ข่าว

กปปส.เสนอยกเลิกส.ส.บัญชีรายชื่อ

กปปส.เสนอยกเลิกส.ส.บัญชีรายชื่อ

25 พ.ย. 2557

กปปส.เสนอยกเลิก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมเรียกร้องรัฐบาล-กมธ.ยกร่างรธน. เปิดวงให้คู่ขัดแย้งแสดงความเห็นแบบกว้างขวางภายใต้กฎอัยการศึก

 
                 25 พ.ย.57 เมื่อเวลา 09.30 น. ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นประธานการประชุมได้เชิญตัวแทนของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เข้าให้ความเห็นต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งนี้กลุ่ม กปปส. ได้ส่งตัวแทนระดับแกนนำ 5 คน ได้แก่ นายถาวร เสนเนียม, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์, ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และนายสุริยะใส กตะศิลา เข้าร่วมประชุม
 
                 โดยก่อนเข้าเสนอความเห็น นายเอกนัฎ ในฐานะ โฆษกกปปส. แถลงว่าข้อเสนอที่นำมาให้กับกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้มาจากการประมวลข้อมูลและรับฟังความเห็นของมวลมหาประชาชนกลุ่มกปปส. ตลอดการชุมนุมกว่า 204 วันโดยมีประเด็นที่สำคัญ คือ ต้องปรับโครงสร้างของตำรวจ ไม่ให้รวมศูนย์อยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเท่านั้น เบื้องต้นต้องกระจายอำนาจไปยังตำรวจส่วนภูมิภาคด้วย นอกจากนั้นมีประเด็นที่การมีส่วนร่วมของประชาชนต่อกระบวนการเลือกตั้ง เห็นว่า ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการดูแลและสนับสนุนพรรคการเมืองอย่างเต็มที่ และพรรคการเมืองต้องได้รับการสนับสนุน อาทิ งบประมาณที่ชัดเจน ส่วนที่มาของ ส.ส. เห็นว่าต้องยกเลิก ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ เนื่องจากไม่มีความยึดโยงกับประชาชน อีกทั้งยังพบว่าเป็นช่องทางที่ทำให้นายทุนพรรคการเมืองเข้ามาครอบงำการทำงาน ส่วน ส.ว.นั้นสนับสนุนให้มีส.ว.มาจากการสรรหา แต่ต้องปรับปรุงในประเด็นการสรรหาที่ยึดโยงกับสาขาอาชีพให้มากขึ้น ขณะที่การป้องกันและปราบปรามการทุจริต เห็นว่าต้องแก้ไขให้คดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่มีอายุความและเมื่อพบว่านักการเมืองผู้ใดทำผิดและทุจริตต้องลงโทษตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต นอกจากนั้นต้องให้ประชาชนฐานะผู้เสียหายจากการทุจริตสามารถฟ้องร้องและฟ้องคดีได้โดยตรง
 
                 นายเอกนัฎ ยังแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลและกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดโอกาสให้ประชาชน และคู่ขัดแย้งเข้ามามีส่วนร่วมต่อกระบวนการแสดงความเห็นหรือประชาพิจารณ์ในระหว่างการยกร่างรัฐธรรมนูญให้มากที่สุดแม้จะมีพ.ร.บ.กฎอัยการศึกประกาศใช้อยู่ก็ตาม ทั้งนี้เพื่อสร้างการยอมรับในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนแนวคิดของการทำประชามตินั้น ตนเห็นว่าทำได้แต่เป็นภายหลังจากที่มีกระบวนการรับฟังความเห็นหรือประชาพิจารณ์อย่างกว้างขวางแล้ว อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าการเปิดพื้นที่ให้แสดงความเห็นต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปนั้นจะสร้างความยั่งยืนให้กับรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปประเทศ รวมถึงความมั่นคงทางการเมืองได้
 
                 นายเอกนัฎ กล่าวถึงเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีบทบัญญัติว่าด้วยการสร้างความปรองดองว่า การสร้างความปรองดองต้องมาจากความรู้สึก ไม่สามารถบังคับได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนยังไม่ทราบว่าเนื้อหาของรัฐธรรมนูญจะเป็นเช่นไร ดังนั้นในประเด็นที่มีข่าวระบุว่าจะมีการเขียนการนิรโทษกรรมให้กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยังไม่ทราบประเด็นดังกล่าว และไม่สามารถตอบได้ว่าหากมีบทบัญญัติดังกล่าวในรัฐธรรมนูญใหม่แล้วจะทำให้ประชาชนออกมาประท้วงเหมือนที่เคยต่อต้านร่างกฎหมายนิรโทษกรรมหรือไม่
 
 
กปปส.ยกร่างรธน.ใหม่เป็น ‘ฉบับปฏิรูป’ เสนอ 6 หลักสู่รธน.ใหม่
 
 
                 เมื่อเวลา 12.30 น. พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาและโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงผลการรับฟังความเห็นและข้อเสนอต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญจากตัวแทนระดับแกนนำของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่สำคัญ ว่า 1.การปฏิรูปการเมือง ต้องส่งเสริมพรรคการเมืองให้มีความเข้มแข็ง อาทิ กำหนดให้มีสมาชิกพรรคการเมือง มีสาขาอยู่ในภูมิภาคต่างๆ และมีจำนวนสมาชิก ไม่ร้อยกว่าร้อยละ 5 ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัด นอกจากนั้น ต้องสนับสนุนให้ผู้เสียภาษีสามารถบริจาคเงินเข้าพรรคการเมืองได้โดยตรง จำนวนร้อยละ 5 ของเงินรายได้ที่ได้รับต่อปี 2.การเลือกตั้ง เสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องมาจากการสรรหาที่เป็นธรรม ส่วนอำนาจของกกต.กำหนดเฉพาะจัดการเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ควรมีอำนาจตัดสินหรือให้ใบเหลืองหรือใบแดง 3.ที่มาของส.ส. เห็นว่าควรลดจำนวนของส.ส.ลงจากเดิม และกำหนดให้ส.ส.มาจากการเลือกตั้งระบบเขตเท่านั้น เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าส.ส.จำนวนมากทำงานไม่มีประสิทธิภาพ 4.ที่มาส.ว. เห็นว่าควรมาจากระบบสรรหาทั้งหมด โดยใช้หลักการพิจารณาจากหลากหลายอาชีพ ภูมิภาค และมีกระบวนการที่เป็นธรรม 5.การป้องกันการทุจริต ให้ประชาชนมีสิทธิ์ฟ้องร้องต่อศาลได่โดยตรง โดยผู้ที่ศาลพิจราณาคดีขั้นสูงสุดพบว่าผิดขอให้ยึดทรัพย์ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต และเพิกถอนการเลือกตั้งตลอดชีวิต และ  6.การกระจายอำนาจต้องส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด, กำนัน ผู้ใหญ่บ้านต้องมาจากการเลือกตั้ง พร้อมกำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง เช่น 2 วาระเป็นต้น
 
                 พล.อ.เลิศรัตน์ กลาวด้วยว่า นอกจากนั้นมีประเด็นของการปฏิรูป ได้แก่ 1.การปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรม ต้องแก้ไขการรวมศูนย์อำนาจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไปสู่ภูมิภาค ขณะที่อัยการเสนอให้อัยการ มีข้อห้ามในการดำรงตำแหน่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจ 2.การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยให้การศึกษาที่มีคุณภาพกับประชาชนและ 3.ปฏิรูปพลังงาน โดยมีข้อกำหนดเกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียนที่ให้สิทธิ์ประชาชนทั่วไปดำเนินการได้ โดยยกเลิกระเบียบที่ให้บริษัทขนาดใหญ่เท่านั้นที่ดำเนินงานเรื่องพลังงานหมุนเวียนได้
 
                 “ทางกลุ่ม กปปส. ได้ให้ชื่อรัฐธรรมนูญที่จะยกร่างใหม่ ว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป และในกระบวนการต่อจากนี้ไปทางกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้เปิดโอกาสให้ กปปส. ได้ติดตามความคืบหน้าการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านคณะอนุ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญชุดต่างๆ และหลังจากที่ได้ร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้น ช่วงมกราคม - กุมภาพันธ์ 2558 แล้วจะเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองที่จดทะเบียนกับ กกต. จำนวน 74 พรรคร่วมอภิปรายในเนื้อหาของตัวร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้ง ทั้งนี้ ในการประชุม กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 27 พ.ย เวลา 10.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะมาให้ข้อเสนอแนะต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญด้วย โดยมีหนังสือตอบรับอย่างเป็นทางการแล้ว” พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว