากรายการ“คืนความสุข"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีมีเสียงสะท้อนจากประชาชนว่าเบื่อรายการคืนความสุขให้คนในชาติในรูปแบบเดิมๆว่า “ เบื่อกันแล้วใช่ไหม คราวหลังจะให้รำละครเอาไหม หรือจะให้ไม่พูดเลย เมื่อถามว่า ถ้าไม่พูดเลยทำได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทำได้ทุกเรื่อง”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการบันทึกเทปการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเสร็จสิ้น นายกรัฐมนตรีได้ปรารภกับคณะทำงานและชี้ไปที่ฉากหลังพร้อมกับกล่าวว่า อยากให้เปลี่ยนรูปแบบโดยเอาภาพอื่นมาใส่บ้าง ต้องการปรับเปลี่ยนให้ฉากหลังเป็นที่น่าดึงดูดและน่าสนใจกว่าเดิม ซึ่งหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้หารือเตรียมพร้อมทำการปรับรูปแบบทันที ซึ่งคาดว่าจะเปลี่ยนฉากหลังในรูปแบบใหม่ภายในสัปดาห์นี้
เผย1ปีรบ.จะคลอดกม.163ฉบับ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงมาตรการด้านเศรษฐกิจเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ว่า เรื่องดังกล่าวมีมาตรการทุกกระทรวง โดยจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความสุขในการจับจ่ายใช้สอย โดยทุกกระทรวงมีครบไม่ว่าจะเป็นมาตรการด้านการเงิน ด้านการลงทุน เพื่อความมั่นคงอนาคต อย่างเช่นโครงการหนี้สินส่วนบุคคล เป็นต้น
"วันนี้ทุกคนก็เป็นห่วงเรื่องของการมีหนี้มากขึ้น ก็ต้องดูว่ามีขีดความสามารถในการใช้หนี้หรือเปล่า ทุกคนมีโอกาสเป็นหนี้ทั้งนั้น เมื่อเป็นหนี้แล้วก็ต้องวางแผนในการใช้จ่ายให้ดีว่าจะทำอย่างไรจึงจะไม่พอกพูนจนถึงขึ้นล้มละลาย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวและว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังเดินหน้าด้านเศรษฐกิจอยู่ ซึ่งมีเรื่องของกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยกระทรวงการคลังก็ได้มีกองทุนนาโน เรื่องดังกล่าวต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ยืนยันว่าปีใหม่นี้มีหลายโครงการด้านเศรษฐกิจด้วยกัน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ของขวัญปีใหม่ไม่ใช่การแจกของ แต่เป็นเรื่องของการจับจ่ายใช้สอย การท่องเที่ยว รวมถึงกฎหมายในการลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งจะมีการเซอร์ไพรส์กันอีกครั้งหนึ่ง ส่วนมาตรการด้านภาษีนั้น เรื่องภาษีมรดกก็จะต้องเข้าไปในส่วนของคณะกรรมาธิการ ขณะที่รัฐบาลตั้งเป้าว่า 1 ปีจะต้องออกกฏหมาย 163 ฉบับ ไม่ว่าจะเป็น การลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มการค้าการลงทุน รวมถึงพันธสัญญาต่างๆ
นายกฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมโดยรัฐบาลต้องการวางพื้นฐานให้มั่นคงในอนาคต ในการออกกฎหมายทั้งหมด 163 ฉบับ ภายใน 1 ปี บางเรื่องก็กำลังดำเนินการอยู่และต้องตอบคำถามให้ได้ว่า เมื่อออกกฎหมายทั้งหมดแล้วสังคมจะได้อะไร ซึ่งคนมีรายได้น้อยเป็นหลักที่จะได้ประโยชน์ ถือเป็นการพัฒนาประเทศในระยะยาว อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณาในเรื่องของกฎหมายการร่วมทุนและไม่มีผลกระทบต่อการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ
เผยเตรียมส่งเอ็มโอยูรถไฟไทย-จีนให้สนช.
พลเอกประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม. ถึงความร่วมมือในการสร้างทางรถไฟระหว่างไทยกับจีนว่า กรอบ MOU มีอยู่แล้วซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างไทย-จีนที่จะส่งให้สนช.พิจารณา ที่เป็นเรื่องของการลงทุนร่วมกันว่าจะมีความร่วมมือในเส้นทางสายใดบ้าง ทั้งนี้จำนวนเงินยังไม่ได้มีการพูดถึง เพราะคณะกรรมการฯจะไปหารือกันเอง และยืนยันว่าประเทศไทยจะไม่เสียเปรียบแน่นอน
แจงเดินทางไปลาว-เวียดนามเพื่อดูกรอบร่วมมือ
พลเอกประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางไปเยือนประเทศเวียดนามและสปป.ลาว ระหว่างวันที่ 26-27 พฤศจิกายน ว่า ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปเพื่อแนะนำตัวเพราะเจอกันหลายครั้งแล้ว ถือว่าเป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ส่วนตัวเจอกันมา 3 การประชุมแล้ว นอกจากนี้ยังรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเป็น ผบ.ทบ. การเดินทางไปนั้น ก็เพื่อดูว่ากรอบความร่วมมือต่างๆระหว่างประเทศในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมามีการเดินหน้าไปมากน้อยเพียงใด ซึ่งวันนี้เราจะมีการขับเคลื่อนในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน รวมถึงการประชุมเอเปก ก็ต้องไปดูว่าจะขับเคลื่อนด้วยกันอย่างไร ทำอย่างไรให้ 10 ประเทศในอาเซียนร่วมมือกันได้ ทั้งนี้ไทยมีพื้นฐานด้านเกษตรรวมถึงการแพทย์ ซึ่งก็ต้องแบ่งกับประเทศต่างๆว่าใครจะเป็นศูนย์กลางทางด้านใด โดยที่ทุกชาติต้องได้ผลประโยชน์เพื่อที่จะมีอำนาจในการต่อรองกับประเทศอื่นๆ
"ประวิตร"เชื่อเป็นเรื่องดีเปิดเวทีให้นศ.แสดงความคิดเห็น
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงแนวคิดการเปิดเวทีเพื่อให้นักศึกษาเข้ามาแสดงความคิดเห็น ว่า เป็นเรื่องที่ดี ที่จะได้รับฟังทุกฝ่าย เพื่อการปฏิรูป ซึ่งเป็นหน้าที่ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ และสถาบันพระปกเกล้า ที่จะเป็นผู้จัดเวทีดังกล่าว ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า จะมีนักศึกษาให้ความร่วมมือ และมาเข้าร่วมเวทีแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้อย่างดี เพื่อปฏิรูปประเทศให้มั่นคง และยั่งยืน



